โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยุค AI ครองโลก แต่ 10 งานนี้ยังต้องใช้ “คน” เปิด 10 อาชีพที่ AI ยังเเทนไม่ได้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligence (AI) เป็นเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรให้มีความฉลาดเหมือนมนุษย์ โดยใช้ ชุดของโค้ด เทคนิค อัลกอริทึม พัฒนาและเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยอาศัยหลักการเรียนรู้ของเทคโนโลยีที่สำคัญคือ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning: ML) และ การเรียนรู้เชิงลึก Deep Learning เพื่อสร้างความสามารถในการตัดสินใจและประมวลผลข้อมูลในแบบที่มนุษย์ทำได้ โดย ML คือ กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องถูกโปรแกรมหรือรับคำสั่งใหม่ทุกครั้ง ออกแบบให้ศึกษาความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ถูกป้อนเข้า (Input) และสร้างผลลัพธ์การตอบสนองต่อข้อมูล (Output) โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และสถิติ สร้างออกมาเป็นโมเดลไว้ใช้ทำนายอนาคตรวมถึงสามารถปรับตัวเข้ากับข้อมูลใหม่ๆ โดยจะมีหลักการเรียนรู้อยู่ 3 แบบ

1. Supervised Learning คือ การให้โมเดลหาคำตอบของปัญหาได้ด้วยตัวเอง หลังจากเรียนรู้จากชุดข้อมูลที่การแยกประเภทและการระบุข้อมูล เช่นสอนให้คอมพิวเตอร์จำแนกลักษณะของแมว

2. Unsupervised Learning ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เรียนรู้ และหาความสัมพันธ์จากข้อมูลเอง โดยจะทำการจัดกลุ่มข้อมูล Clustering ลักษณะเหมือนกันเข้าด้วยกัน เช่นแมวและหมามีสี่ขาเหมือนกัน

3. Reinforcement Learning คือ การเรียนรู้ที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ผ่านการลองผิดลองถูกในระบบจำลอง โดยกำหนดเงื่อนไขบางอย่างให้กับคอมพิวเตอร์ แล้วทำให้คอมพิวเตอร์เอาชนะหรือทำตามเงื่อนไขนั้นให้ได้

อีกหลักการหนึ่งที่สนับสนุน AI คือ Deep Learning จัดเป็นส่วนนึงของ ML โดยเป็นการจำลองเครือข่ายประสาทเทียม Artificial Neural Network ที่มีความลึก (deep) ให้มีการประมวลผลแบบขนานต่อกันหลายๆ ชั้น ในลักษณะต่อเนื่องกัน จะใช้การประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) ทำให้สามารถประมวลผลได้ครั้งละจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วด้วยประสิทธิภาพที่ไม่ลดลง จากการพัฒนาเครื่องจักรและสร้างโมเดลที่มีความฉลาดและพฤติกรรมการเลียนแบบคล้ายมนุษย์มากยิ่งขึ้น จึงส่งผลทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจาก AI จะเข้ามาทดแทนการทำงานของคนในยุคปัจจุบัน

จากการศึกษาของ บริษัท McKinsey คาดการณ์ว่าในปี 2573 AI จะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากถึง 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสที่บริษัท 70% ทั่วโลกจะใช้ AI โดยปรากฏการณ์ที่เร่งให้ AI เป็นกระแสของโลกคือ ChatGPT โดยย่อมาจาก Generative Pre-trained Transformer ซึ่งเป็นแชทบอทอัจฉริยะ พัฒนาโดยสตาร์ทอัพ Open AI โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก Microsoft อีกทั้งยังมีความสามารถด้านต่างๆ โดยมีการประมวลผลด้านภาษาที่สละสลวย เช่น เขียนกลอน แต่งบทเพลง คิดไอเดียสำหรับคอนเทนต์

นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขและเขียนโค้ดได้ โดยคาดการณ์ว่า ChatGPT จะมีการพัฒนา และฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้รับข้อมูลในปริมาณมหาศาล รวมไปถึงการใช้งานที่แพร่หลาย ทำให้หลายๆ บริษัทที่ผลิต AI มีความสนใจลงทุนและแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น ช่วงที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อสร้าง AI ที่ทรงพลังมากขึ้น ภาพอีกด้านหนึ่งก็กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือ จำนวนพนักงานในบริษัทกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งประกาศปลดพนักงานเป็นระลอก ขณะที่อีกด้านหนึ่งพวกเขากำลังทุ่มเงินมหาศาลเพื่อพัฒนา AI รุ่นใหม่ ตั้งแต่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงผู้ช่วยอัตโนมัติที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายขั้นตอน

