โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือเรากำลังอยู่ในยุคที่ J-Pop เปิดกว้างสู่ตลาดเพลงโลกอย่างจริงจัง

The Momentum

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.45 น. • THE MOMENTUM

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของวงการ J-Pop ในประเทศไทย หลังจากที่ ฟูจิอิ คาเสะ (Fujii Kaze) เซอร์ไพรส์แฟนๆ ชาวไทย ในการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ Hachikōหนึ่งในเพลงที่อยู่ในอัลบั้มภาษาอังกฤษ อัลบั้มแรกของคาเสะที่จะเปิดตัวในวันที่ 5 กันยายน 2568 นี้ โดยเขาเลือกเพลง Hachikōมาเปิดตัว ณ ลาน Parc Paragon ที่แม้ว่าจะประกาศล่วงหน้าเพียง 1 วัน แต่กลับมีแฟนๆ จำนวนมากมารอชมจนเต็มพื้นที่ไปจนถึงบริเวณ BTS สยาม

ภาพ: YOSUKE KAMIYAMA

ด้วยกระแส J-Pop กำลังกลับมาร้อนแรงในไทยอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา The Momentum จึงอยากชวนคุณไปเจาะลึกปรากฏการณ์นี้ที่ดูเหมือนว่า ญี่ปุ่นกำลังเปิดประตู J-Pop สู่เวทีสากล

เป็นระยะเวลานานที่เรารู้ว่า วงการเพลงญี่ปุ่นเป็นวงการที่เข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ด้วยการบริโภคจากภายในประเทศก็มากเพียงพอสำหรับตลาดเพลงแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดตลาดออกสู่สากล โดยสถิติของ IFPI Global Music Report 2025 ระบุว่า ตลาดเพลงญี่ปุ่นจัดอยู่ในอันดับตลาดเพลงที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้วพบว่า ญี่ปุ่นมีกำลังการซื้อภายในประเทศที่แข็งแกร่งและสูงกว่ามาก

ด้วยความฮิตที่เกิดจากความนิยมซื้อ CD ทำให้เราในฐานะต่างชาติ ค่อนข้างจะเข้าถึงตลาด J-Pop ได้ยาก แต่สังเกตได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ตลาด J-Pop เริ่มเปิดออกสู่สากลมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ที่ทำให้การซื้อแผ่นซีดีลดน้อยลงและคนเริ่มหันมาสตรีมมิงมากขึ้น สังเกตจากสถิติปี 2024 ล่าสุดของ IFPI ที่แม้ตลาดญี่ปุ่นจะคงตัว แต่มีเปอร์เซ็นต์ลดลง 0.2% จากความนิยมของการซื้อแผ่น CD ที่ลดลงของผู้บริโภค เช่นเดียวกับในตลาดเพลงของประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระบุว่า “ผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ยอดขายเพลงแบบ Physical ในญี่ปุ่นช่วงปี 2019-2021 ลดลง เนื่องจากร้านค้าปิดชั่วคราวและคนอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพลงดิจิทัลได้เติบโตขึ้น โดยในปี 2023 รายได้จากการสตรีมเพลงแบบสมัครสมาชิกในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 14% เป็น 669 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ยอดขายเพลงดิจิทัลทั้งหมดเพิ่มขึ้น 11% อยู่ที่ประมาณ 752 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ในรอบ 10 ปี”

การเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สะท้อนถึงแรงผลักดันหลายด้านที่ทำให้ J-Pop เริ่มเปิดประตูสู่ผู้ฟังต่างชาติมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนผ่านจากยุคของการซื้อแผ่นซีดี ไปสู่พฤติกรรมการฟังเพลงผ่านสตรีมมิง ซึ่งลดอุปสรรคในการเข้าถึงเพลงจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกันการเข้ามาของ YouTube และ TikTok ก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ศิลปินเข้าถึงผู้ฟังกลุ่มใหม่ๆ โดยไม่ต้องอาศัยการโปรโมตแบบเดิมๆ อีกทั้งการเข้าถึงผ่านคลิปสั้นๆ บน TikTok ทำให้เพลงมีเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบ J-Pop กลับมาเป็นไวรัลได้อีกครั้ง แม้จะเป็นเพลงจากยุคก่อนอินเทอร์เน็ต เช่น Mayonaka no Doorหรือ Stay With Meของ มิกิ มะสึบาระ (Miki Matsubara)เพลงจากปี 1980 ที่ถูกค้นพบโดยคนรุ่นใหม่ จนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

โดยเฉพาะในปี 2022 และ 2023 เรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการกลับมาของ J-Pop อีกครั้ง กับเพลงที่เราคงคุ้นหูกันจากคลื่นลูกใหม่ของวงการญี่ปุ่นอย่างคาเสะกับเพลง Shinunoga E-Waที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีบนโซเชียลมีเดีย ทำให้เพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงประกอบวิดีโอเกือบครึ่งล้านคลิปที่สร้างขึ้นบน TikTok จนเริ่มได้รับความนิยมไปทั่วเอเชีย และขึ้นถึงอันดับ 4 ในชาร์ต Viral 50 ของ Spotify ทำให้ฟูจิอิมีผู้ฟังรายเดือนมากกว่า 11 ล้านคนซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดสำหรับศิลปินญี่ปุ่นในเวลานั้น

