โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ นำพิธีสาบานตน “เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟดคนใหม่ จับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ทรัมป์ เป็นประธานในพิธีสาบานตน “เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟดคนใหม่ พร้อมประกาศต้องการเห็นธนาคารกลางกลับสู่ภารกิจหลัก คือคุมเงินเฟ้อและหนุนการจ้างงาน ท่ามกลางแรงจับตาจากตลาดต่อแนวคิดปฏิรูปเฟด

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 03.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดทำเนียบขาวจัดพิธีสาบานตน“เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟดคนใหม่ พร้อมส่งสัญญาณชัดว่าดอกเบี้ยสหรัฐกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ และดันแนวคิดปฏิรูปธนาคารกลาง ลดบทบาทแทรกแซงตลาดการเงิน และพาเฟดกลับสู่ภารกิจหลักอีกครั้ง

บรรยากาศภายในห้อง East Room ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เต็มไปด้วยบุคคลสำคัญระดับสูงของสหรัฐ ทั้งผู้พิพากษาศาลสูง สมาชิกคณะรัฐมนตรี ผู้นำสภาคองเกรส และบุคคลสำคัญจากแวดวงเศรษฐกิจและการเงิน ในพิธีสาบานตนของเควิน วอร์ช ในการ ข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve Chair) คนใหม่

พิธีดังกล่าวมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมใช้เวลาช่วงต้นแนะนำแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่เข้าร่วมงาน ทั้ง Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้พิพากษาศาลสูง Clarence Thomas และ Brett Kavanaugh รวมถึงคณะรัฐมนตรีและบุคคลระดับสูงจากหลายภาคส่วน

ทรัมป์กล่าวยกย่องวอร์ช โดยพูดถึงประวัติการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Stanford University และ Harvard University รวมถึงประสบการณ์ทั้งในภาคการเงินและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและยังกล่าวถึงการที่วอร์ชเคยทำงานใกล้ชิดกับนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนระดับตำนานหลายคน พร้อมย้ำว่าวอร์ชเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเหมาะสมอย่างยิ่งกับตำแหน่งผู้นำเฟดในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง

แม้ทรัมป์จะกล่าวซ้ำหลายครั้งว่า เขาต้องการให้เฟดมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ แต่คำพูดตลอดทั้งพิธีก็สะท้อนอย่างชัดเจนว่า เขาคาดหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐเปลี่ยนทิศทางจากยุคก่อนหน้า

“ผมอยากให้เควินมีอิสระเต็มที่ อย่ามองมาที่ผม อย่าไปมองใครทั้งนั้น” ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอีกช่วงหนึ่งของงาน ทรัมป์กลับพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยกำลังจะลดลงอย่างรวดเร็วภายใต้ยุคใหม่ของเฟด

ต่อมาในการปราศรัยที่รัฐนิวยอร์ก ทรัมป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “รอดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเคยมีประธานเฟดที่แย่มาก แต่ตอนนี้เรามีคนที่ยอดเยี่ยมแล้ว เควินเพิ่งสาบานตนวันนี้ เขาเก่ง และจะทำได้ยอดเยี่ยม”

ทรัมป์ยังเชื่อมโยงเรื่องดอกเบี้ยกับปัญหาที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจโดยรวม โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะผ่านกฎหมายช่วยเหลือด้านอสังหาริมทรัพย์มากแค่ไหน แต่สุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับดอกเบี้ย

“พูดกันตรง ๆ เรื่องบ้านทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับดอกเบี้ย ต่อให้ผ่านกฎหมายมากแค่ไหน ถ้าลดดอกเบี้ยได้ ทุกคนก็จะมีความสุขมาก” เขากล่าว

นอกจากประเด็นดอกเบี้ย ทรัมป์ยังใช้เวทีดังกล่าววิจารณ์แนวทางการทำงานของเฟดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมองว่าธนาคารกลางเสียเวลาไปกับประเด็นที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก เช่น นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายและความเท่าเทียม (DEI) หรือประเด็นทางสังคมอื่น ๆ

เขาย้ำว่าเฟดควรกลับไปโฟกัสหน้าที่หลัก 2 เรื่อง คือ การควบคุมเงินเฟ้อและดูแลการจ้างงาน

ทรัมป์ยังกล่าวถึงผลงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลตนเอง ทั้งการลดกฎระเบียบ การดึงดูดการลงทุนระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ และการกระตุ้นการจ้างงานในภาคเอกชน พร้อมมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วจะเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐ

หลังจากนั้น ผู้พิพากษา Clarence Thomas ได้ทำหน้าที่กล่าวคำปฏิญาณตนให้วอร์ช ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ ขณะที่เจน วอร์ช ภรรยาของเขา ก็เข้าร่วมในพิธีด้วย

หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ วอร์ชกล่าวสุนทรพจน์ที่สะท้อนแนวคิดสำคัญของเขาต่ออนาคตของเฟด โดยระบุว่า ภารกิจของธนาคารกลางคือการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและสนับสนุนการจ้างงานสูงสุด

