โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ ในกรอบ 1,580-1,600 จุด จับตาแรงขายทำกำไร

Businesstoday

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. เวลา 02.42 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,580-1,600 จุด มีโอกาสเกิด Sector Rotation แนะรอซื้อเมื่ออ่อนตัว กลับมาเน้นกลุ่มอิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ท่องเที่ยว, นิคมฯ โดยวันนี้แนะ ERW, AMATA

การลงทุนสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด หลัง SET Index วานนี้ปิดที่ 1,594.79 จุด เพิ่มขึ้น 6.73 จุด หรือ +0.42% โดยมีแรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและขนส่ง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,473 ล้านบาท

สำหรับวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 1,580-1,600 จุด โดยตลาดเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนกลุ่มลงทุน หรือ Sector Rotation มากขึ้น ทั้งในตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทย ระยะสั้นมีเม็ดเงินบางส่วนไหลออกจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ไปยังอุตสาหกรรมอื่น หลังแนวโน้มธุรกิจของ Broadcom ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด

ในส่วนของ SET Index หากดัชนีขึ้นทดสอบบริเวณ 1,600 จุด บวก/ลบ ยังมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่เม็ดเงินมีโอกาสหมุนไปยังหุ้นกลุ่ม Laggard หรือกลุ่มที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด

ด้านปัจจัยต่างประเทศ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ล่าสุดอิสราเอลและเลบานอนจะมีข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไข ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาย่อตัวลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดได้

ขณะเดียวกัน คืนนี้ตลาดจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 85,000-89,000 ตำแหน่ง หากตัวเลขออกมาในลักษณะ “Goldilocks” คือไม่ร้อนแรงเกินไปจนกดดันความกังวลเรื่องดอกเบี้ย และไม่อ่อนแอเกินไปจนสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย จะถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน

กลยุทธ์การลงทุน

กลยุทธ์ในช่วงนี้ยังแนะนำเพิ่มความระมัดระวังเมื่อ SET Index เข้าใกล้บริเวณ 1,600 จุด ไม่ไล่ราคา และรอจังหวะอ่อนตัวเพื่อสะสมหุ้น โดยเน้นกลุ่มที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด

หุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ERW และ AMATA

ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

1. ไทยเดินหน้าสู่สมาชิก OECD หนุนความเชื่อมั่นระยะยาว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบ ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และนโยบายภาษีให้เป็นสากล

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เพราะอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนการลงทุน รวมถึงภาคท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น WHA, AMATA รวมถึงกลุ่มธนาคาร จากโอกาสดึงดูด FDI และการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทย

2. ภาคปศุสัตว์หนุนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ลดต้นทุนอาหารสัตว์

21 สมาคมภาคปศุสัตว์และประมงสนับสนุนการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ หลังราคาข้าวโพดในประเทศพุ่งสูงกว่า 13 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดโลก

ปัจจุบันไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราว 9 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียงประมาณ 5 ล้านตัน การนำเข้าเพิ่มเติม 1 ล้านตันจึงถูกมองว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนอาหารสัตว์ โดยยังคงมาตรการบังคับซื้อผลผลิตในประเทศก่อนนำเข้า

ประเด็นนี้เป็นบวกต่อกลุ่มผู้ผลิตเนื้อสัตว์และอาหารสัตว์ เนื่องจากมีโอกาสช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ และสนับสนุนอัตรากำไร หากภาครัฐผ่อนคลายการนำเข้าในอนาคต

3. เตรียมลดภาษีรถ EV-ไฮบริด 80% หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์สะอาด

กรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอร่างกฎหมายลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด ลง 80% เป็นเวลา 3 ปี สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนภายในช่วงเวลาที่กำหนด

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ยานยนต์สะอาด ลดการใช้น้ำมัน ลดมลพิษ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ประเด็นนี้ถือเป็นบวกต่อกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ห่วงโซ่อุปทาน EV ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรม EV

4. สหรัฐฯ อาจเก็บภาษีไทยเพิ่ม 12.5% ต้องติดตามผลเจรจา

ไทยถูกสหรัฐฯ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่อาจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับ เนื่องจากยังไม่มีมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ

รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างเร่งเจรจาข้อตกลงการค้า และเตรียมยื่นคำชี้แจงภายในเดือน ก.ค. พร้อมผลักดันให้สินค้าไทยเพิ่มเติมเข้าสู่บัญชียกเว้นภาษี เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก

ประเด็นนี้ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามสำหรับกลุ่มส่งออกไทย แต่หากไทยสามารถปิดดีลได้สำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษี และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดสหรัฐฯ

หุ้นแนะนำวันนี้

ERW ราคาเป้าหมาย 3.02 บาท

ERW มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง โดยผู้บริหารคาดว่า RevPar ของโรงแรมตั้งแต่ระดับหรูจนถึงระดับประหยัดจะเติบโตราว 5.0% YoY จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 76%

บริษัทมีความเสี่ยงด้านลบต่ำกว่าผู้ประกอบการโรงแรมรายอื่น เนื่องจากประมาณ 15% ของรายได้มาจากธุรกิจ HOP INN ในไทย ซึ่งพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้ ERW ยังมีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนราว 13% ของรายได้ที่ไม่รวม HOP INN ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ และมีความอ่อนไหวต่อการปรับขึ้นของค่าโดยสารเครื่องบินน้อยกว่านักท่องเที่ยวระยะไกล

AMATA ราคาเป้าหมาย 27.25 บาท

AMATA ยังคงมั่นใจเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,800 ไร่ แม้ในไตรมาส 1/2569 จะขายได้เพียง 106 ไร่ โดยความต้องการจากกลุ่ม Data Center, Electronics และ EV ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังค่อนข้างจำกัด และบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนพลังงานบางส่วนให้ลูกค้าได้ ขณะที่ความสนใจลงทุนยังต่อเนื่อง โดยยังไม่พบการเลื่อนดีลขนาดใหญ่

คาดว่ายอดขายที่ดินและผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 27.25 บาท จากแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

วันศุกร์นี้ ติดตามดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของไทย เดือน พ.ค. ตลาดคาดอยู่ที่ +3.1% YoY เร่งขึ้นจาก +2.89% ในเดือน เม.ย. และดัชนีเงินเฟ้อ Core CPI ของไทย เดือน พ.ค. คาดอยู่ที่ +0.9% YoY จาก +0.83% ในเดือนก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 89,000 ตำแหน่ง ชะลอลงจากเดือน เม.ย. ที่ 115,000 ตำแหน่ง รวมถึงอัตราการว่างงานสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.3%

นอกจากนี้ ยังมีรายงาน GDP ไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว +0.8% YoY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...