โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีป้า ปักหมุด OTOD #3 “พระนครศรีอยุธยา” ยกระดับลุ่มน้ำเจ้าพระยา หนุนชุมชนเติบโตสู่เกษตรดิจิทัล

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขยายผลโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดที่ 4 ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองมรดกโลกและพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของภาคกลาง ในฐานะ “อู่ข้าวอู่น้ำ” และศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ผสานมรดกโลกเข้ากับฐานการผลิตสมัยใหม่ เพื่อเร่งยกระดับเกษตรกรและชุมชนสู่ Smart Agriculture ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าถึงได้จริง ตอบโจทย์การเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างแม่นยำ และสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้รับเกียรติจาก นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า และ นายวิศิษฏ์ ไหมเพ็ชร ผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง ดีป้า และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 220 ราย/ ชุมชน

นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า กล่าวว่า “OTOD #3 ไม่ได้เป็นเพียงโครงการอบรมหรือสนับสนุนงบประมาณ แต่คือกลไกสำคัญในการเชื่อม ‘ความต้องการของชุมชน’ เข้ากับ ‘เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีมาตรฐาน’ เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ทั้งต้นทุนแรงงาน ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ การบริหารจัดการแปลง และการเข้าถึงตลาด สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรามองเห็นศักยภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่แห่งนี้คืออู่ข้าวสำคัญของภาคกลาง และมีรากฐานด้านเกษตรกรรมที่แข็งแรง หากสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมได้อย่างถูกจุด จะช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในระยะยาว”

“หัวใจของ OTOD #3 คือการทำให้เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ชุมชนใช้ได้จริง ผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture การจัดแสดง AgriTech Showcase การจับคู่ธุรกิจกับผู้ให้บริการเทคโนโลยี และเวที Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการสนับสนุนจากดีป้า ทั้งหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนการพัฒนาเกษตรไทยจากการทำแบบรายกิจกรรม ไปสู่การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เกิดผลลัพธ์จริงในพื้นที่”

นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม OTOD #3 ในครั้งนี้ เพราะอยุธยาไม่ใช่เพียงเมืองประวัติศาสตร์และเมืองมรดกโลก แต่ยังเป็นจังหวัดที่มีฐานการเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะการผลิตข้าวและพืชเศรษฐกิจของภาคกลาง วันนี้การพัฒนาเกษตรกรรมไม่อาจมองเพียงเรื่องผลผลิตต่อไร่เท่านั้น แต่ต้องมองถึงต้นทุน คุณภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในอนาคต เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความเสี่ยง และเชื่อมต่อกับตลาดได้ดียิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้อง ‘ปรับกระบวนทัศน์’ จากเกษตรแบบเดิม สู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นรากฐาน

โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว โดยผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนเกาะจิกระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด และเกษตรกรต้นแบบจากคุณสนธยา ตรีสุทธิผล ประธานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของ “ไร่สนธยา พาเพลิน” และคุณประเสริฐ พุ่มพวง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวปลอดภัยหนองน้ำใหญ่ “ข้าวตาจุก” ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวที Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ภาคกลาง มีกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาประเภท d-community ทุนละ 150,000 บาท จำนวน 60 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบางกะเจ้าเกษตรอินทรีย์ ขณะที่ประเภท d-startup ทุนละ 200,000 บาท มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 4 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ นายสุปากรณ์ ปิ่นทอง โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เกษตรจังหวัด, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด, สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น

โครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด, ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมหน่วยงาน ภูมิภาคถัดไปโครงการจะเดินหน้าสู่ภาคใต้ตอนบน จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม เดอะทวิน โลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยกลุ่มชุมชน และเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรดิจิทัล สามารถศึกษารายละเอียดผ่าน LINE OA: @OTOD3 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: depa Thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...