โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ถล่มแหล่งนิวเคลียร์ ของอิหร่าน พังราบ เตือนไม่เข็ด จะตามถล่มต่อ

Thaiger

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • Thaiger ข่าวไทย

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน สหรัฐฯ โจมตีถล่มแหล่งนิวเคลียร์อิหร่าน พังราบ เตือนหากไม่เจรจาสันติภาพ จะตามถล่มต่อ

วอชิงตัน – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อค่ำวันเสาร์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศแหล่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลัก 3 แห่งของอิหร่าน ได้แก่ ฟอร์โด (Fordo), นาทานซ์ (Natanz) และอิสฟาฮาน (Isfahan) อ้างว่า “ถูกทำลายจนหมดสิ้น” พร้อมเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า หากอิหร่านไม่ยินยอมเจรจาสันติภาพ จะมีการโจมตีครั้งต่อไป “ด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว เต็มกำลัง”

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านโดยตรง นับเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน สหรัฐฯ ใช้เรือดำน้ำยิงขีปนาวุธ Tomahawk จำนวน 30 ลูกเข้าใส่เป้าหมายในอิหร่าน ขณะเดียวกัน เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ที่สามารถบรรทุกระเบิด GBU-57 “bunker buster” น้ำหนักกว่า 13 ตัน ถูกส่งขึ้นบินจากฐานทัพมิสซูรี เพื่อโจมตีเป้าหมายใต้ภูเขาที่เชื่อว่าเก็บยูเรเนียมเข้มข้นและเครื่องหมุนเหวี่ยงขั้นสูงของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม รายงานความเสียหายที่แน่ชัดยังไม่สามารถตรวจสอบได้

AP Photo/Oded Balilty)

ทรัมป์แถลงสดจากทำเนียบขาว มีรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ร่วมอยู่ในห้อง

“สันติภาพหรือโศกนาฏกรรม เราจะตามล่าเป้าหมายที่เหลือทั้งหมด หากสันติภาพไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน” ทรัมป์กล่าว ทรัมป์ยังโพสต์ใน Truth Social ว่า “การตอบโต้ใด ๆ จากอิหร่านจะได้รับการตอบโต้ด้วยพลังที่รุนแรงยิ่งกว่าสิ่งที่เห็นในคืนนี้”

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ โดยระบุว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์” และ “แสดงพลังอำนาจอันชอบธรรมของกองทัพสหรัฐฯ”

(AP Photo/Ohad Zwigenberg)

แม้ทรัมป์จะยืนยันว่าเป็น “ชัยชนะอย่างสมบูรณ์” แต่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจถูกดึงเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหากอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย หรือเล่นงานทางเศรษฐกิจ เช่น วางทุ่นระเบิดหรือโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญของน้ำมันโลกกว่า 20%

(AP Photo/Baz Ratner)

ที่ผ่านมา อิหร่านใช้กลุ่มพันธมิตรและกองกำลังตัวแทน เช่น กองกำลังชีอะห์ในอิรัก, กลุ่มฮูตีในเยเมน และเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน เป็นกลยุทธ์ป้องกันประเทศจากศัตรู แต่หลังจากถูกถล่มอย่างหนักจากอิสราเอล หลายฝ่ายของอิหร่านก็อ่อนกำลังลงอย่างมาก

(AP Photo/Ohad Zwigenberg)

ในสหรัฐฯ ปฏิกิริยาจากสองพรรคการเมืองแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนฯ ฮาคีม เจฟฟรีส์ วิจารณ์ว่าทรัมป์ “เสี่ยงทำให้สหรัฐฯ ติดกับดักสงครามที่เลวร้าย” โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ด้านทอมมี เวียเตอร์ อดีตโฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติในยุคโอบามา เตือนว่าการตอบโต้จากอิหร่านอาจมาในรูปแบบก่อการร้ายในอนาคต

ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายรายสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ โดย ส.ว. ลินด์ซีย์ เกรแฮม ระบุว่า “ดีแล้ว สมควรแล้ว” และ ส.ว. เท็ด ครูซ ชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้ “จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านได้อาวุธนิวเคลียร์”

(AP Photo/Lee Jin-man)

ทรัมป์เคยลังเลในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่ออิหร่าน แต่เปลี่ยนใจหลังการบรรยายสรุปเมื่อ 8 มิถุนายน โดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ. แดน เคน ทำให้เขาอนุมัติการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเวลาต่อมา

ท่าทีของทรัมป์แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนการโจมตี เขาโพสต์เรียกร้อง “การยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขของอิหร่าน” และกล่าวต่อสื่อว่า “ฉันอาจจะทำ อาจจะไม่ทำ ใคร ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าฉันจะทำอะไร”

(AP Photo/Oded Balilty)

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ในระยะยาวได้ โดยเฉพาะในขณะที่อิหร่านมองว่าความอยู่รอดของระบอบการปกครองกำลังถูกคุกคามโดยตรง

คำถามสำคัญขณะนี้ คือ อิหร่านจะตอบโต้ด้วยวิธีใด และโลกจะต้องเผชิญกับผลกระทบอย่างไรต่อไป.

(AP Photo/Bernat Armangue)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...