โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ทนาย ยื่นร้องนายกเทศมนตรี เบรกคำสั่งปลด นักวิชาการสาธารณสุข ชี้ กสถ.ลัดขั้นตอนจ่อฟ้อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 07.34 น.

ทนายอภิชญา ยื่นหนังสือร้องนายกเทศมนตรี ยับยั้งคำสั่งปลด “นักวิชาการสาธารณสุข” จี้สอบข้อเท็จจริงรายบุคคล ชี้ถูกตัดสิทธิสู้คดี-ยันสอบผ่านโดยสุจริต

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมนางสาวอภิชญา โยเหลา ทนายความผู้รับมอบอำนาจ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ระงับและชะลอการออกคำสั่งให้ออกจากราชการแก่ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ พร้อมเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคลอย่างเป็นธรรม

สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ออกประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บางส่วน และจัดทำบัญชีรายชื่อใหม่ โดยอ้างว่าพบการแก้ไขเอกสารและผลคะแนนจริงไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วต้องพ้นจากตำแหน่งราชการ

ทนายอภิชญา ระบุว่า การดำเนินการของฝ่ายปกครองเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเมิดหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ (Principle of Natural Justice) เนื่องจากไม่มีการจัดส่งพยานหลักฐาน เช่น กระดาษคำตอบต้นฉบับ หรือรายงานการประมวลผลคะแนน ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่กลับผลักภาระให้ผู้ร้องไปติดตามตรวจสอบเอง อีกทั้งระบบตรวจข้อสอบ (OMR) ในรอบแรกยืนยันว่าผู้ร้องสอบผ่านเกณฑ์เกิน 60% และบรรจุเข้ารับราชการโดยสุจริต ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือแก้ไขเอกสารใดๆ

“การใช้อำนาจยกเลิกบัญชีหรือสั่งให้ออกจากราชการโดยไม่มีการสืบสวนสอบสวนรายบุคคล ถือเป็นการละเมิดสิทธิรับฟังข้อมูลและกระทบต่อสถานะทางกฎหมายอย่างร้ายแรง หากฝ่ายปกครองยังคงเร่งรีบออกคำสั่งโดยมิชอบ ทางผู้ร้องขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป” ทนายความกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ในหนังสือคำร้องได้ยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1.ขอคัดค้านและโต้แย้งประกาศ กสถ. ในส่วนของผู้ร้องทุกประการ 2.ขอให้ระงับหรือชะลอการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้เป็นการชั่วคราว 3.อให้เปิดโอกาสให้ผู้ร้องปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อไปจนกว่ากระบวนการสอบสวนจะเสร็จสิ้น 4.ขอให้จัดส่งสำเนาพยานหลักฐานต้นฉบับทั้งหมดให้ผู้ร้องภายใน 15 วัน ขอให้คงสิทธิ สวัสดิการ และเงินเดือนในตำแหน่งเดิมไว้จนกว่ากระบวนการทางปกครองจะถึงที่สุด

สำหรับรายละเอียดคำร้อง ระบุว่า เรื่อง ระงับการออกคำสั่งให้ออกจากราชการ/พ้นจากการบรรจุแต่งตั้งและขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมาย เรียน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล…..
อ้างถึง ประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๙
สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาบัตรพนักงานส่วนท้องถิ่น และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

ข้อ ๑ ข้าพเจ้า… ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการ โดยเป็นการบรรจุแต่งตั้งตามบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๘

ข้อ ๒ ตามอ้างถึงคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีประกาศ ฉบับลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ เพื่อยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บางส่วนและขึ้นบัญชีรายชื่อใหม่ อันอาจนำไปสู่การออกคำสั่งให้ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งรับราชการแล้ว ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการนั้น ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงและโต้แย้งในประเด็นต่างๆ เนื่องจากหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำและออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งในเชิงกระบวนการ (Procedural Unlawfulness) และหลักกฎหมายปกครอง

โดยมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายสนับสนุนดังต่อไปนี้

(ก) ประเด็นข้อเท็จจริง

การไม่จัดส่งพยานหลักฐานที่ใช้อ้างอิงให้แก่ข้าพเจ้าโดยตรง เป็นการละเมิดหลักการรับฟังคู่กรณีและหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ (Principle of Natural Justice) ซึ่งคำสั่งเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งกระทบต่อสิทธิ สถานะและสิทธิประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของข้าพเจ้าอย่างร้ายแรง แม้หน่วยงานจะอ้างข้อยกเว้นการรับฟังคู่กรณีตามกฎหมายก็ตาม แต่การที่หน่วยงานอ้างข้อเท็จจริงใหม่ว่า “คะแนนจริงไม่ผ่านเกณฑ์” และ “มีการแก้ไขเอกสารผลคะแนน” ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมเป็น “ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายปกครองนำมาใช้เป็นโทษแก่ข้าพเจ้า” ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๑ ประกอบหลักการดำเนินกระบวนพิจารณาทางปกครองที่เป็นธรรม

หน่วยงานทางปกครองมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้อง “สรุปข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และจัดส่งสำเนาเอกสารพยานหลักฐานสำคัญ” (โดยเฉพาะกระดาษคำตอบต้นฉบับ รายงานการประมวลผลคะแนน และรายงานผลการตรวจสอบ) ให้แก่ข้าพเจ้าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงพร้อมกับหนังสือแจ้งเตือนหรือคำสั่ง เพื่อให้ข้าพเจ้าได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีโอกาสโต้แย้งคัดค้านพยานหลักฐานเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง การไม่จัดส่งเอกสารพยานหลักฐานดังกล่าวให้แก่ข้าพเจ้าโดยตรง จึงถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติตามขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การกระทำของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย การผลักภาระให้ข้าพเจ้าไปตรวจดูคะแนนเอง เป็นการกระทำที่ปราศจากฐานทางกฎหมายให้อำนาจไว้ (Lack of Legal Basis / Ultra Vires) ซึ่งในการปฏิบัติราชการทางปกครอง หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่รัฐจะกระทำการใดๆ ที่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของเอกชนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้งเท่านั้น (Principle of Legality of Administration) การที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลตำบล… ไม่มีการออกหนังสือหรือแจ้งให้ข้าพเจ้าต้องเป็นฝ่ายเดินทางไปดำเนินการติดต่อ ตรวจสอบ หรือขอแจ้งดูผลคะแนนด้วยตนเอง ณ หน่วยงานกลางหรือมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบนั้นแต่อย่างใด แต่มีเพียงการประกาศในสื่อออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริงได้ เพราะมีหลายสื่อทั้งที่เป็นจริงและสื่อที่เป็นเท็จ รวมถึงการสร้างสื่อออนไลน์จากผู้แสวงหาประโยชน์จากการขายสินค้า

โดยที่เว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐโดยตรงไม่ได้เปิดช่องทาง หรือข้อมูลให้เข้าตรวจสอบได้อย่างถูกต้องแท้จริง และไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับใดให้อำนาจหน่วยงานทางปกครองในการสร้างภาระทางกฎหมายและทางกายภาพให้แก่ข้าพเจ้าในลักษณะดังกล่าว การผลักภาระการพิสูจน์และการตรวจสอบพยานหลักฐานไปให้แก่ข้าพเจ้าผู้ได้รับความเสียหาย เป็นการบิดเบือนภาระหน้าที่ของฝ่ายปกครองที่มีหน้าที่ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในการสืบหาข้อเท็จจริงและส่งมอบเอกสารประกอบการพิจารณาให้แก่คู่กรณี และเป็นการละเมิดหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ (Natural Justice & Due Process) การไม่ส่งมอบเอกสารพยานหลักฐาน (กระดาษคำตอบต้นฉบับ, รายงานผลคะแนน) ให้ผู้ร้องโดยตรง และผลักภาระให้ไปตรวจดูเอง ถือเป็นการข้ามขั้นตอนสาระสำคัญตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลทางกฎหมายต่อความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่ง เมื่อกระบวนการรับฟังพยานหลักฐานและการออกคำสั่งของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลตำบล… บกพร่องในสาระสำคัญอย่างร้ายแรง โดยการละเว้นไม่ส่งมอบเอกสารพยานหลักฐานต้นทางให้แก่ข้าพเจ้าโดยตรง และผลักภาระให้ข้าพเจ้าไปดำเนินการตรวจหาพยานหลักฐานเองโดยปราศจากฐานทางกฎหมาย ย่อมส่งผลให้ข้าพเจ้าขาดโอกาสในการตรวจสอบความถูกต้องของกระดาษคำตอบ ลายมือชื่อ และกระบวนการตรวจคะแนน อันเป็นสาระสำคัญ ทำให้คำสั่งที่ออกตามมานั้น กลายเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในส่วนของกระบวนการอันเป็นสาระสำคัญ (Procedural Defect) จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเท็จจริงเรื่องคะแนนไม่ถูกต้อง จะเห็นว่ากระดาษคำตอบที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลตำบลแม่คือ นำมาอ้างนั้น ไม่ใช่กระดาษคำตอบของข้าพเจ้าหรืออาจเกิดการปลอมแปลงหรือการสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบในภายหลัง ซึ่งเอกสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐมาโดยตลอด โดยข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบกับเอกสารกระดาษคำตอบของข้าพเจ้าเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการสอบจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงทำการเก็บกระดาษคำตอบของข้าพเจ้าและผู้เข้าสอบทุกคนไว้ในความครอบครอง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ากระดาษคำตอบครั้งแรกที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเก็บไว้ มีการถ่ายสำเนาหรือจัดเก็บในรูปแบบอื่นที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงได้แต่อย่างใด จนมีการประกาศผู้สอบได้ และมีหนังสือแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบ และต่อมามีการตรวจสอบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ พร้อมกับมีการเพิกถอนประกาศบัญชีผู้สอบได้ในครั้งแรก และมีการประกาศใหม่ จะเห็นได้ว่าข้อเท็จจริงครั้งแรกไม่ปรากฏหลักฐานที่มีต้นฉบับหรือสำเนาที่สามารถตรวจสอบยืนยันความถูกต้องได้

