โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สุนัข” ว่าด้วยประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 17.05 น.
ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ด้านข้างมีสุนัข ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) (ภาพจาก University of Wisconsin-Milwaukee Libraries)

สุนัข หรือที่เราเรียกอีกชื่อว่า หมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทกินเนื้อ ในปัจจุบันสุนัขมีการพัฒนาสายพันธุ์มากกว่า 400 สายพันธุ์ โดยเชื่อว่าวิวัฒนาการของสุนัขเลี้ยงนั้นมีมาจากสุนัขสายพันธุ์หมาป่า 4 กลุ่มใหญ่ ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก คือ หมาป่าอเมริกาเหนือ หมาป่าจีน หมาป่าอินเดีย และหมาป่ายุโรป [1]

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะสุนัขส่วนใหญ่จะมีขนสั้น หูใหญ่ยาว หางเรียว ขนาดตัวไม่ใหญ่ บางสายพันธุ์สืบทอดมาจากหมาป่าในประเทศจีน หากจะกล่าวถึงที่มาของวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัข นอกจากจะเข้าใจถึงต้นกำเนิดของวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสุนัขในแต่ละช่วงสมัยอีกด้วย

“สุนัข” ภาพสัญลักษณ์จากหลักฐานทางโบราณคดี

วัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขมีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยจากหลักฐานทางโบราณคดีประเภทกระดูกสุนัข และตามรูปงานศิลปะถ้ำภาพเขียนสีตามแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่พบมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย การเกิดขึ้นของวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขในระยะแรก (ช่วง5,500-1,000 ปีมาแล้ว) โดยมากจะอยู่ในช่วงสมัยสังคมเกษตรกรรม ความเป็นอยู่ของชุมชนนั้นมีการดำรงชีพด้วยการเพาะปลูก แลกเปลี่ยนสินค้า การเกิดขึ้นของอาชีพ โดยเฉพาะ ช่างทำภาชนะดินเผา รวมถึงการริเริ่มเลี้ยงสัตว์

เดิมทีสุนัขเป็นสัตว์ป่า ล่าเนื้อเป็นอาหาร ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาอาศัยอยู่ร่วมกับคนในยุคสังคมเกษตรกรรม อีกทั้งวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขยังต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่มีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของวิถีชีวิต สังคม และวัฒนธรรม โดยมีการสันนิษฐานว่า วัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขในช่วงเวลาดังกล่าว 1. เลี้ยงไว้เพื่อออกล่าสัตว์ร่วมกับคน เพื่อเป็นใช้เป็นแรงงานและประโยชน์ในการดำรงชีพ เช่น ใช้เป็นสุนัขล่าเหยื่อหรือควบคุมสัตว์ชนิดอื่น ใช้สะกดรอยค้นหาสัตว์ 2. เลี้ยงเพื่อบริโภคเป็นอาหาร แต่ไม่ใช่อาหารหลักของมนุษย์ 3. ใช้เป็นเครื่องอุทิศให้กับผู้ตาย เพื่อแสดงสถานภาพของผู้ตายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับสุนัข ซึ่งถูกฝังร่วมกับหลุมฝังศพของมนุษย์ [2]

นอกจากนั้นยังมีหลักฐานทางโบราณคดีในยุคสมัยประวัติศาสตร์ที่พยายามให้เห็นถึง ภาพลักษณ์ การรับรู้ของสุนัขที่มีการผูกโยงเข้าไปกับเรื่องราวทางคติความเชื่อทางศาสนาของสังคมไทยในอดีต โดยมีการค้นพบใบเสมาหินทรายสมัยวัฒนธรรมทวารวดี บนใบเสมามีการสลักภาพ “สุนัข” ที่วัดโพธิ์ชัยเสมาราม เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเนื้อเรื่องได้กล่าวถึง “มโหสถชาดก” บนใบเสมา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-15เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าได้เสวยชาติเป็น มโหสถบัณฑิตแห่งมิถิลานคร [3]

รวมทั้งบนจารึกภาพกุกกกุรชาดก ที่วัดศรีชุม ที่เมืองโบราณสุโขทัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นภาพพระโพธิสัตว์ในร่างพระยาสุนัขกำลังเทศน์สั่งสอนพระเจ้าพรหมทัตและมเหสี ภาพจำหลักเล่าเรื่องชาดกเหล่านี้ประดับอยู่ที่เพดานภายในอุโมงค์วัดศรีชุม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย สภาพทั่วไปของแผ่นศิลาชำรุดแตกหัก ลายเส้นภาพและลายเส้นรูปอักษรลบเลือนเป็นส่วนใหญ่ ศิลาบางแผ่นสูญหายไป ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียง 40 แผ่นเท่านั้น

