โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เป๊ปเปลี่ยนพรีเมียร์ลีกอย่างไร

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

เป๊ป กวาร์ดิโอลา เตรียมอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังคุมทีมมานานหนึ่งทศวรรษ โดยมี เอ็นโซ มาเรสกา เตรียมเข้ามารับงานต่อหลังจบฤดูกาล แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ถ้วยแชมป์ หากยังเป็นร่องรอยทางแท็กติกที่เปลี่ยนหน้าพรีเมียร์ลีกไปอย่างชัดเจน

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือบทบาทผู้รักษาประตู จากยุคที่พรีเมียร์ลีกคุ้นกับนายด่านสายเซฟ กวาร์ดิโอลาเลือกดันแนวคิดผู้รักษาประตูที่เล่นบอลด้วยเท้าได้ดีผ่าน เคลาดิโอ บราโว และ เอแดร์ซอน จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทีมระดับสูง

อย่างไรก็ตาม วงจรดังกล่าวเริ่มย้อนกลับ เมื่อการเพรสซิ่งสูงแบบตัวต่อตัวทำให้การต่อบอลจากหน้าประตูเสี่ยงมากขึ้น ซิตี้จึงหันมาใช้ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ซึ่งเด่นกว่าในด้านการป้องกันประตูแบบดั้งเดิม สะท้อนว่ากวาร์ดิโอลาไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบเดียว แต่ปรับตามปัญหาที่เจอ

อีกมรดกสำคัญคือฟูลแบ็กหุบเข้ากลาง จากการใช้งาน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก และ ฟาเบียน เดลฟ์ ในฤดูกาลที่ซิตี้ทำ 100 คะแนน แนวคิดนี้ช่วยให้ทีมคุมพื้นที่แดนกลางได้ดีขึ้น ก่อนที่ มิเกล อาร์เตตา จะนำไปใช้กับอาร์เซนอล และกลายเป็นภาพคุ้นตาในหลายทีมพรีเมียร์ลีก

กวาร์ดิโอลายังเปลี่ยนแนวโน้มของลีกจากฟุตบอลเร็วและตรง ไปสู่เกมครองบอลที่มีตำแหน่งยืนชัดเจน ซิตี้เคยครองบอลเฉลี่ย 71.9% ในฤดูกาล 2017-18 และไม่เคยต่ำกว่า 60% ตลอดฤดูกาลหลังจากนั้น ความสำเร็จ 6 แชมป์พรีเมียร์ลีกใน 7 ปีทำให้แนวทางนี้ถูกมองเป็นแบบอย่าง

สิ่งที่ทำให้กวาร์ดิโอลาแตกต่างคือความได้เปรียบจากการเป็นผู้นำทางความคิด เขาใช้ทั้งปีกธรรมชาติ ปีกเท้าสลับ ฟูลแบ็กกลับด้าน กองหน้าตัวหลอก หรือกองหน้าธรรมชาติ ตามทรัพยากรที่มี ปัญหาของคู่แข่งคือ เมื่อพวกเขาเริ่มลอกสูตรสำเร็จ ซิตี้และกวาร์ดิโอลามักขยับไปสู่แนวทางใหม่แล้ว

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก BBC Sport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...