โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำไมน้ำเสียจากเครื่องบิน อาจช่วยเตือนภัยเชื้อดื้อยาได้?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 08.33 น.
นักวิจัยศึกษาว่าน้ำเสียจากห้องน้ำบนเครื่องบินอาจช่วยเตือนภัยเชื้อดื้อยาระบาดทั่วโลก

องค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (CSIRO) ของออสเตรเลีย เปิดเผยว่าน้ำเสียจากห้องน้ำบนเครื่องบินอาจทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนการระบาดของเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) ในระดับโลกได้ หลังจากผลวิเคราะห์น้ำเสียของเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางจาก 9 ประเทศมายังออสเตรเลีย จำนวน 44 เที่ยว พบจุลชีพก่อโรครุนแรง 9 ชนิด และยีนที่ดื้อยาปฏิชีวนะหลายตัว

รายงานระบุว่าทีมวิจัยนานาชาติที่นำโดยองค์การฯ ใช้เทคนิคโมเลกุลขั้นสูงและตรวจพบยีนดื้อยาต้านจุลชีพที่ถูกใช้เป็นลำดับสุดท้ายใน 17 เที่ยวบิน ซึ่งไม่มีการตรวจพบยีนนี้ในน้ำเสียของเมืองในออสเตรเลีย จึงบ่งชี้ความเป็นไปได้ว่ายีนตัวนี้แพร่กระจายผ่านการเดินทางระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันพบจุลชีพก่อโรค 5 ชนิดในตัวอย่างจากทุกเที่ยวบิน โดยเที่ยวบินจากเอเชียมียีนดื้อยาเข้มข้นมากกว่าเที่ยวบินจากยุโรป

วาริช อาห์เหม็ด นักเขียนอาวุโสและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การฯ กล่าวว่าน้ำเสียจากเครื่องบินบันทึกลักษณะสำคัญของจุลินทรีย์จากผู้โดยสารหลายทวีป จึงกลายเป็นวิธีการที่ไม่รุกล้ำร่างกายและประหยัดต้นทุนในการเฝ้าติดตามภัยคุกคามอย่างเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพโดยทีมนักวิจัยยืนยันว่าสารพันธุกรรมยังคงอยู่ในน้ำยาฆ่าเชื้อห้องน้ำบนเครื่องบินได้นานถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือของวิธีการเฝ้าระวังนี้

เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพมีแนวโน้มทำให้เกิดการเสียชีวิตทั่วโลกมากกว่า 39 ล้านรายภายในปี 2050 ซึ่งแซงหน้าโรคมะเร็ง โดยการศึกษานี้ชี้ว่าการตรวจสอบน้ำเสียจากเครื่องบินอาจทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงภัยคุกคามจากเชื้อดื้อยาเช่นเดียวกับการทดสอบน้ำเสียเพื่อตรวจหาโรคติดเชื้อโควิด-19

การวิจัยนี้ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมินในจีน มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกนในสหรัฐฯ ซึ่งมีการเผยแพร่ผลการศึกษาผ่านวารสารไมโครไบโอโลจี สเปกตรัม (Microbiology Spectrum) โดยสมาคมจุลชีววิทยาแห่งอเมริกา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...