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาดแรงงานพบว่า ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกมีการเลิกจ้างพนักงานรวมกันหลายแสนตำแหน่ง ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทเหล่านี้กลับเพิ่มงบลงทุนด้านเอไออย่างต่อเนื่อง

* วิกฤติแรงงานโลกกับการลดพนักงานปี 2569

-เมตา (Meta) จะลดจำนวนบุคลากรลงประมาณ 10% หรือเกือบ 8,000 คน และยกเลิกตำแหน่งงานที่กำลังจะเปิดรับอีกประมาณ 6,000 ตำแหน่ง การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรในปี 2569

-ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศมาตรการที่ไม่เคยใช้มาก่อน โดยเปิดโครงการให้พนักงานอาวุโสสมัครใจลาออกพร้อมรับเงินชดเชย พนักงานในสหรัฐที่เข้าเงื่อนไขมีประมาณ 7% ของบริษัท หรือมากกว่า 8,000 คน

-สแน็ป (Snap) บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Snapchat ประกาศลดพนักงานราว 16% ของกำลังแรงงาน หรือประมาณ 1,000 คน พร้อมกับยกเลิกตำแหน่งงานที่กำลังเปิดรับสมัครอีกอย่างน้อย 300 ตำแหน่ง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Layoffs.fyi ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงช่วงเวลาที่มีการรายงานข่าว มีพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถูกเลิกจ้างไปแล้วมากกว่า 92,000 คน และหากนับสะสมตั้งแต่ปี 2020 ตัวเลขรวมพุ่งสูงเกือบ 900,000 คน

*ทำไม AI ถึงยังแทนมนุษย์ไม่ได้ในบางอาชีพ

แม้ปัจจุบัน AI จะเข้ามามีบทบาทในหลายวงการ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล เขียนโค้ด สร้างคอนเทนต์ หรือช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ แต่ยังมีอีกหลายอาชีพที่ “มนุษย์” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ และยากที่เทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์ เหตุผลสำคัญคือ AI ทำงานบนพื้นฐานของข้อมูลและรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ขณะที่มนุษย์สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจจาก “ความรู้สึก” ประสบการณ์ และบริบทเฉพาะหน้าได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่เครื่องจักรยังเลียนแบบได้ไม่เต็มรูปแบบ

อาชีพที่ AI แทนไม่ได้ มักเป็นงานที่ต้องอาศัย “ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ EQ สูง เช่น การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น การสื่อสารอย่างลึกซึ้ง การสร้างความไว้วางใจ รวมถึงการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ นอกจากนี้ มนุษย์ยังมีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่ได้อิงแค่ข้อมูลเดิม การสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ มีอารมณ์ร่วม และมี “จิตวิญญาณ” จึงยังเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ยาก แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดขั้นตอนหลายอย่าง แต่ในหลายสายอาชีพ เทคโนโลยียังคงเป็นเพียง “ผู้ช่วย” มากกว่า “ผู้แทน” เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้งานบางประเภทมีคุณค่า ไม่ใช่แค่ความรวดเร็วหรือความแม่นยำ แต่คือความเป็นมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับผู้คนได้จริง ๆ

ต่อไปนี้คือ 10 อาชีพที่แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโลกการทำงาน แต่ก็ยังยากที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะอาชีพเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจเฉพาะหน้า และความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เทคโนโลยียังไม่สามารถเลียนแบบได้ทั้งหมด

1. แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง

แม้ AI จะสามารถช่วยวิเคราะห์ผลตรวจหรือประมวลข้อมูลทางการแพทย์ได้รวดเร็ว แต่การรักษาคนไข้จริงยังต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ แพทย์ต้องประเมินอาการจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพร่างกาย พฤติกรรม และสภาพจิตใจของผู้ป่วยในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงต้องอธิบายแนวทางรักษาให้คนไข้และครอบครัวเข้าใจ งานสายสุขภาพจึงยังเป็นหนึ่งใน อาชีพที่ AI แทนไม่ได้และยังมีความต้องการสูงต่อเนื่อง

2. พยาบาลและผู้ดูแลผู้ป่วย

หน้าที่ของพยาบาลไม่ได้มีแค่การดูแลตามขั้นตอนทางการแพทย์ แต่ยังรวมถึงการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การพูดคุยสร้างกำลังใจ และการช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยในช่วงเวลาที่เปราะบาง หลายครั้งการดูแลที่ดีเกิดจากความใส่ใจเล็ก ๆ ที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ทั้งหมด จึงทำให้อาชีพนี้ยังเป็นอาชีพที่ AI แทนไม่ได้ และมีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุข

3. นักจิตวิทยา

การเยียวยาบาดแผลทางใจเป็นเรื่องของความรู้สึกที่สลับซับซ้อน นักจิตวิทยาต้องรับฟังและถอดรหัสความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดและท่าทางของมนุษย์ การเข้าใจความเจ็บปวดและสร้างความเชื่อใจเพื่อให้ผู้รับคำปรึกษากล้าเปิดเผยปัญหาเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ระบบประมวลผลจะสามารถเลียนแบบความเข้าอกเข้าใจนี้ได้อย่างสมบูรณ์

4. ครูและอาจารย์ผู้สอน

แม้ปัจจุบันจะมีบทเรียนออนไลน์หรือสื่อการสอนที่ทันสมัย แต่บทบาทของครูในการสร้างแรงบันดาลใจ การเป็นแบบอย่าง และการขัดเกลาจริยธรรมให้นักศึกษายังคงจำเป็นอย่างยิ่ง ครูต้องวิเคราะห์ความต้องการที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคนและปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงสุด ครูจึงยังเป็น อาชีพที่ AI แทนไม่ได้ โดยเฉพาะการสอนที่ต้องใช้การสื่อสารและความเข้าใจผู้เรียนจริง ๆ

5. นักการตลาดและนักวางกลยุทธ์

AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและแนวโน้มตลาดได้ก็จริง แต่การวางแผนธุรกิจ การสร้างแบรนด์ และการคิดแคมเปญใหม่ ๆ ยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจพฤติกรรมคน นักการตลาดที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับความรู้สึกของผู้บริโภคได้ จะยังเป็นที่ต้องการในตลาดงานต่อไป

6. โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาระบบ

หลายคนอาจคิดว่า AI เขียนโค้ดแทนได้ แต่ความจริงแล้วโปรแกรมเมอร์ยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบและการวางโครงสร้างที่ซับซ้อน โปรแกรมเมอร์ต้องเข้าใจความต้องการของธุรกิจและปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ AI อาจเป็นเครื่องมือช่วยทุ่นแรง แต่การตัดสินใจในระดับโครงสร้างที่สำคัญยังต้องพึ่งพาสมองของมนุษย์เป็นหลัก

7. ศิลปินและนักสร้างสรรค์ผลงาน

งานศิลปะคือการระบายความรู้สึกและมุมมองส่วนตัวออกมาผ่านผลงาน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ดนตรี หรือวรรณกรรม ความสวยงามของงานศิลปะอยู่ที่ความหมายที่ซ่อนอยู่และประสบการณ์ของศิลปินที่หล่อหลอมออกมา งานที่เกิดจากความรู้สึกจริงๆ จะสร้างอิมแพ็กต่อใจผู้คนได้มากกว่าภาพหรือเสียงที่เกิดจากการสุ่มข้อมูลโดยระบบคอมพิวเตอร์

8. นักมายากล

เสน่ห์ของนักมายากลอยู่ที่การแสดงสด การใช้จิตวิทยาเบี่ยงเบนความสนใจ และความพริ้วไหวของมือในการสร้างความประหลาดใจ การสร้างความบันเทิงในรูปแบบนี้ต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมแบบเรียลไทม์ ความตื่นเต้นที่เกิดจากการคาดเดาไม่ได้เป็นจุดเด่นที่ทำให้โชว์ของมนุษย์มีความน่าสนใจและไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยภาพจำลองได้เลย

9. ทนายความและนักกฎหมาย

การตีความข้อกฎหมายไม่ได้มีเพียงแค่ขาวหรือดำ แต่ยังมีพื้นที่สีเทาที่ต้องใช้การเจรจาต่อรองและการวิเคราะห์บริบททางสังคม ทนายความต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของลูกความผ่านการโต้แย้งที่มีไหวพริบในศาล และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ต้องใช้ศิลปะในการเจรจาเพื่อให้เกิดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ซึ่งต้องการความสามารถในการโน้มน้าวใจที่สูงมาก

10. นักโภชนาการ

นักโภชนาการการดูแลสุขภาพเรื่องการกินไม่ได้มีแค่การคำนวณแคลอรี่ แต่นักโภชนาการต้องทำหน้าที่เป็นโค้ชที่คอยให้คำแนะนำและสร้างแรงจูงใจให้ผู้รับบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ข้อจำกัดส่วนบุคคล และการให้คำปรึกษาที่ตรงจุดพร้อมการสนับสนุนทางอารมณ์ จะช่วยให้ผู้รับบริการประสบความสำเร็จในการดูแลตัวเองได้มากกว่าแค่การดูตารางอาหาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...