และการตรวจสอบและแก้ไขในครั้งต่อมาซึ่งอยู่ในความครอบครองของทางราชการทั้งสิ้น โดยที่ข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในทุกกระบวนการ พยานหลักฐานของหน่วยงานทางปกครอง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกระบวนการตรวจคะแนนต้นทางคลาดเคลื่อน ระบบตรวจข้อสอบ (Optical Mark Reader – OMR) ของมหาวิทยาลัยฯ ผู้จัดสอบ ในรอบแรกตรวจถูกต้องแล้ว ซึ่งพยานหลักฐานที่หน่วยงานทางปกครองนำมาอ้างเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจในการตรวจย้อนหลังเป็นพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์หรือถูกแทรกแซงด้วยเจตนาไม่สุจริต จากหลักฐานที่ปรากฏในการบรรจุแต่งตั้งข้าพเจ้านั้นจึงพิสูจน์ได้ว่า “คะแนนจริงแท้จริงแล้วเกิน ๖๐%” ตั้งแต่แรก คำสั่งบรรจุย่อมชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น ความบริสุทธิ์และสุจริต (Principle of Good Faith) ของข้าพเจ้าผู้ร้องซึ่งเป็นการสอบผ่าน บรรจุ และทำงานโดยสุจริต ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต การสับเปลี่ยน หรือแก้ไขกระดาษคำตอบ (ถ้ามี) ซึ่งเอกสารทั้งหมดอยู่ในความครอบครองของรัฐ การเพิกถอนประกาศในภายหลังและมีการประกาศฉบับใหม่ จึงขอโต้แย้งพยานหลักฐานย้อนหลัง อีกทั้งระบบ OMR ในรอบแรกตรวจผ่านเกณฑ์ ๖๐% แล้ว การตรวจสอบย้อนหลังอาจเกิดจากพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์หรือถูกแทรกแซงอันเกิดจากความไม่สุจริตและใช้อำนาจตามอำเภอใจของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทบสิทธิของข้าพเจ้าอย่างร้ายแรง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้าพเจ้าขอโต้แย้งระดับความรุนแรงของความผิดพลาด โดยคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ว่างเปล่า/ไม่ได้ผิดพลาดอย่างร้ายแรงตามที่หน่วยงานทางปกครองนำมาเป็นเหตุแห่งวัตถุของคดีนี้ จึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นฐานในการออกคำสั่งทางปกครอง เมื่อการสอบของข้าพเจ้าผ่านเกณฑ์โดยชอบและมีการบรรจุเข้ารับราชการโดยชอบมาแล้วจึงมิใช่คำสั่งที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรงจนเป็นโมฆะหรือเสียไปแต่อย่างใด