“หากเราดำเนินนโยบายด้วยความชัดเจน ความรอบคอบ และความเป็นอิสระ เงินเฟ้อก็จะต่ำลง การเติบโตทางเศรษฐกิจจะแข็งแกร่งขึ้น รายได้ที่แท้จริงของประชาชนจะสูงขึ้น และสหรัฐจะมั่งคั่งมากขึ้น รวมถึงมีความมั่นคงในเวทีโลกมากขึ้นด้วย”

วอร์ชยังประกาศว่า เขาจะผลักดันเฟดในแนวทางปฏิรูป (reform-oriented Federal Reserve) โดยเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดในอดีต พร้อมหลีกเลี่ยงการยึดติดกับกรอบหรือโมเดลเดิม ๆ ที่ล้าสมัย

เขาย้ำว่าจะยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ และประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อธนาคารกลางสหรัฐ

คำว่า“reform-oriented” หรือ“Fed เชิงปฏิรูป” กลายเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินจับตาทันที เพราะก่อนหน้านี้วอร์ชเคยวิจารณ์เฟดหลายครั้งว่า ขยายบทบาทเกินกว่าพันธกิจหลัก ทั้งการเข้าไปพยุงตลาดการเงินมากเกินไป และการเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

วอร์ช วัย 56 ปี ถือเป็นประธานเฟดคนที่ 11 ของยุคธนาคารกลางสมัยใหม่ ต่อจาก เจอโรม พาวเวล ซึ่งดำรงตำแหน่งมานาน 8 ปี

แม้พาวเวลจะพ้นจากตำแหน่งประธานเฟดแล้ว แต่เขาจะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการต่อไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 80 ปีที่อดีตประธานเฟดยังคงอยู่ในคณะกรรมการหลังหมดวาระ

การกลับมาของวอร์ชครั้งนี้ถือเป็นการหวนคืนสู่เฟดรอบที่สอง หลังจากเขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดระหว่างปี 2006-2011 ในช่วงวิกฤตการเงินโลก ซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐต้องอัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมหาศาลเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม หลังออกจากตำแหน่ง เขากลายเป็นหนึ่งในนักวิจารณ์เฟดที่สำคัญ โดยมองว่า เฟดใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและขยายงบดุลต่อเนื่องนานเกินไป จนทำให้ธนาคารกลางมีบทบาทมากเกินจำเป็นในตลาดการเงิน

ก่อนหน้านี้ วอร์ชเคยเรียกงบดุลของ Fed ว่า “บวมเกินไป” และเสนอว่าธนาคารกลางควรลดขนาดงบดุลลง พร้อมทั้งลดบทบาทการเข้าแทรกแซงตลาดการเงินในชีวิตประจำวัน

แนวคิดดังกล่าวกำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวอลล์สตรีท เพราะอาจหมายถึง “การเปลี่ยนระบบ” ของเฟดครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการใช้นโยบายการเงิน การดูแลสภาพคล่อง และการสื่อสารกับตลาด

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก มองว่า วอร์ชอาจพยายามเปลี่ยนเฟดจากยุคที่พร้อมอัดฉีดสภาพคล่องทุกครั้งที่ตลาดการเงินผันผวน ไปสู่ระบบที่เฟดจะเข้าช่วยเหลือเฉพาะช่วงที่เกิดวิกฤตจริงเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาว่า วอร์ชจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างแรงกดดันทางการเมืองจากทรัมป์ ที่ต้องการเห็นดอกเบี้ยลดลง กับภารกิจควบคุมเงินเฟ้อของ Fed ได้อย่างไร

ตลอดวาระของพาวเวล ทรัมป์วิจารณ์เขาอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีที่เฟดไม่ยอมลดดอกเบี้ยเร็วและแรงตามที่ทรัมป์ต้องการ ถึงขั้นเรียกพาวเวลว่า “Too Late”

แม้ทรัมป์ต้องการเห็นดอกเบี้ยลดลง แต่ตลาดการเงินส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อไปเกือบตลอดปี 2026 และอาจกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงต้นปี 2027 หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ เงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้เส้นทางของวอร์ชในฐานะประธานเฟดคนใหม่ อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่ตลาดคาดหวัง

หลังออกจากเฟด วอร์ชเคยทำงานร่วมกับสำนักงานการลงทุนของ Stanley Druckenmiller และเป็นอาจารย์บรรยายที่ Hoover Institution

ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกมองว่าเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งประธาน ตั้งแต่ยุคที่ทรัมป์ตัดสินใจไม่ต่ออายุให้เจเน็ต เยลเลน แต่ท้ายที่สุดทรัมป์เลือกพาวเวลล์แทน ตามคำแนะนำของอดีตรัฐมนตรีคลัง Steve Mnuchin

แต่ในปี 2026 วอร์ชก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมภารกิจที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐในยุคหลังวิกฤตการเงินโลก และอาจกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ตลาดการเงิน และเศรษฐกิจโลกในอีกหลายปีข้างหน้า

อ้างอิง : www.cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...