ความเปลี่ยนแปลงจากวัฒนธรรมการเลี้ยงสัตว์เป็นวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยงของ “สุนัข”

ความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากการใช้ประโยชน์จากสุนัขในแง่ของการดำรงชีพที่มีมาตั้งแต่โลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในโลกตะวันตกบทบาทความสำคัญของวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขเริ่มลดลง ในขณะที่มนุษย์พัฒนาจากสังคมเกษตรกรรมมาสู่การค้นพบวิทยาการสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าของการเกิดปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเกิดขึ้นของเมืองใหญ่ กล่าวคือ ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19

กระทั่งกลางศตวรรษที่ 20 สัตว์หรือสภาวะของป่าและธรรมชาติได้ถูกแยกออกจากสังคมมนุษย์ผ่านการแยกเมืองออกจากป่า สภาวะความเป็นเมือง ระบบทุนนิยมได้ทำให้มนุษย์เริ่มโหยหาธรรมชาติ กอปรด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในโลกตะวันตก ส่งผลให้มนุษย์ในโลกตะวันตกพยายามนำสัตว์กลับเข้ามาในเมือง รวมถึงการเลี้ยงสุนัข ถือเป็นการเกิดขึ้นของวัฒนธรรมเลี้ยงสุนัขในสังคมเมืองที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย สภาวะการณ์โลกตัวตะวันตกของมนุษย์หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมนำไปสู่การเกิดขึ้นของ วัฒนธรรมสัตว์เลี้ยง ที่ขยายตัวกลายเป็นวัฒนธรรมมวลชนอย่างรวดเร็ว[5]

สภาวะการณ์ของโลกตะวันตกนั้นได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความรู้ การนิยามความหมายใหม่ของสุนัขในสังคมไทยจากวัฒนธรรมการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้ประโยชน์ในการล่าสัตว์หรือเฝ้าบ้านสู่วัฒนธรรมสัตว์เลี้ยง โดยที่สุนัขได้ขับให้เน้นความสำคัญของสุนัขในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ในช่วงสังคมไทยก้าวเข้าสู่ทศวรรษ 2490 [6] ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดค่านิยมใหม่ของการเลี้ยงสุนัขที่ได้รับอิทธิพลจากสภาวะการณ์ของการสร้างวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยงจากโลกตะวันตก

ไม่ว่าจะเป็น 1. ความรู้เกี่ยวกับสายพันธุสุนัขจากโลกตะวันตก โดยส่งผลให้เกิดการก่อตั้งสมาคมสัตว์เลี้ยงในสังคมไทยจากการเผยแพร่นิตยสาร “สัตว์เลี้ยง” ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2498 [7] 2. การประกวดสุนัข โดยในช่วงทศวรรษ 2490 องค์การสวนสัตว์ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงสุนัข ได้จัดประกวดสุนัขขึ้น ณ สวนสัตว์ดุสิต อีกทั้งได้มีการจัดประกวดสุนัขครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502 ที่จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้ชื่อว่า “การชุมนุมสุนัข”

ปรากฏการณ์ทางสังคมของการสร้างวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยงในสังคมไทยในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เกิดสถาบันทางสังคมเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของมุมมองที่มีต่อสุนัขในสังคมไทย นำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจ อาทิ คณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลและคลินิกสัตว์ ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ ร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง

ผลกระทบของ “สุนัข” กับการขยายตัวของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในยุคโลกาภิวัตน์

จากปรากฏการณ์ทางสังคมของการสร้างวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยงในสังคมไทยในช่วงเวลาดังกล่าว นำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจเกี่ยวกับสุนัขทำให้เกิดการแพร่กระจายไหลเวียนของเศรษฐกิจ วิธีการเลี้ยงสุนัขได้เปลี่ยนแปลงจากเลี้ยงเพื่อใช้งานเฝ้าบ้าน ได้ขยับสถานะมาเป็นเพื่อนกับมนุษย์ เช่น ร้านขายของเกี่ยวกับสุนัข (Pet Shop) การนำเข้าของอาหารสุนัขจากต่างประเทศ รวมถึงเสื้อผ้าสุนัข ทำให้มนุษย์มีทางเลือกในการเลี้ยงสุนัขในช่วงยุคโลกาภิวัตน์และเกิดค่านิยมใหม่ระหว่างผู้เลี้ยงกับสุนัข

