โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 25/05/69 ทิศทางผันผวน

สยามรัฐ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิเคราะห์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. 2569 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลกและไทย รวมถึงมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

จับตาราคาน้ำมันดิบ! ก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตลาดโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยใดบ้างที่จะฉุดหรือหนุนราคาพลังงานสำคัญนี้? เตรียมพร้อมรับมือความผันผวนครั้งใหม่!

ก่อนเปิดตลาดซื้อขายวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนจากหลากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลด้านอุปทานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก ควบคู่ไปกับสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบต่ออุปสงค์ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคามีแนวโน้มทรงตัวในกรอบแคบๆ หรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางการจับตามาตรการของกลุ่ม OPEC+ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจัยหลักกดดันและหนุนราคาน้ำมันดิบ

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบช่วงก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ได้รับอิทธิพลจากหลายตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ปัจจัยหนุนหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมัน และการสู้รบในยุโรปตะวันออกที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ซึ่งล้วนสร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ผู้เล่นในตลาดต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านการหยุดชะงักของแหล่งผลิตหรือเส้นทางลำเลียงน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันที่สำคัญไม่แพ้กันคือสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง หากเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ การตัดสินใจเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดอลลาร์

บทบาทของ OPEC+ และการผลิตน้ำมัน

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือ OPEC+ ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบ การประชุมครั้งล่าสุดของกลุ่ม OPEC+ ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการรักษาสมดุลของตลาดผ่านการปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งเป็นความพยายามที่จะพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำลงจากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มในการรักษาเสถียรภาพของราคาเพื่อผลประโยชน์ของผู้ผลิต ขณะเดียวกัน การผลิตน้ำมันจากแหล่งนอกกลุ่ม OPEC+ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาถ่วงดุลอำนาจของ OPEC+ และสร้างความซับซ้อนให้กับสมการอุปทานในตลาดโลก การเพิ่มขึ้นของการผลิตจากสหรัฐฯ ทำให้ตลาดมีน้ำมันดิบหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งอาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา แม้ว่า OPEC+ จะพยายามลดกำลังการผลิตก็ตาม

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทย

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ การผันผวนของราคาน้ำมันดิบย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของประชาชน หากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า การผลิตภาคอุตสาหกรรม และค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ การเกษตร และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังงานสูง จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงาน การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรของธุรกิจ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงต้องจับตาและพิจารณามาตรการช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประคองเศรษฐกิจในประเทศให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปได้

มุมมองนักวิเคราะห์และทิศทางในระยะสั้น

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างให้มุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นก่อนเปิดตลาดวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาน่าจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว และแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งระบุว่า "ตลาดน้ำมันยังคงอยู่ในภาวะ 'Wait and See' นักลงทุนกำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้ ทั้งจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ และพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ" ขณะที่อีกแหล่งข่าวจากสถาบันวิจัยด้านพลังงานชี้ว่า "แม้จะมีแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อาจลดลง แต่การที่ OPEC+ ยังคงควบคุมกำลังการผลิตอย่างเข้มงวด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงไปมากนัก" การจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า รวมถึงถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก จะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะต่อไป

โดยสรุปแล้ว แนวโน้มราคาน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางและผันผวนสูงจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการผลิตของ OPEC+ และทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและต้นทุนการดำเนินชีวิตของประชาชน การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถปรับตัวและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...