โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดักจังหวะ ‘Buy on Dip’ หุ้นไทยอาจปรับฐาน ถึงเวลาย่อแล้วซื้อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

ดักจังหวะ "Buy on Dip" หุ้นไทยอาจปรับฐาน ชี้สัญญาณบวกไตรมาส 3 ปัจจัยหนุน SET รีบาวด์แรง

ความเคลื่อนไหวภาวะตลาดหุ้นไทย (SET Index) ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 ปิดตลาดในแดนบวกได้อย่างต่อเนื่อง โดยแกว่งตัว Sideway up ปรับเพิ่มขึ้น 4.24 จุด (+0.28%) มาอยู่ที่ 1,532.67 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ราว 54,734.24 ล้านบาท ทำจุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 1,541.96 จุด และต่ำสุดที่ 1,530.93 จุด

อย่างไรก็ดี มุมมองเชิงกลยุทธ์ ล่าสุดจากบทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนพ.ค.-มิ.ย. 2569 คาดการณ์ว่า SET Index อาจเข้าสู่โหมดปรับฐานระยะสั้น เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่

หุ้นไทย

ประกอบกับเจอผลกระทบจาก Dividend Dilution Effect ที่เกิดขึ้นหลังจากหุ้นกลุ่ม Big Cap ทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด นอกจากนี้ สถิติแรงขายจากต่างชาติในเดือนมิ.ย. ย้อนหลัง 5 ปี (2564-2568) มียอดขายสุทธิ (Net Sell) ติดต่อกันทุกปี พร้อมด้วยปีนี้มีประเด็นที่ MSCI Rebalancing อาจจะมีการปรับลดน้ำหนักของ Passive Fund ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิราว 8,500 ล้านบาท

แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะนี่คือ "โอกาสทอง" ในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเข้าพอร์ต (Buy on Dip) เพื่อรอการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 เป็นต้นไป ซึ่งจะเห็นว่ามีสถิติให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 8.0% โดยมองเป้าหมาย SET Index ถัดไปที่กรอบ 1,550 - 1,600 จุด

เปิดโผหุ้นเด่นย่อแล้วซื้อ ช่วงตลาดปรับฐาน

InnovestX แนะนำใช้จังหวะที่หุ้นย่อตัว เลือกสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งตาม 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้

1. Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big Cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ และบริหารต้นทุนได้ดี ได้แก่ CPALL, CPN, GLOBAL, BEM, TRUE

2. High Dividend เน้นสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ต และใช้เป็นหลุมหลบภัย เพื่อจำกัดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวน ได้แก่ BBL, KTB, PTT, AP, FTREIT

3. New Normal หุ้นที่ได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการย้ายฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM, WHA, AMATA

หุ้นไทย

สัญญาณบวกไตรมาส 3 ปัจจัยหนุน SET รีบาวด์แรง

แม้ตลาดจะย่อตัวในระยะสั้น แต่ช่วงปลายเดือนมิ.ย. จนถึงต้นเดือนก.ค. 2569 ประเมินว่าจะมีปัจจัยบวกหลายด้านที่รอขับเคลื่อนตลาด ไม่ว่าจะเป็น
- มาตรการรัฐและงบประมาณ: ความคืบหน้าของการจัดทำและผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ฤดูกาลเก็งกำไรปันผล: นักลงทุนจะเริ่มกลับเข้ามาซื้อเก็งกำไรเงินปันผลระหว่างกาล (Interim Dividend)
- แรงส่งจาก Window Dressing: แรงซื้อปิดสิ้นงวดบัญชีจากนักลงทุนสถาบันในช่วงปลายไตรมาส 3
- เศรษฐกิจมีลุ้นโตต่อ (GDP): มีโอกาสปรับเพิ่มสู่กรอบ 1.6% - 1.8% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท (หากเบิกจ่ายได้เต็มที่ช่วยหนุน GDP เพิ่มอีก 0.4%) ดันให้ EPS ของ SET แตะ 100 บาทต่อหุ้น
- Valuation ยังถูกและน่าดึงดูด: หากตัดหุ้น DELTA ออกไป (SET ex-DELTA) ตลาดหุ้นไทยมี Fwd PER เพียง 12 เท่า สะท้อนว่าหุ้นไทยส่วนใหญ่ยัง Undervalued
- Moody's ปรับ Outlook เป็น Stable: สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็น "เสถียรภาพ" ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่ดีที่สุดในเวลานี้คือการไม่ตื่นตระหนกไปตามสภาวะตลาดระยะสั้น แต่ให้เตรียมเม็ดเงินให้พร้อมเพื่อใช้จังหวะที่หุ้นไทยย่อตัวลงมาในการเลือกช้อปหุ้นพื้นฐานแกร่งเข้าพอร์ต เพื่อรอทำกำไรรับการฟื้นตัวครั้งใหญ่ในไตรมาส 3

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...