โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวียดนามล็อกดาวน์ 2 นิคมใหม่ "บั๊กซาง-บั๊กนิญ" ซมพิษโควิดฉุดลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2564 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 09.41 น.
FILE PHOTO : Nhac NGUYEN / AFP

โควิดถล่มเวียดนาม รัฐเร่งล็อกดาวน์ “บั๊กซาง-บั๊กนิญ” 2 จังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ สกัดการระบาด หวั่นกระเทือนนักลงทุน “ทูตพาณิชย์ฮานอย” มั่นใจไม่กระทบการค้าไทย-เวียดนามเติบโต หลัง 4 เดือนแรกยอดส่งออกพุ่ง 20% เร่งเครื่องเปิดจับคู่ธุรกิจออนไลน์ขยายส่งออกสินค้าดาวรุ่งสินค้าแม่และเด็ก ชิ้นส่วนยานยนต์

นางสาวพรรณกาญจน์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ประจำกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเวียดนาม พบว่าช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมามียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเวียดนามเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดภาคเหนือของเวียดนามซึ่งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ

ส่งผลให้เวียดนามขยายมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศและเข้มงวดในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เวียดนามอาจทบทวนประมาณการส่งออก รวมถึงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าปีนี้จีดีพีจะขยายตัว 6.5%

“จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดจากการติดเชื้อในชุมชน นอกจากฮานอย โฮจิมินห์ และดานังแล้วยังมีส่วนหนึ่งอยู่ในจังหวัดบั๊กซาง (Bac Giang) ทางตอนเหนือ ในจังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) และในกรุงฮานอย ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อในเวียดนามเพิ่มขึ้น”

“ล่าสุดในช่วงปลายเดือน เม.ย.พบผู้ติดเชื้อจำนวน 3,594 ราย ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวน 7,625 ราย มีผู้เสียชีวิต 48 ราย รักษาหายแล้ว 3,043 ราย และยังมีประชาชนที่อยู่ในการเฝ้าระวังและกักตัวอีก การขยายมาตรการล็อกดาวน์ ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่สำคัญของเวียดนามเพื่อสกัดโควิด-19 ไม่ให้กระจายและต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นโดยเร็วที่สุด เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก หากไม่แก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็อาจจะกระทบได้”

นางสาวพรรณกาญจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตสวนกระแส เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน จากการที่ได้รับสิทธิประโยชน์หลังเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ที่มีผลบังคับใช้มาแล้ว 2 ปี ช่วยให้เวียดนามเพิ่มการส่งออกไปยังทวีปอเมริกาและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเวียดนามและทวีปอเมริกาเติบโตขึ้นอย่างมาก

ไตรมาสแรกของปี 2564 เวียดนามเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศสมาชิก CPTPP โดยเฉพาะส่งออกไปยังแคนาดา ชิลี เม็กซิโก และเปรู และยังมีความตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (EU-Vietnam Free Trade Agreement : EVFTA) ซึ่งทำให้เวียดนามมีจุดแข็งมากในการแข่งขันด้านการค้าและการส่งออก

แต่จากการแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้เวียดนามอาจจะมีการประเมินภาคการผลิต กำลังการผลิต การส่งออกเศรษฐกิจของเวียดนามอีกครั้ง เนื่องจากบั๊กซาง-บั๊กนิญ พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่นั้นเป็นพื้นที่สำคัญ เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานเป็นจำนวนมาก มีทั้งนักลงทุนในเวียดนามและต่างประเทศอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เช่น บริษัท ซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ ทำให้เวียดนามประกาศเคอร์ฟิวห้ามเข้า-ออกทันที แรงงาน พนักงาน หรือผู้บริหารจำเป็นต้องอาศัย กิน นอนอยู่ในตัวโรงงาน ห้ามออกจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนพื้นที่อื่น เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ สถานบริการต่าง ๆ ก็ต้องหยุดให้บริการทันที

ทั้งนี้ ปัจจุบันเวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติ 33,463 โครงการ ทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 394,916 ล้านเหรียญสหรัฐ เกาหลีใต้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดด้วยจำนวน 9,049 โครงการ มูลค่าเงินทุนจดทะเบียน 71,578 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 18.1% ของมูลค่าเงินทุนทั้งหมด รองมาเป็นญี่ปุ่นที่มี 4,690 โครงการ มูลค่าเงินทุนจดทะเบียน 62,911 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 15.9% และถัดไปเป็นสิงคโปร์ที่มี 2,681 โครงการ มูลค่า 61,461 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 15.6%

ขณะที่ประเทศไทยมีการลงทุน 611 โครงการ มูลค่าจดทะเบียนอยู่ที่ 12,730 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นประเทศอันดับ 9 ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทที่เข้าไปลงทุนเป็นบริษัทรายใหญ่ เช่น SCG เครือเซ็นทรัล ซี.พี. กลุ่มธุรกิจพลังงาน เป็นต้น

“ทางเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ โดยให้สิทธิประโยชน์ทั้งเรื่องของภาษี การเช่าพื้นที่เพื่อดึงนักลงทุน นอกจากนี้เวียดนามยังให้ความสำคัญและเปิดกว้างให้กับนักลงทุนสำหรับโครงการอุตสาหกรรมแปรรูปผักและผลไม้เป็นอย่างมากเพราะยังมีความต้องการ เนื่องจากเวียดนามมีผลผลิตแต่ขาดเรื่องการแปรรูป”

ในด้านการค้าระหว่างไทย-เวียดนามนั้น เมื่อเกิดโควิดแต่เวียดนามก็ยังนำเข้าเพิ่มขึ้น ล่าสุดข้อมูลในเดือนเมษายน 2564 มีมูลค่า 1,515 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 1,028 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม 486 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2564 การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 6,146 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.6% เป็นการส่งออกไปเวียดนาม 4,187.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.9% และการนำเข้าจากเวียดนาม 1,958.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกสำคัญ เช่น รถยนต์ทุกชนิด เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ วัตถุดิบพลาสติก ส่วนประกอบและชิ้นส่วนยานยนต์น้ำมันทุกประเภท เป็นต้น

“ตลาดเวียดนามยังให้ความสนใจสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยเนื่องจากมีคุณภาพ แม้จะแข่งขันเรื่องของราคากับจีน นอกจากนี้ สคต.พบว่ายังมีสินค้าในกลุ่มแม่และเด็กที่มีโอกาสส่งออกไปตลาดเวียดนาม เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มตลาดนี้ให้ความสำคัญสินค้าเด็กมากขึ้น รวมถึงสินค้าชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ จักรยานยนต์ มีความต้องการเพิ่มขึ้น”

“อย่างไรก็ดีทาง สคต.จะจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 นี้ต่อเนื่องตามกลุ่มสินค้าซึ่งเริ่มจากกลุ่มสินค้าด้านบริการสุขภาพและสินค้าอะไหล่รถยนต์ เหล็ก อาหาร สินค้าแม่และเด็ก เป็นต้น เพื่อขยายการส่งออกไทยในปีนี้ให้ได้ตามเป้าหมาย 4%”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...