สภากทม.ให้ผ่าน! เห็นด้วย ‘รีโนเวตตึกร้าง’ เพิ่มทางเท้า – รองผู้ว่าฯ เคลียร์ชัดไม่ขัดกฎ-เอื้อนักลงทุน
ผ่านด่านแรก! สภากทม.ไฟเขียว หลังชัชชาติเสนอ ร่างข้อบัญญัติ ‘รีโนเวตตึกร้าง’ เพิ่มทางเท้า – รองผู้ว่าฯ เคลียร์ชัดข้อสงสัย ไม่ขัดกฎกระทรวง-เอื้อเอกชนลงทุน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้คณะบริหาร ตลอดจนข้าราชการ และสมาชิกสภากทม (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2569
โดยวาระที่น่าจับตา ได้แก่ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และการพิจารณาสามวาระรวดเดียว โดยหลังจากที่ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. เสนอญัตติดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี ส.ก.จากหลายเขต ร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติ เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ พ.ศ. …. โดยกล่าวถึงหลักการและเหตุผล เนื่องจากปัจจุบันอาคารและตึกแถวจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งร้าง ส่งผลให้เกิดปัญหาอาคารรกร้าง ขาดการพัฒนา และกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมือง ไม่สามารถดัดแปลงหรือพัฒนาอาคารได้ เนื่องจากอาจจะขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคารในประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระยะร่นของอาคาร การจัดให้มีที่จอดรถ ความสูงระหว่างชั้นอาคาร เป็นต้น
นอกจากนี้ ทางเท้าบริเวณหน้าตึกแถวบางสาย ไม่มีหรือมีทางเท้าที่แคบ ทำให้ประชาชนต้องลงมาใช้ถนนเพื่อสัญจร กทม.จึงมีความจำเป็นต้องออก ข้อบัญญัติฯ ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้อาคารเดิมสามารถดัดแปลงและพัฒนาโครงการได้ตามกฎหมายเดิม ด้วยการผ่อนปรนข้อจำกัดทางกฎหมาย
โดยอาคารดังกล่าวประชาชนต้องเพิ่ม 2 มาตรการหลัก ดังนี้
1.เพิ่มระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เช่น ติดตั้งระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (ชนิดที่ใช้ร่วมกับระบบประประปา) หัวรับน้ำดับเพลิงและท่อยืน พร้อมสายฉีดน้ำดับเพลิงชนิดวงล้อสายฉีด (Fire Hose Reel)
2.เพิ่มทางเดินทางเท้าไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร โดยไม่มีการวางวัสดุกีดขวาง
“ดังนั้น เมื่อออกข้อบัญญัติฉบับนี้ จะเกิดการพัฒนาตึกแถวเก่า ริมถนนสาธารณะให้มีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้องกันอัคคีภัยได้ตามมาตรฐานสากล เพิ่มพื้นที่ทางเดินเท้าให้ประชาชนสัญจรได้อย่างปลอดภัย กทม.จึงเสนอข้อบัญญัติฯ ดังกล่าว เพื่อให้ กทม.พิจารณาต่อไป” นายชัชชาติกล่าว จากนั้น มีสมาชิกสภากทม. ร่วมแสดงความคิดเห็นหลายท่าน
โดย น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงรายละเอียดในร่างข้อบัญญัตินี้ว่า ตนมองว่าร่างข้อบัญญัตินี้ มีความตั้งใจและจุดหมายที่ดี ทั้งการมีระบบป้องกันอัคคีภัย ทำให้พื้นที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และมีลักษณะเป็น Cover Walkway เหมือนประเทศสิงคโปร์
