โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินวิตามินซีตอนไหนดีที่สุด วิธีกินให้ดูดซึมเต็มร้อย ไม่กัดกระเพาะ

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อยากผิวใส แต่กินวิตามินซีแล้วปวดท้องบ่อยๆ มาเช็กช่วงเวลาทองในการกินที่ถูกต้อง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้สูงสุด พร้อมวิธีเลือกสูตรถนอมกระเพาะอาหารที่นี่

วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ต้องการเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันหวัด หรือกลุ่มคนที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อผิวพรรณที่กระจ่างใส ทว่า ปัญหาคลาสสิกที่หลายคนมักพบเจอคือ กินแล้วเกิดอาการแสบท้อง มวนท้อง หรือกินเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน นั่นเป็นเพราะคุณอาจจะยังกิน "ผิดเวลา" และ "ผิดขนาด" จนทำให้ร่างกายขับทิ้งออกไปอย่างน่าเสียดาย

ทำความเข้าใจกลไกเคมีและข้อจำกัดของวิตามินซี

วิตามินซีเป็นสารอาหารประเภท วิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งหมายความว่าร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ และไม่สามารถกักเก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อได้เป็นเวลานานเหมือนวิตามินที่ละลายในไขมัน เมื่อเรากินวิตามินซีเข้าไป ร่างกายจะทำการดูดซึมผ่านลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด และสารส่วนเกินที่ไม่ถูกนำไปใช้งานจะถูกกรองผ่านไตและขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะภายในเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนี้ การดูดซึมของวิตามินซียังมีลักษณะเป็น จุดอิ่มตัว หมายความว่า ยิ่งเรากินในปริมาณที่สูงมากเกินไปในครั้งเดียว อัตราการดูดซึมกลับยิ่งลดลงอย่างน่าตกใจ เช่น หากกินวิตามินซีปริมาณ 200 มิลลิกรัม ร่างกายอาจดูดซึมได้สูงถึง 90% แต่หากกินรวดเดียว 1,000 มิลลิกรัม อัตราการดูดซึมจะลดฮวบลงเหลือเพียงประมาณ 50% หรือน้อยกว่านั้น สารส่วนที่เหลือจึงกลายเป็นของเสียที่ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับออก

บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36

สรุปผลวิจัยทางการแพทย์ กินวิตามินซีตอนไหนได้ผลดีที่สุด?

จากรายงานทางการแพทย์ของ โรงพยาบาลกรุงเทพ ในบทความ รู้จักชนิดวิตามินซีและการทานที่ถูกต้อง ได้ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินวิตามินซีคือ การกินพร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น หรือกินทันทีหลังมื้ออาหาร โดยมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์ 3 ประการดังนี้

1. ลดความเป็นกรด ป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

เนื่องจากวิตามินซีในรูปแบบมาตรฐานคือ กรดแอสคอร์บิก ซึ่งมีค่า pH เป็นกรด หากกินในช่วงเวลาที่ท้องว่าง ความเป็นกรดนี้จะเข้าไประคายเคืองเยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบท้อง ท้องอืด หรือกรดไหลย้อน การกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีจะช่วยให้สิ่งที่เรากินเข้าไปเข้าไปเจือจางความเป็นกรด ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างปลอดภัย

2. อาหารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม

เมื่อกินวิตามินซีพร้อมมื้ออาหาร สารอาหารตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการกระตุ้นการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก จากพืชไข่และเนื้อสัตว์ ร่างกายจะดึงทั้งวิตามินและแร่ธาตุไปใช้พร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ระบบย่อยอาหารที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ในมื้อเช้า จะช่วยให้กระบวนการขนส่งวิตามินซีเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างราบรื่น