ทั้งนี้ข้าพเจ้าผู้เข้าสอบขอเรียนว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวข้างต้นเป็นผู้สอบผ่านตามหลักเกณฑ์ทุกประการ การบรรจุแต่งตั้งจึงเป็นการกระทำทางปกครองที่เกิดขึ้นจากความเชื่อถือโดยสุจริต (Principle of Protection of Legitimate Expectations) ไม่ใช่ความผิดพลาดร้ายแรงแต่อย่างใด เนื่องจากกรณีนี้เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางธุรการ (Administrative Error) การแก้ไขคะแนนหรือไม่ไม่อาจพิสูจน์การกระทำว่ามีอยู่จริงหรือไม่ หรือข้าพเจ้าไม่ได้เกิดจากการ “ทุจริต” แต่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าเอกสารกระดาษคำตอบอยู่ที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งสิ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแต่อย่างใด และหากเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกคนและหากเป็นการบกพร่องก็เป็นการดำเนินการของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่การทุจริตของข้าพเจ้า ที่จะส่งผลให้คำสั่งนั้นยังมีผลอยู่จนกว่าจะถูกเพิกถอนแต่อย่างใด

และหากเห็นว่าคำสั่งทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมายอันไม่ใช่ความผิดพลาดอย่างร้ายแรงย่อมต้องตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขระยะเวลาการเพิกถอนปกติตามกรอบของกฎหมาย (เช่น ๙๐ วัน) ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ วรรคสอง อันเป็นหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าข้าพเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence) โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดและก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ซึ่งหลักการดังกล่าวนำมาใช้ในคดีปกครองด้วย แม้หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จะมุ่งเน้นใช้ในทางอาญา แต่ในทางปกครอง ฝ่ายปกครองมีหน้าที่สืบหาข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และต้องให้ความคุ้มครองผู้กระทำโดยสุจริต เมื่อข้าพเจ้าบรรจุเข้ารับราชการโดยสุจริต มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำผิดใดๆ ฝ่ายปกครองจึงไม่อาจผลักภาระหรือปฏิบัติต่อข้าพเจ้าเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดหาได้ไม่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้าพเจ้าสามารถคุ้มครองสิทธิด้วย “ความสุจริตเฉพาะตัว” ตามมาตรา ๔๙ และ ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ขอโต้แย้งขั้นตอนและอำนาจในการออกคำสั่งเพิกถอน ซึ่งข้อยกเว้นเรื่องการฟังคู่กรณี (มาตรา ๓๐) ถึงแม้หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะวินิจฉัยว่าเข้าข้อยกเว้นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐) แต่ในมิติของหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ (Natural Justice) ซึ่งข้อเท็จจริงในกรณีนี้พบว่าหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างข้อเท็จจริงใหม่เรื่องการแก้คะแนน แต่ไม่เคยมีหนังสือแจ้งหรือจัดส่งเอกสารข้อสอบที่มีทั้งหมดของข้าพเจ้าเพื่อเปิดโอกาสให้ได้ตรวจสอบกระดาษคำตอบจริงก่อนออกคำสั่งเพิกถอนบัญชีผู้สอบได้แล้ว ย่อมทำให้กระบวนการรับฟังพยานหลักฐานฝ่ายเดียวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในทางข้อเท็จจริง (Fact-based) โดยขอให้ส่งพยานเอกสารต้นฉบับ ลายเซ็นบนกระดาษคำตอบ และระบบการจัดเก็บของมหาวิทยาลัยมาพิสูจน์ให้เห็นว่าข้าพเจ้าสอบผ่านเกณฑ์จริงมาตั้งแต่ต้น การกระทำทางปกครองและการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีกทั้งประกาศตามอ้างถึงอันเป็นคำสั่งทางปกครองไม่แสดงเหตุผล ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ การอ้างเพียงประกาศ กสถ. โดยไม่แสดงเอกสารกระดาษคำตอบประกอบ ถือเป็นคำสั่งที่ไม่แสดงเหตุผลตามสมควรจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(ข) ประเด็นข้อกฎหมาย