แต่ข้อสังเกตของตน มองว่าเป็นการเอื้อให้เกิดการลงทุนจากเอกชน ซึ่งจะทำให้ความเป็นอยู่ของที่อยู่อาศัย และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“จึงอยากสอบถามว่า ทางฝ่ายบริหารได้มีการสรวจความเห็นจากผู้อยู่อาศัยบริเวณที่เป็นเมืองเก่า ซึ่งมีตึกแถวค่อนข้างเยอะเหล่านี้แล้วหรือยัง ตามรายละเอียดในร่างข้อบัญญัติที่เสนอต่อ สภากทม.” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว
จากนั้น นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวชี้แจงว่า ทาง กทม.มีการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย รวมถึงการทำประชาพิจารณ์ สอบถามความเห็นทั้งสมาคมวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว
จากนั้น นายตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก.เขตหลักสี่ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้นของการเสนอข้อบัญญัตินี้ เป็นมาอย่างไร แต่ในเบื้องต้นมีความเห็นด้วยกับทาง ผู้ว่าฯ กทม. เพราะทุกวันนี้ตึกรกร้างว่างเปล่า อาคารพาณิชย์แทบจะหมดสภาพแล้วในหลายเส้นทาง และยังดัดแปลงไม่ได้เนื่องจากติด ‘ระยะร่น’
“แต่ผมยังไม่เข้าใจว่า การดัดแปลงสภาพการใช้งานของอาคาร ดัดแปลงได้มากขนาดไหน รวมถึงรายละเอียดการดัดแปลง มันมีเรื่องของความมั่นคงทางโครงสร้างหรือเปล่า รวมทั้งมีการตัดทางเท้า ที่รวมเข้าไปในร่างข้อบัญญตินี้หรือไม่ ซึ่งมีข้อกฎหมายเกี่ยวพันกันหลายข้อ จึงอยากเห็นรายละเอียดที่มากกว่านี้” นายตกานต์กล่าว
ต่อมา นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อยตั้งข้อสังเกตในข้อ 12. ที่เขียนว่า ห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถวที่เจ้าของ, ผู้ครอบครองที่ดิน ประสงค์จะขอสร้างอาคารอันมีลักษณะเฉพาะทดแทนอาคารเดิม หรือดัดแปลงอาคารเดิมอันมีลักษณะเฉพาะ (ซึ่งข้อนี้ตนมองว่า น่าจะหมายความว่า ‘รื้อสร้างอาคารใหม่’) ตามข้อบัญญัติ กทม.นี้ ให้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
“ผมจึงสรุปว่า ‘ข้อบัญญัติของเรา ไปยกเว้นกฎกระทรวง’ มันทำได้หรือไม่อย่างไร เพราะถ้าเทียบเท่ากฎกระทรวง น่าจะสูงชั้นกว่าข้อบัญัติของเราหรือไม่ ? เมื่อดูตรงนี้น่าจะเป็นการอ้างว่า ไม่มีฟุตปาธทางเท้า ทำให้ต้องไปเดินบนถนน แต่อาคารเก่าส่วนใหญ่เขาสร้างติดแนวที่ดินเลย ไม่มีระยะเว้น แต่เขามีกันสาดออกมา แล้วกันสาดก็จะเป็นฟุตปาธทางเดิน
ผมถึงดูแล้ว อาจจะกลายเป็นการเอื้อให้มีการพัฒนาตึกแถวเก่าๆ อย่างกับว่า เอาตึกแถวไปทำอาคารชุมชน ห้องเช่า โรงแรมขนาดเล็ก ที่มีอยู่เกลื่อนกทม. ณ ขณะนี้หรือไม่ เพราะผมมีคณะกรรมการวิสามัญ ติดตามเรื่องอาคารชุดเหล่านี้อาคารตึกแถวไปทำโรงแรม ทางหนีไฟก็ไม่มี ไม่แน่ใจว่าข้อบัญญัตินี้จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาคารประเภทนี้หรือไม่ อย่างไร เพราะพอดูจากรายละเอียดหลักการและเหตุผลแล้ว ท่านพูดถึงฟุตปาธทางเท้าเพียงอย่างเดียว แต่ในเนื้อหา มันมีมากกว่าที่เห็น” นายนภาพลกล่าว
