โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"หับเผยสมุทรปราการ" น้ำปลาจากปลาหมอคางดำ สู่ของดีคู่ครัวไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 10.51 น.

กรมประมงเดินหน้าบูรณาการภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น นำร่องโครงการหมักน้ำปลาจาก “ปลาหมอคางดำ” สัตว์น้ำต่างถิ่นที่สร้างปัญหาระบบนิเวศ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “หับเผยสมุทรปราการ” ยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคู่ครัวไทย พร้อมถ่ายทอดทักษะอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางสมุทรปราการ เป็นการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และช่วยคืนคนดีสู่สังคม

นายสมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ปลาหมอคางดำ แม้จะเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ แต่สามารถบริโภคและแปรรูปได้ การหมักเป็นน้ำปลาเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่า และขยายตลาดไปยังครัวเรือนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำปลาเป็นของที่อยู่ในทุกครัวเรือน จึงสามารถกลายเป็นสินค้าชุมชนที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ

การดำเนินการควบคุมปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรปราการมีความต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เพื่อจับปลาออกจากแหล่งน้ำ นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ เช่น หมักน้ำปลา และทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ

โดยสมุทรปราการได้ร่วมมือกับสถานีพัฒนาที่ดินในพื้นที่รับซื้อปลาหมอคางดำถึง 50,000 กิโลกรัม เพื่อทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในโครงการ “กองทุนปลากะพง” สนับสนุนเกษตรกรลดต้นทุนในการกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง

ด้านนายวิชา ม่วงจินดา เจ้าพนักงานอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญงาน เรือนจำกลางสมุทรปราการ ระบุว่า การฝึกหมักน้ำปลาจากปลาหมอคางดำในเรือนจำ เป็นกิจกรรมที่สร้างประโยชน์หลายด้าน ทั้งในเชิงโภชนาการ โดยจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหารในเรือนจำ และในเชิงพัฒนาอาชีพ

โดยผู้ต้องขังจะได้เรียนรู้ทักษะการหมักน้ำปลาไว้ใช้เลี้ยงชีพหลังพ้นโทษ พร้อมมีแนวทางพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ “หับเผยสมุทรปราการ” เพื่อยกระดับสู่สินค้าชุมชนที่ผ่านมาตรฐานความสะอาดและคุณภาพ

ทั้งนี้ โครงการหมักน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กรมประมง กรมราชทัณฑ์ และ ซีพีเอฟ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 ในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และ สมุทรปราการ โดยล่าสุด ประมงจังหวัดสมุทรสงครามอยู่ระหว่างส่งตัวอย่างน้ำปลาชุดแรกให้กรมประมงตรวจสอบรับรองคุณภาพ เพื่อปูทางพัฒนาเป็นสินค้าต้นแบบในอนาคต

โครงการดังกล่าวถือเป็นต้นแบบของการบูรณาการนโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าจากสัตว์น้ำต่างถิ่น ช่วยลดผลกระทบทางระบบนิเวศ พร้อมกับสร้างรายได้ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...