ส่วนในประเด็นที่หน่วยงานทางปกครองดำเนินการ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (Unlawful Administrative Actions) นอกเหนือจากการต่อสู้เรื่องข้อเท็จจริงคะแนนสอบ ขอคัดค้านและโต้แย้งว่า
การดำเนินการของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิรับฟังข้อมูลและชี้แจง (Natural Justice & Due Process) แม้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ข้อกำหนดเรื่องข้อยกเว้นตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๖) มาใช้อ้างว่า “ไม่ต้องฟังคู่กรณีก่อนออกคำสั่ง” ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าขอเรียนว่าในเชิงกฎหมายปกครองข้อยกเว้นตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๖) ใช้เฉพาะกรณี “การบรรจุ/แต่งตั้ง/ให้พ้น” แต่ในทางธุรการปกติไม่ได้ครอบคลุมถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตหรือแก้ไขเอกสาร ซึ่งกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และสิทธิในตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างร้ายแรง ทั้งนี้สิทธิการรับรู้ข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องตนเองของข้าพเจ้านั้น การที่หน่วยงานอ้างว่า “มีการแก้คะแนน” เป็นการสร้างข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมา หากไม่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าผู้ได้รับผลกระทบได้ดูเอกสารกระดาษคำตอบต้นฉบับ หรือโต้แย้งความถูกต้องของรายงานการตรวจสอบก่อนออกคำสั่ง ย่อมเป็นการขัดต่อหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ (Principle of Natural Justice) อย่างร้ายแรง ส่งผลให้คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายในขั้นตอนกระบวนการ (Procedural Unlawfulness) ประกอบกับการประกาศฯ ตามที่อ้างถึง ไม่ถูกต้องตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งกำหนดให้คำสั่งทางปกครองที่เป็นหนังสือและการปฏิเสธคำขอ ต้องจัดให้มี “เหตุผล” ประกอบด้วย ได้แก่ ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ, ข้อกฎหมายที่อ้างอิง, และข้อพิจารณาข้อสนับสนุนในการดุลพินิจ การอ้างเพียงประกาศกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการแจ้งลอยๆ โดยไม่แสดงพยานหลักฐานกระดาษคำตอบ ถือเป็นคำสั่งที่ไม่แสดงเหตุผลตามสมควร ทำให้คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๓๗ นอกจากนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีการออกรูปแบบคำสั่งทางปกครองเพื่อให้ผู้สอบผ่านพ้นจากราชการไว้ล่วงหน้า เพื่อบังคับให้หน่วยงานทางปกครองต่างๆ นำไปปฏิบัติ หากฝ่าฝืนผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางวินัยและอาญา จนสมาคมท้องถิ่นจำนวน ๓ สมาคม ได้มีการออกแถลงการณ์คัดค้าน การกระทำในลักษณะนี้จึงเป็นการพิจารณาทางปกครองในลักษณะอคติ ไม่มีความเป็นกลาง มีลักษณะไม่สุจริต เป็นการตัดดุลพินิจของผู้มีอำนาจ (Fettering of Discretion) การที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ออกรูปแบบคำสั่งล่วงหน้าหรือใช้นโยบายบังคับให้นายกเทศมนตรีต้องสั่งให้ออก โดยที่นายกฯ ไม่ได้ใช้วิจารณญาณของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้าพเจ้าขอโต้แย้งว่าอำนาจหน้าที่ขององค์กรผู้ตรวจสอบและเพิกถอน (Lack of Jurisdiction / Ultra Vires) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองย้อนหลังจะต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามลำดับชั้น ซึ่งหน่วยงานที่ตรวจสอบไม่มีอำนาจชี้ขาดและต้องตรวจสอบว่าคณะกรรมการตรวจสอบย้อนหลังที่สรุปว่ามีการ “แก้คะแนน” นั้น แต่งตั้งขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการชี้ขาดผลสอบแทนมหาวิทยาลัยฯ ผู้จัดสอบ การใช้อำนาจของ ก.อบต. / ผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากหน่วยงานเพิกถอนคำสั่งโดยใช้นโยบายหรือคำสั่งการจากหน่วยงานอื่น (เช่น หนังสือสั่งการกระทรวง/กรม) โดยที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่คือ) ไม่ได้ใช้วิจารณญาณของตนเองอย่างแท้จริง แต่เป็นการบังคับให้ต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป ถือเป็นการ “ใช้อำนาจตามคำสั่งบุคคลอื่นโดยปราศจากดุลพินิจโดยชอบ” (Fettering of Discretion) ซึ่งทำให้คำสั่งเพิกถอนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น

