โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กระทรวงแรงงานไฟเขียว ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ ลดฝุ่น PM2.5 ไม่นับเป็นวันลา-หยุด

สวพ.FM91

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 07.49 น.

23 มกราคม 2568 จากกรณีที่มีมาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศโดยมีการพิจารณาถึงการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 เกี่ยวกับการประกาศใช้เวิร์กฟรอมโฮม (Work From Home : WFH) เป็นการขอความร่วมมือ โดยไม่มีการกำหนดบทลงโทษ ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้เริ่มประกาศให้มีการ WFH บางแห่งแล้วนั้น

ล่าสุด นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ทางกระทรวงแรงงาน ได้มีความเป็นห่วงผู้ใช้แรงงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ ฝุ่นPM2.5 สำหรับผู้ใช้แรงงานนอกสถานประกอบกิจการ และอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้เตรียมการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการทำงาน

ทางกระทรวงแรงงานจะเตรียมการประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ฝุ่นและมลพิษทางอากาศ และการใช้มาตรการ WFH แต่เบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียดมาตราการหรือการออกข้อบังคับการ WFH อย่างชัดเจน

ด้าน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการ WFH ถือว่าเป็นวันทำงานปกติ เนื่องจากเป็นการที่นายจ้างมอบหมายงานทำงานนอกสถานประกอบกิจการ โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา หรือวันหยุด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานได้สนับสนุนการทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home) โดยได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น จึงมีการกำหนด พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8 พ.ศ.2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันในการทำงานที่บ้านหรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากสถานประกอบกิจการได้ โดยการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย

โดยหลักการสำคัญของพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8 พ.ศ.2566 ในมาตรา 23/1 มีสาระดังนี้ คือ

  • นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันให้ลูกจ้างสามารถทำงานนอกสถานประกอบกิจการหรือนอกสำนักงานของนายจ้างได้ โดยลูกจ้างสามารถนำงานดังกล่าวไปทำที่บ้านหรือที่พักอาศัย หรือทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใดๆ ได้
  • กำหนดให้การตกลงทำงานแบบ work from home ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ต้องทำเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง โดยตกลงให้มีรายละเอียด เช่น ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการตกลง วัน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา การลา ขอบเขตหน้าที่ของลูกจ้าง การกำกับควบคุมของนายจ้าง ภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทำงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นที่มาจากการทำงานด้วย
  • เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันหรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย ลูกจ้างมีสิทธิในการปฏิเสธการติดต่อสื่อสารไม่ว่าทางใด ๆ กับนายจ้าง รวมถึงหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติหรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย เว้นแต่ลูกจ้างได้ให้ความยินยอมโดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้าก่อน
  • ลูกจ้างซึ่งทำงานที่บ้านหรือที่พักอาศัย หรือทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใด ๆ มีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง ถือว่าลูกจ้างที่ทำงานแบบ work from home ต้องได้รับสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...