นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ : เบื้องหลังภาพยนตร์ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
หลังจากเคยเปิดประเด็นชีวิตคนทำงานสะท้อนความเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ของคนยุคปัจจุบัน ไปจนถึงภาพสะท้อนสวัสดิการสุขภาพของคนไทยในผลงาน “Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” (พ.ศ.2558) ล่าสุด นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับและมือเขียนบท กลับมาชวนคิดเรื่องชีวิตวัยทำงานอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) เล่าเรื่องราวของ เฟรน (แสดงโดย เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์) เจ้าหน้าที่แผนกทรัพยากรบุคคล หรือ Human Resource (HR) ของออฟฟิศแห่งหนึ่ง ร่วมทีมกับ เต้น (แสดงโดย ชนกันต์ รัตนอุดม) ทั้งสองสัมภาษณ์และรับ จิดา (แสดงโดย พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ) นักศึกษาจบใหม่เข้ามาทำงาน ในช่วงเวลาเดียวกับที่เฟรนเพิ่งตั้งท้องได้ 1 เดือน หลังจากเธอกับ เทม (แสดงโดย เผ่าเพชร เจริญสุข) ผู้เป็นสามีพยายามมาพักใหญ่ ในระหว่างนั้น เฟรน ต้องเจอความท้าทายของชีวิตครั้งใหม่ ทั้งเรื่องความขัดแย้งระหว่างหัวหน้างานกับพนักงานใหม่ และการเตรียมวางแผนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว
บรรยากาศของหนังพาคนดูไปอยู่ในห้วงความคิดของตัวละคร พร้อมเช็คลิสต์ประเด็นต่างๆ ทั้ง มลพิษในอากาศ สารพิษตกค้างในอาหาร การเลือกโรงเรียนให้ลูก คุณภาพชีวิตพนักงาน ชีวิตบนท้องถนนของคนเมือง การทำงานกับคนหลากหลายแบบ การรับมือกับความกดดันต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ความคาดหวังของเจ้านายกับพนักงานใหม่ ความคาดหวังของคนใกล้ชิดในครอบครัว ซึ่งตัวเอกต้องเจอความกดดันทั้งที่บ้านและที่ทำงาน อีกทั้งหนังยังได้เผยมุมมองของการเผชิญหน้ากับปัญหาของคนต่างรุ่น ต่างวัย ซึ่งเป็นสิ่งสังคมออฟฟิศยุคใหม่หรือแม้แต่ครอบครัวยุคใหม่ต้องเจอ
Sarakadee Lite ชวนไปพูดคุยกับ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เปิดไอเดียเบื้องหลังทีม HR ในโปรเจ็กต์ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
สารตั้งต้นของหนังเรื่องนี้คืออะไร
ไอเดียของเรื่องมาจากการตั้งคำวามว่า“ถ้าเราจะมีลูก” ซึ่งประเด็นนี้มันมีคำถามถึงเรื่องอื่นๆ รายรอบอีกมากมายที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องรักเด็กอย่างเดียว เริ่มแรกมาจากคำถามกับตัวเอง เมื่อตอนอายุ 38 ซึ่งน่าจะเป็นตามวัย ตามธรรมชาติแบบคนทำงาน แต่งงานแล้วสเต็ปต่อไปคือมีลูก จุดเริ่มต้นคำถามนี้มันน่าจะเริ่มประมาณใกล้ๆ เลือกตั้งใหญ่ของประเทศไทย พ.ศ. 2566 ช่วงนั้นผมมีความรู้สึกกับเรื่องการเมืองกับประเทศเยอะขึ้น เพราะหลายๆ อย่างมันได้เดินทางไปถึงจุดพีคแล้ว เหมือนประเทศกำลังจะรีเซ็ตใหม่ แล้วก็มีคำถามกับเรื่องต่างๆ รายล้อมว่า เราจะมีทางออกกันอย่างไร เราจะต้องอยู่กับมันยังไง ตอนเด็กๆ เราอาจมองตัวเรากับการเมืองสังคมเศรษฐกิจแบบแยกส่วนกัน แต่พอโตขึ้นเราก็เห็นแล้วมันแยกไม่ได้เลย ยิ่งตอนที่จะมีลูก มันยิ่งมีหลายเรื่องที่ให้คิดและเชื่อมโยงกัน
เตรียมข้อมูลเขียนบทอย่างไร
หลักๆ ผมรีเสิร์ชจากคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคุณแม่ แล้วก็กลุ่มคนทำงาน HR กลุ่มคุณแม่ส่วนใหญ่ก็ถามจากพวกเพื่อนๆ แหละ เพราะพูดถึงคุณแม่ มันก็มีหลายวัยนะ แล้วในเรื่องคือวัยช่วง 30 รุ่นเดียวกับผม เป็นวัยทำงานและมีลูกรุ่นๆ อายุ 5-6 ขวบ ได้ฟังเขาเล่าเรื่อง แล้วเรามองด้วยสายตาคนนอกก็เห็นว่า คนเป็นแม่เหมือน “หัวหน้างาน” ที่มีหน้าที่ดูแลคนทำงานคือคนในครอบครัว ดูแลเรื่องการเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ใดๆ แล้วมันต้องมีความมั่นใจ กลัว หรือสงสัยอะไรไม่ได้มาก แต่จริงๆ คนก็มีความกังวลทั้งพ่อทั้งแม่แหละแต่บางเรื่องก็พูดออกไปไม่ได้ กลุ่มที่สองที่รีเสิร์ช คือ คนทำงาน HR ถามเรื่องวิธีคิดของ HR ในการคัดเลือกคนมาทำงาน แล้วดูว่ามันจะสัมพันธ์กับตัวละครที่กำลังตั้งครรภ์อย่างไรได้บ้าง
ทำไมเลือกเล่าผ่านตัวละครที่เป็นตำแหน่งHR
หน้าที่ของฝ่าย HR คือ การคัดเลือกคนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและเป้าหมายงานของบริษัท การพาพนักงานใหม่เข้ามา มันจะรอดไหม จะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้ามองแบบผิวเผินมันเหมือนๆ กับคนที่จะเป็นพ่อแม่ การมีลูกคือการพาคนใหม่เข้าบ้านมาอยู่ในชีวิตเรา ถ้าลูกคือ “พนักงานใหม่” เราจะช่วยเขาให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และมีชีวิตที่เป็นเป้าหมายชีวิตที่ดีได้อย่างไร ซึ่งความต่างคือคนที่เป็นลูกเขาไม่ได้เลือก ไม่ได้ผ่านการสัมภาษณ์ด้วยซ้ำ แต่ต้องเริ่มงานเลย ส่วนพนักงานใหม่ยังได้สัมภาษณ์ เลือกได้ว่าจะทำงานหรือไม่ทำงาน
ผมก็เลยให้ตัวละครเอกเป็น HR เพราะมองว่า ในความเป็นหนังมันเล่าให้เห็นคำถามที่เกิดขึ้นได้ ตัวนางเอกเป็นวัยทำงานรุ่นกลางในบริษัท งานของเขาอยู่ในฝ่าย HR ที่ต้องอยู่กับคนหลายเจน ทั้งรุ่นบนรุ่นล่าง เป็นคนกลางที่อยู่ระหว่างเจ้านายที่เป็นรุ่นใหญ่ และก็พนักงานใหม่ที่เป็นรุ่นเด็กเพิ่งเรียนจบ และเจออะไรหลายอย่าง ทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจกับการมีลูก มันไม่ใช่แค่อยากมี แต่คำถามของเขามันเริ่มกระเด้งไปเรื่องอื่นๆ ด้วย
ประเด็นเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ถูกพูดถึงในหนังเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