และยังมีเพลงฮิตติดชาร์ตของเขาอีกมากมาย เช่น Gardenและ Matsuriกับท่าเต้นโบกมือสุดไวรัล และ Michi Teyu Ku (Overflowing)เพลงประกอบภาพยนตร์ April, Come She Willที่ปล่อยออกมาในปี 2024 แต่ก็ยังคงติดชาร์ตอันดับเพลงฮิต

หรือศิลปิน อิมาเสะ (imase)กับเพลงNIGHT DANCERมียอดสตรีม ณ ปัจจุบันมากกว่า 511 ล้านสตรีมทั่วโลก และเพลงทั้งหมดของ imase มียอดสตรีมมากกว่า 1,200 ล้านสตรีมทั่วโลกและเป็นศิลปิน J-Pop คนแรกที่ไต่ชาร์ต Melon Top 20 ได้ (ชาร์ตเพลงของเกาหลี)

นอกจากนี้ยังมีวง โยอาโซบิ (YOASOBI)ที่มีเพลงสไตล์อนิเมะ ฮิตติดชาร์ต คุ้นหูใครหลายๆ คนอย่างเพลง たぶん (Tabun) และ 夜に駆ける (Yoru ni Kakeru) ที่เคยมียอดสตรีมทะยานไปติดชาร์ต Billboard Japan Hot 100 ถึง 3 สัปดาห์ติดกัน

ภาพ: yodapix จากการแสดงคอนเสิร์ตของ YOASOBI live in BKK 25-26 JAN 2025

และ YOASOBI ยังเป็นเจ้าของเพลงIdol ที่มียอดสตรีมและยอดขายสูงสุดในปี 2023 ติดอันดับ Top 10 เพลงยอดนิยมทั่วโลกในชาร์ต Billboard Global 200 และมิวสิกวิดีโอใน YouTube ยังมียอดชมทะลุ 100 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 36 วัน ทำให้ตลาดเพลงญี่ปุ่นมีการเปิดตัวซีดีเพลงอนิเมะถึง 465 เพลง คิดเป็นประมาณ 6.5% ของเพลงญี่ปุ่นใหม่ทั้งหมดในปี 2023

หรือในปี 2025 ที่อาจจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เพลง 愛♡スクリ~ム!โดยไอดอลวง AiScReamที่ทุกคนรู้จักกับท่อน ‘รูบี้จัง นานิกะสึกิ’ ที่เกิดจากการรวมตัว 3 ภาคของอนิเมะ Love Live Sunshineโดยเป็นการแสดงสดที่นำนักพากย์มาร้องเพลง และแฟนชานต์ในท่อนดังกล่าวจนกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

ภาพ: AiScReam

ทิศทางใหม่ของวงการไอดอล J-Pop

แน่นอนว่ากลุ่มไอดอลแบบดั้งเดิมอย่าง AKB48 และ Morning Musumeยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น แต่ภาพจำของ J-Pop ที่เคยจำกัดอยู่แค่ความน่ารักคาวาอิ ก็กำลังเปลี่ยนไป ศิลปินเจเนอเรชันใหม่เริ่มสะท้อนแนวทางที่หลากหลายมากขึ้นอย่าง วง JO1 กลุ่มบอยแบนด์ของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นจากรายการแข่งขันเรียลลิตีอย่าง PRODUCE 101 JAPAN ที่เปิดตลาดสู่โลกสากลอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการทัวร์คอนเสิร์ต (เพิ่งทัวร์ที่ไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา) หรือการปล่อยเพลงที่มีเนื้อหาเข้าถึงง่ายและมีลักษณะการโปรโมตวงแบบเดียวกับ K-Pop

การมาของคลื่นลูกใหม่ในวงการ J-Pop

ทำให้เรามองเห็นว่า ญี่ปุ่นเริ่มเปิดตลาดเพลงสากลมากขึ้นเรื่อยๆ หลักฐานเหล่านั้นคือ การที่คาเสะเริ่มปล่อยอัลบั้มเป็นภาษาอังกฤษอัลบั้มแรกของเขา เพื่อให้สามารถเข้าถึงแฟนๆ ทั่วโลกได้มากขึ้น และการไปทัวร์คอนเสิร์ตของเหล่าศิลปิน J-Pop เช่น คอนเสิร์ต YOASOBI เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา หรือการมาเปิดตัว ณ ลาน Parc Paragon ของคาเสะ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ยิ่งสามารถการันตีถึงการพยายามเข้าถึงแฟนๆ ต่างชาติได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นเมื่อมองปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเหล่านี้ จึงอาจจะไม่ใช่แค่ว่ามีแฟนเพลงชาว J-Pop ที่เพิ่มมากขึ้น แต่เป็นตลาด J-Pop เองที่เริ่มเปิดให้เราเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ต้องจับตาคือ J-Pop จะปรับตัวในระดับไหน เพื่อให้ยืนในตลาดโลกอย่างมั่นคง ด้วยสไตล์เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ ติดหู และฐานแฟนเพลงเดิมที่เหนียวแน่น บวกกับแฟนกลุ่มใหม่ที่พร้อมจะเปิดรับ หากญี่ปุ่นเปิดสู่สากลอย่างเต็มรูปแบบก็มีแนวโน้มไม่น้อยที่ J-Pop จะกลายเป็นอีกหนึ่งพลังหลักของวงการเพลงในอนาคต

ที่มาข้อมูล

https://thomasthailand.co/business/entrepreneurship/เพลงญี่ปุ่น

https://www.cea.or.th/th/single-research/Global-Music-Industry-Trend

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...