โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มโดนแฟนทิ้งเพราะอ้วน ฮึดลด 35 กก. ใน 3 เดือน กลายเป็นหนุ่มหล่อสุดปัง

Khaosod

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 08.25 น.

อกหักพลิกชีวิต!หนุ่มโดนแฟนทิ้งเพราะอ้วน มุ่งมั่นลดน้ำหนักกลายเป็นหนุ่มหล่อในเวลาเพียง 3 เดือน ลั่นขอบคุณที่บอกเลิก จนมีตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า

เรื่องราวการลดน้ำหนักของ “เสี่ยวโข่ว” ชายหนุ่มจากมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เขาถูกแฟนสาวบอกเลิกเพราะรูปร่างอ้วนเกินไป เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนสามารถลดน้ำหนัก 35 กิโลกรัมภายในเวลาเพียง 3 เดือน

เสี่ยวโข่วเล่าว่าในช่วงที่มีน้ำหนัก 106 กิโลกรัม เขามีพุงใหญ่และใบหน้าอ้วนกลม บ่อยครั้งก็ถูกล้อเลียน จุดเปลี่ยนสำคัญคือแฟนสาวพูดบอกเลิกเพราะ “อ้วนเกินไป” เขาจึงตระหนักว่ารูปร่างหน้าตามีความสำคัญต่อทั้งความรักและการใช้ชีวิตประจำวันมากแค่ไหน

“หลังจากอกหัก ผมถึงรู้ซึ้งว่ารูปร่างสำคัญมากแค่ไหน เลยกัดฟันเริ่มต้นออกกำลังกาย” เสี่ยวโข่วเล่า

การลดน้ำหนักครั้งนี้ไม่ง่ายเลย ตลอด 3 เดือน เขายึดตารางออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด วันละ 3 รอบ เช้า–กลางวัน–เย็น ควบคู่กับการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการลดน้ำมันและโซเดียม ความมุ่งมั่นและมีวินัยนี้เองที่ทำให้เขาสามารถลดได้ถึง 35 กิโลกรัม อีกทั้งยังลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายลงได้ 12%

“เมื่อมองย้อนกลับไป ผมต้องขอบคุณช่วงเวลานั้นนะ เพราะมันทำให้ผมได้ค้นพบตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่า” เสี่ยวโข่วเล่า

ปัจจุบันเสี่ยวโข่วสามารถรักษาน้ำหนัก 71 กิโลกรัมต่อเนื่องมา 3 เดือนแล้ว และตั้งเป้าจะเรียนรู้เรื่องฟิตเนสและโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อนำประสบการณ์ของตัวเองมาต่อยอดเป็นความรู้ มาช่วยคนอื่นที่อยากลดน้ำหนักเหมือนกับเขา

ขอบคุณที่มา saostar

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มโดนแฟนทิ้งเพราะอ้วน ฮึดลด 35 กก. ใน 3 เดือน กลายเป็นหนุ่มหล่อสุดปัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...