ข้าพเจ้าขอโต้แย้งว่าการที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐรีบเร่งการด่วนสรุประดับความผิด “Void vs. Voidable” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ อบ.๑๕๗/๒๕๖๖ เนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวศาลยกระดับคำสั่งบรรจุว่าเป็นคำสั่งที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง (Void / Nullity) ทำให้ไม่มีอายุความ ๙๐ วันและไม่คุ้มครองความสุจริต ซึ่งข้อเท็จจริงแตกต่างกับคดีนี้ ทั้งนี้ขอเรียนว่ากรณีนี้เป็นเพียงคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั่วไป (Voidable) โดยมีคำสั่งที่มีผลสมบูรณ์ภายนอก (Apparent Validity) ขณะออกคำสั่งบรรจุ กระบวนการทำถูกต้องตามรูปแบบ มีประกาศผลสอบเป็นทางการ มีมติ ก.จังหวัด เห็นชอบ และออกคำสั่งโดยผู้มีอำนาจทุกประการ คำสั่งจึงมีผลผูกพันทางกฎหมายแล้ว กรณีดังกล่าวข้อเท็จจริงจึงเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ความผิดพลาดที่ชัดแจ้ง (Not Obvious) ตามนิยามของความผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง (Ultra-serious Error)

ตามหลักกฎหมายปกครองแต่อย่างใด กรณีนี้ต้องใช้การสืบสวนย้อนหลัง และใช้เวลาตรวจพิสูจน์เอกสารอย่างยาวนาน จึงไม่ใช่ความผิดพลาดที่ “ชัดแจ้ง” ในตัวเอง เมื่อข้ออ้างว่าข้อผิดพลาดมิใช่ความผิดร้ายแรง การแก้ไขคะแนน (หากมี) เกิดจากความคลาดเคลื่อนทางธุรการ (Administrative Error) ของหน่วยงานทางปกครอง/มหาวิทยาลัยฯ ผู้จัดสอบเอง ไม่ใช่คำสั่งที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงจนเป็นโมฆะ (Nullity/Void) ดังนั้นผลในทางกฎหมาย เมื่อไม่ใช่ความผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง คำสั่งนี้จึงเป็นเพียงคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั่วไป (Voidable) เงื่อนไขระยะเวลาการเพิกถอนต้องอยู่ภายใต้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๙ เมื่อคำสั่งบรรจุเป็นเพียงคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั่วไป (Voidable) ฝ่ายปกครองต้องเพิกถอนภายใน ๙๐ วัน นับแต่รู้ถึงเหตุ หากเกินกำหนดย่อมหมดอำนาจเพิกถอน ซึ่งตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดภายใน ๙๐ วัน นับแต่รู้ถึงเหตุแห่งการเพิกถอนตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๙ วรรคสอง หากเกิน ๙๐ วัน หน่วยงานย่อมหมดอำนาจเพิกถอน

ข้าพเจ้าขอเรียนว่ากรณีนี้การสอบบรรจุและการบรรจุแต่งตั้งข้าพเจ้าเป็นไปตามหลักความคุ้มครองความเชื่อถือโดยสุจริตและการชั่งน้ำหนักประโยชน์สาธารณะ (Proportionality & Legitimate Expectations) เนื่องจากไม่ใช่เรื่องคำสั่งทางปกครองที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง Void แต่เป็นเพียงคำสั่งทั่วไปเป็นไปตามหลัก Voidable ทั้งนี้ตามหลักความสัดส่วนและหลักความคุ้มครองความเชื่อถือโดยสุจริต (มาตรา ๔๙ และ ๕๒) ระยะเวลาที่ผ่านไป (Lapse of Time) ซึ่งข้าพเจ้าปฏิบัติงานมาเป็นเวลานาน มีผลการปฏิบัติงานดี ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งอย่างถูกต้อง ย่อมสร้าง “ความเชื่อถืออันชอบธรรม” (Legitimate Expectation) ว่าตนเป็นข้าราชการโดยสมบูรณ์แล้ว ขอเรียนว่าการชั่งน้ำหนักประโยชน์ (Balancing of Interests) การเพิกถอนคำสั่งย้อนหลังหลังจากเวลาผ่านไปนานกระทบต่อความมั่นคงในสถานะทางกฎหมาย และกระทบต่อบริการสาธารณะที่ข้าพเจ้าได้ทำไปแล้ว