จากนั้น นายประพฤติ หาญกิจจะกุล ส.ก.เขตห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย สอบถามถึงการทำประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นประชาชนแล้วมีฟีดแบ๊กอย่างไรบ้าง ผลสำรวจเป็นไปในทิศทางใด เราควรจะไปต่อ หรือจะมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหน พอจะมีผลสำรวจเปิดเผยต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อให้เป็นข้อมูลตัดสินใจ หรือไม่
ด้าน นายวิศณุกล่าวชี้แจงว่า เรื่องผลสำรวจ ตามขั้นตอนของการออกข้อบัญัติ หรือกฎหมายใดก็ตาม มีการโพสต์บนเว็บไซค์ เพื่อทำประชาพิจารณ์ (Public hearing) โดยจะให้ทีมงานสรุปข้อมูล เพื่อนำเรียนต่อไป
โดย รองผู้ว่าฯ ชี้แจ้งในเรื่องของข้อกฎหมาย อย่างกรณี ข้อบัญญัติจะขัดแย้งต่อกฎกระทรวง ควบคุมอาคารหรือไม่ ? หลังจากผ่านการพิจารณาของสภากทม. ต้องไปผ่านการเห็นชอบโดย กรรมการควบคุมอาคารก่อน อีกครั้ง ซึ่งจุดประสงค์คือ การทำให้อาคารเก่า ที่เมื่อจะดัดแปลง ติดข้อจำกัดตามกฎหมายใหม่ ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงได้
“จึงคิดว่า หากเราทำกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทของเมือง และเพิ่มความปลอดภัยเรื่องอัคคีภัย มีวิศวกรเซ็นรับรองตามกฎหมายควบคุมอาคาร จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงคุมความสูงด้วย คือไม่ได้เปิดฟรี แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ขัดแย้งเกินไป เพราะมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคารอยู่” นายวิศณุ กล่าว
จากนั้น นายนภาพล กล่าวเพิ่มเติมโดยตั้งข้อสังเกตว่า รองผู้ว่าฯ ตอบแล้วรู้สึกแปลกๆ เพราะเมื่อผ่านสภากทม. ต้องผ่านระดับกระทรวงอีกที เช่นเดียวกับกรณีเรื่อง ‘ป้าย’ ที่เคยมีกรณีมาก่อนหน้านี้ ถ้าเราออกข้อบัญญัติ แต่ไม่มีการแก้กฎกระทรวง ข้อบัญญัติเราก็จะเป็นหมันหรือไม่ ? ดังนั้นในทางปฏิบัติท่านมีการพูดคุยกันแล้วหรือ จึงมาขอออกข้อบัญญัติตรงนี้ ตนมองว่าขั้นตอนที่น่าจะถูกต้อง คือควรแก้จากกฎกระทรวงก่อน
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายก่อนลงมติ นายนภาพล ตั้งข้อสังเกตว่า หลักการที่เขียนไว้ ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาข้างใน ที่ไม่ใช่เพื่อปรับปรุงให่มีทางเท้าเพียงอย่างเดียว จึงต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ ตนกลัวว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่มาลงทุน ซึ่งต้องมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องคุยกัน
โดย นายวิศณุกล่าวชี้แจงว่า ถ้าข้อบัญญัติไม่ขัด หรือแย้งกับกฎกระทรวง สามารถพิจารณาให้ดำเนินการบังคับใช้ได้ โดยไม่ต้องออกกฎกระทรวงใหม่ เพียงเห็นชอบกับข้อบัญญัติของเรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย ที่ประชุมลงมติ เห็นชอบรับหลักการ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ พ.ศ. …. โดยเห็นชอบ 23 เสียง และ ไม่เห็นชอบ 3 เสียง งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 จากจำนวนผู้ลงคะแนน 28 เสียง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภากทม.ให้ผ่าน! เห็นด้วย ‘รีโนเวตตึกร้าง’ เพิ่มทางเท้า – รองผู้ว่าฯ เคลียร์ชัดไม่ขัดกฎ-เอื้อนักลงทุน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th