โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี “เอกราช ช่างเหลา” โกงเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี “เอกราช ช่างเหลา” รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ขัดจริยธรรมร้ายแรง ปมโกงเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2568 หมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง กับนายเอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ และปกปิดอำพรางการกระทำของตนโดยร่วมกันปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อให้หลงเชื่อว่าสหกรณ์มียอดเงินคงเหลือตามที่ระบุในสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นความผิดทั้งทางอาญาและจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านซึ่งดำรงตำแหน่งและเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม และได้ดำรงตำแหน่งมาจนถึงวันยื่นคำร้อง

เมื่อประมาณปี 2554 ถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ได้ถอนเงินของสหกรณ์ 396,000,000 บาท แล้วโอนเงินเข้าบัญชีผู้คัดค้าน จากนั้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ผู้คัดค้านกับพวกนำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1800, 1801, 8010, 8133 และ 10630 รวมเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 34.9 ตารางวา ในราคา 106,000,000 บาท จากบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ผู้คัดค้านใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 5 แปลงดังกล่าว แล้วนำที่ดิน 3 แปลง มาจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดขวัญฤดีซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยทุจริต ทั้งยังปรากฏว่ายังคงมีเงินที่เป็นส่วนต่างของการซื้อที่ดินอีกเป็นเงิน 290,000,000 บาท การกระทำของผู้คัดค้านกับพวกในส่วนนี้จึงเป็นการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย และเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านกับพวกได้รับประโยชน์ในทางทรัพย์สินโดยตรง

จากนั้นตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกแก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ โดยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2562 ให้สมาชิกสหกรณ์เข้าใจว่ามีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือประมาณ 70,000 บาท จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยมีการกระทำครั้งสุดท้ายด้วยการแก้ไขให้ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีคงเหลือ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2562 จำนวน 431,941,984.59 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือ 79,774.16 บาท ต่อมาผู้คัดค้านจึงส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากคืนให้สหกรณ์ในเดือนตุลาคม 2562 ภายหลังที่มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ใช้บังคับแล้ว

ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนจึงฟังได้แล้วว่า ผู้คัดค้านร่วมกับพวกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหายักยอก ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงถือว่าผู้คัดค้านไม่ยึดมั่นหลักนิติธรรม และไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเจตนาและมีความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง แห่งมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว

พิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสามและวรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 และมาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงผู้คัดค้านไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสี่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี “เอกราช ช่างเหลา” โกงเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...