ในแง่ของวิถีชีวิต วิถีการบริโภคของผู้เลี้ยง เพื่อเป็นตัวบ่งบอกสถานะทางสังคมของผู้เลี้ยง อาทิ เป็นเครื่องโอ้อวดของสังคม เป็นเครื่องแสดงสภานะภาพทางเศรษฐกิจของผู้เลี้ยง อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตัวตนให้กับผู้เลี้ยงโดยมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการบริโภคของมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะการแสดงฐานะและชนชั้นด้วยสายพันธุ์สุนัข เช่น สุนัขประเภทพิทบูลเทอร์เรียใส่ปลอกคอหนังมีหนามแหลมสีทอง มักจะเป็นเครื่องประดับของชายชาตรี สุนัขประเภทพุดเดิลทอยส์สีอ่อนเป็นหมาที่ฮิตในหมู่กะเทย รวมทั้งพูเดิลอัฟกัน ปอมเมอเรเนียน ซาลูกิ เป็นหมาที่นิยมในกลุ่มผู้หญิง [8]

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] จีระศักดิ์ ถิรธนบูรณ์. การวิวัฒนาการของสุนัข. [ออนไลน์] เข้าถึง จาก http://vet.kku.ac.th/physio/DOG%20PDF/1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82.pdf (สืบค้นวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562)

[2]จารุวรรณ อินทร์เลี้ยง. “สุนัข”สัตว์จากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. รายงานวิชาการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555 หน้า 101

[3] หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ เรื่อง เมืองฟ้าแดดสงยางตอน ใบเสมาพระมโหสถ หน้า 17 เข้าถึง https://issuu.com/saithanbnsingha/docs/ar-book?fbclid=IwAR00vPAt0nH0Km12Xs4jrC00aEn65O6KHG66f48TskqPOMdab5o0Fk2lY8s และ ศูนย์ศึกษาศิลปกรรมโบราณ,2555 อ้างใน จาก https://drive.google.com/file/d/1dEKuPw4QySyteAr0D-gWC_O6GbV6tVpD/view?usp=sharing หน้า 57

[4] ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.จารึกภาพชาดกวัดศรีชุม แผ่นที่ 39 (กุกกุรชาดก) (ออนไลน์) จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/2807 อ้างใน จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2526), หน้า 408. เข้าถึงได้จาก https://www.finearts.go.th/songkhlalibraryk/view/18499%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2

[5] พนา กันธา. “หมา” : ประวัติศาสตร์ว่าด้วยสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่การเลี้ยงสัตว์. วารสารประวัติศาสตร์ (สิงหาคม 2560-กรกฎาคม 2561) หน้า 167-168

[6] เรื่องเดียวกัน หน้า 175

[7]เรื่องเดียวกัน

[8]รมณ ชมปรีดา. โลกคนเลี้ยงหมา “แบบไฮโซ” : รูปธรรมของการบริโภคยุคโลกาภิวัตน์.วิทยานิพนธ์สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548 หน้า 88-99

อ้างอิง:

จีระศักดิ์ ถิรธนบูรณ์.การวิวัฒนาการของสุนัข. [ออนไลน์] เข้าถึง จาก http://vet.kku.ac.th/physio/DOG%20PDF/1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82.pdf (สืบค้นวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562)

จารุวรรณ อินทร์เลี้ยง. “สุนัข”สัตว์จากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. รายงานวิชาการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555

พนา กันธา. “เรื่องหมาที่ไม่หมา”: กำเนิดและปฎิบัติการของความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยงในสังคมไทยสมัยใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2561

พนา กันธา. “หมา” : ประวัติศาสตร์ว่าด้วยสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่การเลี้ยงสัตว์. วารสารประวัติศาสตร์ (สิงหาคม 2560-กรกฎาคม 2561)

รมณ ชมปรีดา. โลกคนเลี้ยงหมา “แบบไฮโซ” : รูปธรรมของการบริโภคยุคโลกาภิวัตน์. วิทยานิพนธ์สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548

วิภู กุตะนันท์. ต้นกำเนิดของสุนัขบ้าน หลักฐานทางโบราณคดีและพันธุศาสตร์. วารสาร Genomics and Genetics ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 ปี 2558

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 มกราคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สุนัข” ว่าด้วยประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมสัตว์เลี้ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...