ทรัมป์เสนอขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์-ยกเลิกคำสั่งห้ามขายรถเครื่องยนต์สันดาปรัฐแคลิฟอร์เนีย
ทรัมป์เสนอขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์-ยกเลิกคำสั่งห้ามขายรถเครื่องยนต์สันดาปรัฐแคลิฟอร์เนีย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 10:56 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อาจเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้น
ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในพิธีลงนามกฎหมายยกเลิกข้อบังคับของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดิมมีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปหรือน้ำมันเบนซินภายในปี 2035 โดยระบุว่า นี่ถือเป็นชัยชนะที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทด้านพลังงานรอคอยมาอย่างนาวนาน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ เคยวิจารณ์ว่าเป้าหมายดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ว่า การขึ้นภาษีรถยนต์จากระดับปัจจุบันที่ 25% อาจช่วยปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศได้มากขึ้น โดยอ้างถึงแผนของเจเนรัล มอเตอร์ส (GM) ที่จะลงทุนมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานสหรัฐฯ ตลอด 2 ปีข้างหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีนำเข้า
“ผมอาจจะขึ้นภาษีนี้ในอนาคตอันใกล้ ยิ่งขึ้นสูงมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีแนวโน้มจะสร้างโรงงานที่สหรัฐฯ มากขึ้นเท่านั้น”
คำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% เมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน และในขณะอยู่ระหว่างการเจรจาการค้ากับหลายประเทศ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 ก.ค. ที่จะเริ่มมีผลเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น
ประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่นและเยอรมนี ได้พยายามเจรจาเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีรถยนต์ของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมหลักของตน โดยมาตรการที่ทรัมป์ลงนามในวานนี้ จะยกเลิกนโยบายควบคุมมลพิษของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดที่ระบุให้บริษัทรถยนต์เพิ่มการขายรถยนต์ไฟฟ้าในรัฐเป็นรายปี “เรากำลังช่วยชีวิตอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐฯ ให้รอดจากการทำลาย ด้วยการยุติคำสั่งบังคับรถยนต์ไฟฟ้าของแคลิฟอร์เนียอย่างถาวร” พร้อมเสริมว่า “พวกเขาบอกว่าทำไม่ได้ แต่มันทำให้เราเผชิญความวุ่นวายกันมานานหลายปีแล้ว”
มติดังกล่าว ยังยกเลิกสิทธิพิเศษตามกฎหมายที่เคยอนุญาตให้รัฐแคลิฟอร์เนีย ออกมาตรฐานควบคุมมลพิษที่เข้มงวดกว่าระดับชาติ ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับภายใต้กฎหมาย Clean Air Act ปี 1970 และเคยทำให้รัฐแห่งนี้ กลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ถูกยกเลิกคือ โครงการของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่บังคับให้มีการขายรถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในทศวรรษหน้า โดยมีเป้าหมายห้ามขายรถใช้น้ำมันในปี 2035
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวชมสภาคองเกรสที่ร่วมลงมติล้มเลิกนโยบายนี้ พร้อมระบุว่า “ผมตั้งใจจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารด้วยซ้ำ แต่ข้อดีของวิธีนี้คือมันจะคงอยู่ถาวร”
ด้านกลุ่มสิ่งแวดล้อม กล่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยระบุว่าการรื้อกฎเพื่อสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นการโจมตีการป้องกันที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกัน กลุ่มรัฐ 11 แห่ง นำโดยแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องศาลเพื่อคัดค้านกฎหมายดังกล่าว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในมติของสภาที่ระงับกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย 2 ฉบับ ได้แก่ ข้อบังคับการขายรถยนต์ไฟฟ้า (รวมถึงแผนห้ามขายรถใช้น้ำมันเบนซินภายในปี 2035) และมาตรฐานเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถบรรทุก
โดยเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวหาประธานาธิบดีทรัมป์ว่า “กำลังทำลายอากาศสะอาดของเรา และความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอเมริกา” ขณะที่รัฐต่าง ๆ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำตัดสินว่า การที่ทรัมป์ยกเลิกการผ่อนผันที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (EPA) ออกให้ภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน ไม่มีผลกระทบต่อกฎควบคุมการปล่อยมลพิษของแต่ละรัฐ
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