3. รักษาระดับความเข้มข้นในกระแสเลือดตลอดวัน

เนื่องจากวิตามินซีถูกขับออกเร็ว การแบ่งกินออกเป็น 2 มื้อ (เช่น มื้อเช้า 500 มิลลิกรัม และมื้อเย็น 500 มิลลิกรัม) แทนที่จะกินเม็ดละ 1,000 มิลลิกรัมรวดเดียว จะช่วยให้ระดับวิตามินซีในเลือดคงที่อยู่ตลอดเวลา ส่งผลดีต่อการสแตนด์บายของสารต้านอนุมูลอิสระในการปกป้องเซลล์และดักจับสิ่งแปลกปลอม

เปิดคู่มือเลือกประเภทวิตามินซี สำหรับคนกระเพาะบาง

สำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในทางเดินอาหาร หรือมีภาวะกรดไหลย้อนขั้นรุนแรง การหลีกเลี่ยงกรดแอสคอร์บิกแบบเพียวๆ แล้วเปลี่ยนมาเลือกประเภทของวิตามินซีที่ผ่านนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการกัดกระเพาะได้อย่างตรงจุด

  • วิตามินซีรูปแบบเกลือแร่ (Buffered Vitamin C) เป็นการนำกรดแอสคอร์บิกไปจับคู่กับแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม (Calcium Ascorbate) หรือโซเดียม (Sodium Ascorbate) ทำให้สารอาหารมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นกรด จึงไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ย่อยง่าย และสบายท้อง

  • วิตามินซีรูปแบบลิโปโซม (Liposomal Vitamin C) นวัตกรรมขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยีไขมันห่อหุ้มโมเลกุลวิตามินซีไว้ ช่วยปกป้องวิตามินจากการถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหาร และสามารถผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้โดยตรงเกือบ 100% ทั้งยังเป็นมิตรต่อระบบทางเดินอาหารอย่างสูงสุด

  • รูปแบบเม็ดฟู่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการกลืนเม็ดใหญ่ แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ ต้องรอให้เม็ดฟู่ละลายในน้ำจนหมดฟองแก๊สเสียก่อนจึงค่อยดื่ม หากดื่มขณะที่ยังมีฟองแก๊สหลงเหลืออยู่อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด และระคายเคืองในภายหลังได้

ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันและข้อควรระวังขั้นวิกฤต

ความต้องการวิตามินซีของแต่ละบุคคลนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายสุขภาพและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยสถาบันทางการแพทย์ส่วนใหญ่ได้แบ่งเกณฑ์การรับประทานไว้ดังนี้

เป้าหมายสุขภาพ / พฤติกรรม ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (มิลลิกรัม) แนวทางการรับประทาน รักษาสุขภาพทั่วไป / ป้องกันขาดสารอาหาร 65 - 100 mg ได้รับเพียงพอจากผักและผลไม้สดวันละ 1-2 ส่วน เสริมภูมิคุ้มกัน / บำรุงผิวพรรณ 500 - 1,000 mg แนะนำให้แบ่งทานมื้อละ 500 mg หลังอาหารเช้า-เย็น กลุ่มผู้สูบบุหรี่จัด เพิ่มขึ้นอีก 35 mg จากเกณฑ์ปกติ เนื่องจากอนุมูลอิสระจากบุหรี่ทำลายวิตามินซีในเลือดอย่างรวดเร็ว

ข้อควรระวังสูงสุด: องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) กำหนดให้ปริมาณสูงสุดที่ร่างกายสามารถรับได้โดยไม่เกิดอันตรายอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน การบริโภคเกินกว่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ท้องเสียขั้นรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของผลึกออกซาเลต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิด นิ่วในไต สูงขึ้นถึง 1.43 เท่าเมื่อเทียบกับคนปกติ

การทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์สูงสุดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกแบรนด์ที่แพงที่สุด หรือการอัดปริมาณให้สูงที่สุดในครั้งเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความสม่ำเสมอ การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังมื้ออาหารเพื่อถนอมกระเพาะ และการแบ่งสัดส่วนการกินเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าในทุกๆ มิลลิกรัม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินวิตามินซีตอนไหนดีที่สุด วิธีกินให้ดูดซึมเต็มร้อย ไม่กัดกระเพาะ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...