เงินบาทอ่อนค่าปิด 31.85 บาท ดอลลาร์แข็ง–น้ำมันพุ่ง กดดันค่าเงินเอเชีย
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 31.74 บาทต่อดอลลาร์
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 31.75–31.99 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ทิศทางการอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกเพิ่มการถือครองเงินดอลลาร์ หลังความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่ามากขึ้น
อีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาทมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงไหลออกจากตลาดการเงินไทย โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอีก 2,421.79 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีสถานะขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยประมาณ 902 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มเติม
สำหรับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานค่าเฉลี่ย Indicative Forward Points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50–200 ล้านบาทต่อปี ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2569 อยู่ที่ -24.17 สำหรับผู้ส่งออกที่ขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้า และ -20.64 สำหรับผู้นำเข้าที่ซื้อเงินดอลลาร์ล่วงหน้า
ในระยะต่อไป ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.70–32.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีราคา PCE และ Core PCE ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเดือนมกราคม รวมถึงข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป