โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อาชีพนี้ทำอะไรหรอ’ สำรวจความหลากหลายทางอาชีพ ที่มีความสำคัญและเป็นกลไกขับเคลื่อนโลก ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

‘มีอาชีพนี้ด้วยหรอ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย’

ไม่ใช่เรื่องแปลก หากใครหลายคนเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจ เพราะในสังคมยังคงมีอาชีพที่เราไม่รู้จักอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักขอโทษมืออาชีพ คนรับจ้างทำบุญ นักดมกลิ่น ไปจนถึงภัณฑารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลความเรียบร้อยของพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ

เพราะโลกของเราถูกขับเคลื่อนด้วยสายงานที่หลากหลาย ทุกคนต่างมีความสามารถและความสนใจเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

และในหลายอาชีพที่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน จนกว่ามันจะสร้างความตื่นตัวหรือแรงกระเพื่อมบางอย่างให้กับสังคม หรือแม้แต่ตอนที่เราได้ยินชื่ออาชีพแปลกๆ จนเกิดความสงสัยได้ว่า ‘อาชีพนี้เกี่ยวกับอะไร?’ ทั้งที่ในความเป็นจริง อาชีพเหล่านั้นล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิทยาศาสตร์ สังคม ตลอดจนสร้างองค์ความรู้และแรงบันดาลใจ ซึ่งอยู่เบื้องหลังคุณภาพชีวิตที่ดีของเราทุกคน

Thairath Plus ชวนทุกคนไปสำรวจอาชีพที่ใครหลายคนอาจไม่ค่อยรู้จัก เพื่อทำความเข้าใจบทบาท ความสำคัญ และหัวใจสำคัญของอาชีพที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปสู่อนาคตที่ดีได้

นักบรรพชีวิน เมื่ออดีตคือกระจกสะท้อนปัจจุบัน

‘นักบรรพชีวิน’ ชื่ออาชีพที่ใครหลายคนอาจได้ยินกันในช่วงนี้ จากการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ตัวที่ 14 ของไทย ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส’ (Nagatitan chaiyaphumensis) ภารกิจสำคัญของการเป็นนักบรรพชีวินนั้น คือการศึกษาและวิจัยซากดึกดำบรรพ์ (Fossils) ของสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ ไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์ ซากพืช ซากสัตว์ขนาดเล็ก หรือสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อศึกษาวิวัฒนาการ ประวัติศาสตร์โลก สภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในอดีต

เบื้องหลังของนักบรรพชีวินอาจไม่ได้สวยหรูหรือเท่เหมือนชื่อเท่าไหร่นัก เพราะกว่าจะมาเป็นนักบรรพชีวินได้ต้องผ่านการสำรวจชั้นหินและดิน เพื่อตามหาตำแหน่งที่คาดว่าจะเป็นแหล่งฟอสซิลที่ถูกทับถมเอาไว้หลายร้อยล้านปี และต้องอาศัยความระมัดระวัง เพื่อรักษาชิ้นส่วนของซากดึกดำบรรพ์ให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังจากนั้นนำฟอสซิลที่ได้มาศึกษาวิจัยและวิเคราะห์รายละเอียดทางกายวิภาค เช่น การใช้ระบบสแกนสามมิติ หรือการวิเคราะห์ค่าทางเคมี ซึ่งช่วยให้เราทราบได้ว่าฟอสซิลที่ขุดพบนั้นคือสิ่งมีชีวิตชนิดใดและมีอายุเก่าแก่มาแล้วกี่ร้อยล้านปี

นอกจากงานขุดและงานวิจัย นักบรรพชีวินยังต้องทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และซ่อมแซม ฟื้นฟูโครงกระดูกหรือเศษซากที่เสียหาย ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด นำไปจัดเก็บและดูแลรักษาอย่างถูกวิธีในพิพิธภัณฑ์หรือห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เคยอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป

กว่าจะค้นพบร่องรอยการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอดีต นักบรรพชีวินต่างต้องใช้ทั้งระยะเวลา ความตั้งใจ ความอดทน และงบประมาณ เบื้องหลังความสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่การค้นพบซากไดโนเสาร์ชนิดใหม่เท่านั้น แต่คือการค้นพบหลักฐานสำคัญในประวัติศาสตร์โลกและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การค้นพบสิ่งเหล่านี้อาจเป็นตัวจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่สนใจ และอยากเปลี่ยนแปลงโลกปัจจุบันด้วยการเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

เพราะการเข้าใจอดีตคือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่อนาคตได้ การศึกษาฟอสซิลจะช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกในอดีต และสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

รุกขกร แพทย์เวชกรรมประจำต้นไม้

หนึ่งในอาชีพที่มีความสำคัญ แต่น้อยคนนักที่จะรู้จัก หากเราเจ็บป่วยต้องการการรักษา สิ่งที่เราทำได้คือการไปโรงพยาบาลและรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือถ้าเกิดในกรณีของสัตว์เลี้ยง เราคงต้องพาสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บไปพบสัตวแพทย์

แต่หากการเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นใน ‘ต้นไม้’ ใครจะเป็นผู้รักษาและดูแลอาการบาดเจ็บเหล่านี้? คำตอบคือ ‘รุกขกร’ หรือที่มักเรียกกันว่า ‘หมอต้นไม้’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ ดูแล รักษา อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมืองและตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่ให้เติบโตอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งไม่ต่างจากการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ เลย

โดยเฉพาะในยุคที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใหญ่ในเมืองมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหามลพิษ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และลดความร้อนในเมืองได้

รุกขกร จะมีหน้าที่ช่วยให้ต้นไม้สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งก่อสร้าง สายไฟ และผู้คนได้อย่างปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ต้นไม้โค่นล้มเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน รวมถึงยังรักษาต้นไม้ให้คงอยู่และเจริญเติบโตต่อไปได้

หน้าที่หลักของการเป็นรุกขกร คือการตรวจประเมินสุขภาพและโครงสร้างต้นไม้ วินิจฉัยโรค แมลง หรือเชื้อรา พร้อมวางแผนการรักษาและฟื้นฟูสภาพต้นไม้ อีกทั้ง ยังมีการตัดแต่งเพื่อความสวยงาม เสริมโครงสร้างต้นไม้ให้แข็งแรงทนทานต่อลมพายุ ตัดกิ่งที่เสี่ยงต่อการหักอย่างถูกวิธี

รวมถึงการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่สาธารณะและใกล้สิ่งปลูกสร้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และจัดการติดตั้งระบบค้ำจุนหรือยึดโยงต้นไม้ เพื่อพยุงกิ่งและลำต้นไม่ให้ฉีกขาดโค่นล้ม

และในวันนี้ หากเราลองสังเกตและมองไปโดยรอบในเมืองใหญ่ ถ้าไม่มีรุกขกรมาช่วยตัดแต่ง ต้นไม้ใหญ่ริมถนนหรือในพื้นที่สาธารณะ กิ่งไม้ที่ระโยงระยางเหล่านั้นจะเกี่ยวพันสายไฟจนเกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง หรือพาดผ่านโครงสร้างอาคารจนพังเสียหาย

ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้ที่ยืนต้นตายและภายในพุพัง จนเกิดการโค่นล้มทับผู้คนหรือยานพาหนะทุกครั้งที่มีลมพายุ ต้นไม้ในเมืองที่ควรจะให้ร่มเงาและเป็นประโยชน์กับคนเมือง จะกลายเป็นความเสี่ยงอันตรายในชีวิตประจำวันทันที

ดังนั้น การมีอยู่ของอาชีพรุกขกรจะยิ่งทำให้การตัดแต่งต้นไม้เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง และทำให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างถูกวิธี ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในเมือง

สุคนธกร ศิลปินผู้ผสมผสานศาสตร์ของศิลป์และวิทย์ได้อย่างลงตัว

‘Smell is a word, perfume is literature.’ โควทสั้นๆ ของ Jean Claude Ellena นักปรุงน้ำหอมระดับตำนานผู้สร้างสรรค์ผลงานมากมายให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Hermès ที่สื่อถึง ‘น้ำหอม’ ว่าเป็นมากกว่าแค่กลิ่น แต่คือเครื่องมือที่บอกเล่าเรื่องราวและสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้แก่ผู้ที่ได้สัมผัส

สุคนธกร คือผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงแต่งกลิ่นหอมหรือ ‘นักปรุงน้ำหอม’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดมกลิ่นและผสมผสานสารสกัดต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์กลิ่นใหม่ๆ ที่ไม่เพียงแต่ทำงานกับน้ำหอมเท่านั้น ยังเป็นผู้ออกแบบกลิ่นในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ไปจนถึงการออกแบบกลิ่นเฉพาะสำหรับแบรนด์ โรงแรม และศูนย์การค้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากกลิ่นมีผลต่อจิตใจและการจดจำของสมอง

แม้อาชีพนี้จะเกิดขึ้นและเป็นที่รู้จักในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 แต่ศาสตร์ของนักปรุงน้ำหอมและกระบวนการทำงานนั้นกลับลึกซึ้งและซับซ้อนไม่ต่างจากการเป็นศิลปินที่ต้องบรรจงร้อยเรียงเรื่องราวผ่านกลิ่นที่ช่วยปลุกความทรงจำ เยียวยาจิตใจ และสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้ผู้คนได้

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังกลิ่นหอมของนักปรุงน้ำหอม สุคนธกรต้องผ่านการฝึกฝน จดจำ และแยกองค์ประกอบของกลิ่น มากกว่า 5000 ชนิด ไปพร้อมกับการทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์และเคมีในระดับโมเลกุล เพื่อคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบให้สมดุลที่สุด การปรุงน้ำหอมที่ดี ไม่เพียงแค่สร้างความหอมเท่านั้น แต่กลิ่นนั้นต้องมีการฟุ้งกระจายที่ดีและติดทนนาน ซึ่งถือเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ได้อย่างลงตัว

ด้วยความที่ต้องใช้ทักษะการดมกลิ่น สุคนธกรจึงมักได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปิน และในวงการน้ำหอมระดับโลก มักเรียกบุคคลกลุ่มนี้ด้วยคำในภาษาฝรั่งเศสว่า Le nez (The Nose) ที่เป็นผู้ที่มีสัมผัสของจมูกดีกว่าคนทั่วไปและอาจเรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่หายากที่สุด เนื่องจากต้องผ่านการฝึกฝนทักษะมาอย่างยาวนาน

ภูมิสถาปนิก เชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน

คำว่า ‘ภูมิสถาปนิก’ มาจากการนำสองคำมาผสมกัน คือคำว่า ภูมิ ที่มาจากภูมิศาสตร์ ซึ่งหมายถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น มารวมกับคำว่า สถาปนิก ที่หมายถึงผู้ออกแบบและจัดการพื้นที่

ดังนั้น ภูมิสถาปนิกจึงหมายถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ ออกแบบ และวางผังภูมิทัศน์ให้กับพื้นที่นอกอาคาร สวนสาธารณะ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งหมด

ภูมิสถาปนิกจะเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคารและสภาพแวดล้อมโดยรอบ ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ที่ยั่งยืน ภูมิสถาปนิกจะเข้ามาช่วยออกแบบเมืองให้น่าอยู่ขึ้น สร้างสวนสาธารณะที่คอยช่วยดูดซับน้ำเวลาฝนตกหนักเพื่อป้องกันน้ำท่วม ออกแบบพื้นที่เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมในเมือง และเชื่อมโยงธรรมชาติให้เข้ากับผู้คน

บทบาทของภูมิสถาปนิกที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปนั้น จริงๆ แล้วมีความใกล้ชิดและส่งผลต่อวิถีชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสวนสาธารณะ ภูมิทัศน์ริมถนนและทางเท้า เลนจักรยาน ไปจนถึงลานกิจกรรมอเนกประสงค์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

งานของภูมิสถาปนิกจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดภูมิทัศน์ให้ดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย น่าอยู่ และเหมาะกับการใช้งาน

เพราะการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนในสังคมได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน จะช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายทางสังคม และเสริมความเข้มแข็งทางจิตใจ ทำให้พวกเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับการพัฒนาและธรรมชาติได้อย่างสมดุล

นักกีฏวิทยา สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ส่งเสียงดังที่สุด

ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักมองว่าแมลงเป็นสัตว์ที่น่ารำคาญหรือน่ากลัว แต่สำหรับนักกีฏวิทยานั้น พวกเขากลับมองเห็นถึงความสำคัญของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้ ที่มีส่วนช่วยรักษาสมดุลให้กับโลก เพราะหากแมลงสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ นั่นก็อาจทำให้ระบบนิเวศทั้งหมดพังทลายลงได้

นักกีฏวิทยา หรือนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ ‘แมลง’ และสัตว์ขาปล้องทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้าง รูปร่าง วงจรชีวิต พฤติกรรม วิวัฒนาการ และความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไปจนถึงบทบาทหน้าที่ของแมลงที่มีต่อระบบนิเวศ

เบื้องหลังการทำงานของนักกีฏวิทยา ต้องแลกมาด้วยการเฝ้าสังเกตวงจรชีวิต พฤติกรรม และการปรับตัวของแมลงแต่ละชนิดอย่างละเอียด การทำงานที่ต้องกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาตินั้น ต้องอาศัยทั้งความอดทน สมาธิ และความตั้งใจจริงที่จะปกป้องทรัพยากร ที่จะคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ

ในความเป็นจริง แมลงเกี่ยวข้องกับชีวิตเรามากกว่าที่คิด และการมีอยู่ของแมลงก็หมายถึงความอยู่รอดของพวกเราทุกคนด้วย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ช็อกโกแลต ดอกไม้ ผัก หรือผลไม้ ผลผลิตเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดกระบวนการที่เรียกว่าการผสมเกสร ซึ่งต้องอาศัยแมลงชนิดต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ และผลผลิตที่ได้จากแมลงเหล่านี้เอง คือความมั่นคงทางอาหารของเราทุกคน

นอกจากนี้ นักกีฏวิทยายังมีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตร โดยช่วยคิดค้นวิธีควบคุมแมลงศัตรูพืช เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ส่วนในด้านสาธารณสุขก็ช่วยควบคุมโรคติดต่อที่เกิดจากยุงหรือแมลง และในอนาคต แมลงก็ยังถูกมองว่าเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ของโลกอีกด้วย

รวมถึง ยังมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับแมลงอย่าง 'นิติเวชกีฏวิทยา' ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับแมลงที่กินซากศพ ความรู้เรื่องพฤติกรรมของแมลงจะมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยพิสูจน์หลักฐานทางอาชญากรรม อย่างเช่น การคาดคะเนเวลาเสียชีวิตโดยประมาณ โดยอาศัยการสังเกตว่าวงจรชีวิตของแมลงในตอนนั้นอยู่ในช่วงใดของชีวิต

เพราะฉะนั้น หน้าที่หลักของนักกีฏวิทยาคือการดูแลสมดุลของธรรมชาติ การที่พวกเขาเห็นคุณค่าและใส่ใจสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ก็เพื่อปกป้องโลกใบใหญ่ของเราไว้ มนุษย์เราอาจเอาตัวรอดไม่ได้เลย หากขาดกลุ่มคนที่เข้าใจกลไกที่คอยขับเคลื่อนธรรมชาติให้เดินหน้าต่อไป

นักอนาคตศาสตร์ ผู้ทำนายทายทักบนพื้นฐานของความเป็นจริง

นักอนาคตศาสตร์ ไม่ใช่หมอดูแต่อย่างใด แต่คือผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาแนวโน้มและวิเคราะห์ข้อมูลในปัจจุบัน ทั้งด้านสังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ เพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ในอนาคต โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเชิงสถิติ และเทรนด์เทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้องค์กรหรือรัฐบาลสามารถวางแผนรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและปรับตัวได้ทันท่วงที

ท่ามกลางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ วิกฤตโรคระบาด หรือสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน นักอนาคตศาสตร์จะช่วยรวบรวมข้อมูลปัจจุบันนำมาเชื่อมโยงกัน เพื่อจำลองภาพความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอีก 10 20 หรือ 50 ปีข้างหน้า

สิ่งสำคัญของนักอนาคตศาสตร์ ไม่ใช่การทำนายว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง แต่คือการตั้งคำถามกลับมาว่า ‘ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราจะรับมือกับมันอย่างไร’ นักอนาคตศาสตร์อาจช่วยให้รัฐบาลสามารถวางแผนนโยบายเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ ช่วยให้องค์กรธุรกิจรู้ทันและปรับตัวก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

และที่สำคัญคือ ช่วยให้เราทุกคนมองเห็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า วางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้พร้อม และเปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีได้

ท้ายที่สุดแล้ว โลกใบนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยอาชีพที่เราคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงมีอีกหลากหลายอาชีพที่มีความสำคัญและกำลังขับเคลื่อนโลกใบนี้ การมีอยู่ของอาชีพเฉพาะทางยังเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าโลกของเรานั้นซับซ้อนและทุกสิ่งล้วนต่างเชื่อมโยงถึงกัน และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของมนุษย์ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะมีความถนัดในด้านใดหรือทำอาชีพอะไร ทุกเส้นทางล้วนมีคุณค่าและมีความหมายในตัวเองเสมอ เราอาจไม่จำเป็นต้องปีนขึ้นไปบนยอดไม้สูง เดินเข้าป่าลึกเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ หรือต้องเป็นผู้ทำนายทายทักอนาคตได้

แต่ในมุมเล็กๆ ของความรับผิดชอบและสิ่งที่เราทำได้ดี ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนและผลักดันให้โลกใบนี้ดำเนินต่อไปได้อย่างงดงามในแบบฉบับของตัวเราเอง

อ้างอิง

อาชีพรุกขกร

นักบรรพชีวินวิทยา

perfume-quotes

ภูมิสถาปัตย์

ezathai.org

unep

etda.or.th

บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘อาชีพนี้ทำอะไรหรอ’ สำรวจความหลากหลายทางอาชีพ ที่มีความสำคัญและเป็นกลไกขับเคลื่อนโลก ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...