ตอนที่ผมทำเรื่อง Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หนังเจาะชีวิตคนทำงานฟรีแลนซ์ แต่หนังเรื่องนี้ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ได้เจาะลึกชีวิตของคนทำงาน HR แต่เป็นเรื่องที่เล่าเปรียบเปรยเป็นเมตาฟอร์เรื่องการเกิดมาอยู่ในสังคมทุกวันนี้ มันเป็น 2 เรื่องที่มันขนานกันไป นางเอกก็เหมือนต้องรับพนักงานใหม่ 2 คน คนหนึ่งคือพนักงานบริษัท อีกคนคือลูก พนักงานใหม่ยังได้เลือกว่าจะเข้ามาทำงานในบริษัทหรือจะไม่ทำ แต่ลูกเกิดมาในชีวิตแบบนี้ไม่ได้เลือกเองซะทีเดียว พ่อแม่เหมือนเป็น Gate Keeper ที่จะเลือกว่าจะพาเขามาเข้างานตรงนี้ เราก็ดูว่าธรรมชาติของงาน HR มีซีนาริโอไหนที่มันจะสามารถเล่าเรื่องเชื่อมไปถึงฝั่งการมีลูกได้ด้วย
ทำไมหนังเสนอภาพของพนักงานใหม่ Gen Z ที่มักจะมีการตั้งคำถามต่องานที่ทำและเป็นประเด็นในสังคมออฟฟิศคนทำงานตอนนี้
เรื่องที่ว่าเด็กยุคนี้มันต้องอย่างนี้ มันไม่ทำงานวันเสาร์นะ ผมว่าเป็นการเหมารวมเกินไป เพราะจริงๆ มันเป็นเรื่องแต่ละบุคคล เป็นก้อนๆ ไป คนรุ่นนี้มันมีความหลากหลายกว่านั้นนะ พอผมได้เจอคนเยอะขึ้นก็รู้สึกว่า โลกมันมีสองด้านตลอดเลย แม้จะเป็นด้านที่เราไม่เห็นด้วย แต่มันก็มีคนเห็นด้วยแบบนั้นด้วยเหตุผลบางอย่างอยู่ดี และถ้าเราได้ฟังเหตุผลของทั้ง 2 ด้าน เราก็จะรู้ว่าคนที่เราไม่เห็นด้วยเขาก็คิดถูกบางจุดนะ มันก็เหมือนสถานการณ์ในชีวิตจริงเรา บางอย่างบางเรื่องที่คนทำก็รู้ว่าไม่ถูก แต่ทำไปแล้วด้วยความจำเป็นบางอย่าง บางแฟคเตอร์ในชีวิตหรืออะไรแบบนี้ หรือบางเรื่องที่ทำแล้วคิดว่าถูกต้องแล้วแต่สุดท้ายผิด บางอย่างที่น่าจะผิดแต่ดันทำได้
อย่างเรื่องการใช้เส้นสายแก้ปัญหาในชีวิต ที่ตัวละครมันไม่ชอบเลย แต่อยู่ดีๆ สถานการณ์มันพาตัวละครไปรู้จักกับคนนี้ แล้วกลายเป็นว่าพี่เขามาช่วยแก้ปัญหาเฉยเลย มันทำให้มีคำถามว่าเขารับยอมรับสิ่งนี้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในชีวิตจริงคนทั่วไปก็มีแบบนี้ ผมก็เลยทำให้หนังมันมีท่าทีแบบ “ไม่แน่ใจ” ว่าอันนี้มันถูกหรือเปล่า เพราะผมรู้สึกว่าความรู้สึกแบบนี้มันแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกวันนี้ ความรู้สึกว่าชีวิตมันเหมือนมันหมุนไปตลอดเวลา วันนี้ถูกแต่พรุ่งนี้ผิดแล้ว แล้วความรู้สึกแบบนี้มันเล่าในหนังยาก แต่ผมก็อยากลองทำดู
Fact File
Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) ผลงานกำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่องยาวลำดับที่ 9 ของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นำแสดงโดย เอิงเอย- ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์, เผ่าเพชร เจริญสุข, อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม และ พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ หรือ พิมมา แห่งวง PiXXiE สร้างโดย GDH ร่วมกับ One Cool Connect และ JAI Studios เข้าฉายครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 และ บริการสตรีมมิงทาง Netflix เริ่มเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
The post นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ : เบื้องหลังภาพยนตร์ Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) appeared first on SARAKADEE LITE.