โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรายังควรถามเรื่องเพศสภาพกันอยู่ไหม?

The MATTER

อัพเดต 07 พ.ค. 2565 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. • Gender

‘อุ๊ย ยอมรับเลยเหรอคะ?’
คือเสียงตอบรับจากนักข่าวเมื่ออิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์กรุงเทพมหานครตอบคำถามว่าเธอเป็น LGBTQ

แม้คำถามอื่นๆ ที่ตามมาเช่น กลัวคนหาว่าเป็น LGBTQ มาสร้างกระแสรึเปล่า หรือกลัวโดนแฉว่าเคยคบผู้ชายหรือเปล่าจะเป็นคำถามแย่ๆ ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยทุกคนที่เห็นวิดีโอสัมภาษณ์นั้น ในบทความนี้จะขอพูดถึงคำถามแรก คำถามว่าคนคนหนึ่งมีเพศสภาพอะไรในตัวมันเองอาจจะดูไม่มีพิษมีภัย

แต่หากลองมองด้วยใจ ในความเป็นจริงแล้วคำถามนี้มีรายละเอียด ข้อควรระวัง และควรยับยั้งชั่งใจก่อนเอ่ยปากถามอยู่

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนคนหนึ่งตัดสินใจถามถึงเพศสภาพใครสักคนคือการป้องกันการเรียกคนคนนั้นเป็นเพศอื่นนอกเหนือจากที่เขาเป็นหรือ misgender ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามไม่ว่าสำหรับใคร เนื่องจากมันสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ โดยในงานวิจัยโดยองค์กร The International Society for Self and Identity (ISSI) ใน ค.ศ.2014 พบว่าคนข้ามเพศจำนวน 32.8% รู้สึกถูกประณาม (stigmatized) เป็นอย่างมากเวลาถูก misgender

ถ้าอย่างนั้นการถามเพศของเขาก็เป็นทางออก ถูกต้องไหม? คำตอบคือไม่ใช่เสมอไป

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การ misgender เจ็บปวดนั้นคือความรู้สึกไม่ถูกยอมรับและการถูกมองข้าม หากสมมติว่าเราคุยกับคนคนหนึ่ง แล้วเขาถามถึงเพศของเราขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีเหตุ สิ่งแรกที่เราคิดถึงจะเป็นอะไร? คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางเสียงคงยินดีที่ความหวังดีของผู้ถามมาถึงเรา แต่แน่นอนว่าจำนวนมากอาจเกิดคำถามในตัวเองว่าเราไม่เหมือนกับเพศสภาพของเราหรือไม่? ความรู้สึกนั้นเองคือความไม่ถูกยอมรับและการถูกมองข้าม ไม่ต่างกันจากการโดน misgender

โดยความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่คนน้อยคนเจอ แต่คนที่อยู่ในชุมชน LGBTQ หลายคนประสบเข้ากับอาการที่เรียกว่า gender dysphoria หรือความรู้สึกกังวลเมื่อการใช้ชีวิตของเขาไม่ตรงกันกับอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเขาเอง โดยอาการนี้อาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ภาวะซึมเศร้า ไม่มั่นใจในตัวเอง และการใช้สารเสพติดได้ ซึ่งในสหรัฐอเมริกา ราวๆ 70-80% ของคนข้ามเพศรู้สึกถึง gender dysphoria ตั้งแต่อายุ 7 ปี ซึ่งการกังขาในเพศสภาพที่มาจากคนอื่นสามารถเพิ่มพูนอาการนี้ได้

จากการสำรวจผ่าน Quora ความเห็นของคน LGBTQ หลายๆ คนเมื่อถามถึงประเด็นนี้ หนึ่งในจุดร่วมที่เห็นคือการถามกลับว่า แล้วจะรู้เรื่องเพศไปทำอะไร? อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้า การถามหาเพศสภาพของคนคนหนึ่งนั้นสามารถก่อผลเสียให้แก่คนคนนั้นได้ การถามหาถึงจึงต้องมาพร้อมเหตุผลมารองรับที่แข็งแรง เช่นการขอให้ระบุเพศในแบบสำรวจ หรือการจัดห้องนอนที่แบ่งตามเพศ ซึ่งเป็นความจำเป็นมากพอที่จะถามถึงเพศได้

ในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลเกี่ยวกับเพศสภาพจริงๆ โดยมีเหตุผลที่แข็งแรงรองรับ ผู้ถามควรระบุเหตุผลของการเก็บข้อมูลดังกล่าวให้ชัดเจน และจำเป็นอย่างมากที่การถามคำถามเกี่ยวกับเพศสภาพต้องเกิดขึ้นในระดับความเป็นส่วนตัวที่ผู้ตอบสะดวกสบายใจที่จะตอบ

อีกหนึ่งคำแนะนำสำหรับคนที่ไม่ต้องการจะ misgender คนโดยอุบัติเหตุ คือการเข้าหาคนด้วยมุมมองที่เป็นกลางทางเพศ (gender neutral) ตลอดเวลา เพราะหากมองทุกๆ เพศเท่ากันแล้ว การรู้เกี่ยวกับเพศสภาพไม่มีความจำเป็นในการมีปฏิสัมพันธ์เลย ซึ่งในปัจจุบันที่แนวคิดความเท่าเทียมทางเพศแพร่หลาย และมีให้ศึกษามากมายนั้นไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงแน่นอน

แต่หากย้อนกลับไปยังคำถามสัมภาษณ์ของอิงฟ้า การถามเช่นนั้นอยู่บนพื้นฐานของการรายงานข่าวประเภทแท็บลอยด์ที่เน้นการสร้างกระแส ผ่านข่าวกอสซิปของคนมีชื่อเสียง ที่คล้ายกันกับการถามคำถามเพราะอยากรู้เฉยๆ ซึ่งไม่มีเหตุผลพอในการที่จะต้องรู้เพศสภาพของใครเลย

ฉะนั้นหากเกิดความสงสัยในใจสิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งคำถามในตัวเอง เรานำข้อมูลเพศสภาพของคนคนนี้ไปทำอะไร? หากรู้หรือไม่รู้ว่าเขาเป็นเพศสภาพอะไรแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

และหากคำตอบเป็นไม่ได้เอาไปทำอะไร และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหตุผลและความต้องการที่จะถามก็น่าจะหายไปเช่นกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก

health.harvard.edu

psycnet.apa.org

mja.com.au

childtrends.org

tandfonline.com

cedars-sinai.org

quora.com

Illustration by Manita Boonyong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...