โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินโดนีเซียเซอร์ไพรส์ 'ขึ้นดอกเบี้ย' นอกรอบ กนง. พยุงค่าเงินดิ่งเหวทุบสถิติไม่หยุด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (9 มิ.ย. 69) ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย "นอกรอบ" การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินตามปกติ ก่อนที่จะมีการประชุมขึ้นในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายพุ่งไปแตะระดับ 5.50%

การขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหวังพยุง "ค่าเงินรูเปียห์" ที่อ่อนค่าลงหนักจนทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ไป "หลายครั้ง" ในช่วงที่ผ่านมา โดยแบงก์ชาติอินโดนีเซียระบุในแถลงการณ์ครั้งนี้ว่า ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ นับตั้งแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมา

ในปีนี้ ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 8% โดยเฉพาะนับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ก็ได้อ่อนค่าลงถึง 7% ส่งผลให้เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีผลดำเนินงานแย่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามหลังแบงก์ชาติประกาศขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยทันทีมาอยู่ที่ 18,075 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ เพียงหนึ่งวันหลังจากแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 18,190 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินรูเปียห์เผชิญการอ่อนค่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค. ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่แม้จะมีการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว รวมถึงการที่ธนาคารกลางเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องค่าเงิน จนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียลดลงแล้ว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ ก็ยังไม่สามารถพยุงค่าเงินได้

ธนาคารกลางอินโดนีเซียระบุว่า "การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเปียห์ ท่ามกลางผลกระทบจากความผันผวนสูงของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง และเป็นมาตรการเชิงป้องกันล่วงหน้าเพื่อรักษาอัตราเงินเฟ้อในปี 2026 และ 2027 ให้อยู่ภายในกรอบเป้าหมาย"

ทั้งนี้ ค่าเงินรูเปียห์เผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งแผนการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ทั้งจากการทุ่มงบอุดหนุนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นหลังสงครามอิหร่าน จากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ตลอดจนข้อถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รูปแบบใหม่

ขณะเดียวกัน การแทรกแซงตลาดเงินที่เข้มข้นขึ้นของธนาคารกลาง ส่งผลให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี โดยลดลง 1.3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. เหลือ 1.449 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐบาลได้รับมือด้วยการออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐและยูโรในเดือนเม.ย. โดยระดมทุนได้ 3.5 พันล้านดอลลาร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...