ซึ่งหน่วยงานทางปกครองควรที่จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความถูกต้องตามกฎหมาย (Principle of Legality)” กับ “ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในสิทธิของเอกชน (Legal Certainty)” หากประโยชน์สาธารณะไม่ได้เสียหายร้ายแรง การสั่งให้ข้าพเจ้าพ้นจากตำแหน่งอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความพอสมควรแก่เหตุ (Principle of Proportionality) และหลักความคุ้มครองความเชื่อถือโดยสุจริตและการสัดส่วน (Legitimate Expectation & Proportionality) ผู้ร้องบรรจุและปฏิบัติงานมาจนเกิดความคุ้มครองในสิทธิ การสั่งให้ออกย้อนหลังกระทบต่อบริการสาธารณะและความมั่นคงในสิทธิเกินสมควร จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น

การออกคำสั่งทางปกครองตามอ้างถึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากข้าพเจ้ามีสิทธิได้รับการพิจารณาทางปกครองอย่างเป็นธรรม (Due Process of Law) ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐ ซึ่งกำหนดไว้เป็นหลักการสำคัญว่า ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ต้องให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และให้โอกาสได้โต้แย้งรวมทั้งแสดงพยานหลักฐานของตนก่อนที่จะมีการออกคำสั่งทางปกครองใดๆ

ข้าพเจ้าปฏิบัติตนโดยสุจริต (Principle of Good Faith) ข้าพเจ้าได้สมัครสอบโดยเข้าทำการสอบเหมือนผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ทั่วไป และได้รับการบรรจุแต่งตั้งโดยสุจริตตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด การทุจริต หรือการกระทำมิชอบใดๆ ทั้งสิ้น การที่หน่วยงานจะออกคำสั่งกระทบกระเทือนต่อสิทธิและสถานะความเป็นข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นของข้าพเจ้า โดยที่ยังไม่ได้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล ย่อมเป็นการขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิและความโปร่งใส

ความจำเป็นในการสืบสวนสอบสวนเป็นรายบุคคล ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าสอบและผู้ได้รับบรรจุโดยสุจริต การพิจารณาโทษหรือการยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่าบุคคลนั้นๆ กระทำผิดจริง การเหมารวมหรือการออกคำสั่งให้ออกจากราชการ โดยปราศจากการไต่สวนข้อเท็จจริง ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ไม่อาจแก้ไขเยียวยาได้ในภายหลัง

ข้อ ๓ อาศัยเหตุผลทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

๓.๑ ขอคัดค้านและโต้แย้งประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในส่วนของข้าพเจ้า ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ ทุกประการ
๓.๒ ขอให้ ระงับ/งด/ชะลอการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้เป็นการชั่วคราว ในระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานรายบุคคล

๓.๓ ขอให้นายกเทศมนตรีเทศบาล พิจารณาชะลอการออกคำสั่งให้ออกจากราชการ/พ้นจากการบรรจุแต่งตั้ง และให้ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไป จนกว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงรายบุคคลและการรับฟังพยานหลักฐานตามกฎหมายจะเสร็จสิ้น

๓.๔ ขอให้นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล จัดส่งสำเนาเอกสารพยานหลักฐานที่ใช้อ้างอิงทั้งหมด ได้แก่ กระดาษคำตอบต้นฉบับ ภาค ก และ ภาค ข, รายงานผลการประมวลผลคะแนนต้นฉบับ และรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แก่ข้าพเจ้าโดยตรงทางไปรษณีย์ตอบรับภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ เพื่อให้ข้าพเจ้าได้ใช้สิทธิโต้แย้งและปกป้องสิทธิตามกฎหมายต่อไป

๓.๕ หากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล รวมถึงฝ่ายปกครองยังไม่มีการชี้ขาดหรือส่งมอบพยานหลักฐาน ขอให้ยังคงสิทธิ สวัสดิการ และการจ่ายเงินเดือนของข้าพเจ้า ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ไว้ตามเดิมจนกว่าคดีหรือกระบวนการพิจารณาทางปกครองจะถึงที่สุด

หากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล เร่งรีบออกคำสั่งให้ออกจากราชการโดยมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในตำแหน่งหน้าที่ และขาดรายได้ ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญา ตลอดจนฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทนาย ยื่นร้องนายกเทศมนตรี เบรกคำสั่งปลด นักวิชาการสาธารณสุข ชี้ กสถ.ลัดขั้นตอนจ่อฟ้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

สถานการณ์การเมืองไทยประจำวัน

“ธนเดช” ปชน. ชี้แจงกดไม่เห็นด้วยงบฯ 70 ตามมติพรรค เผยระบบบันทึกผิดพลาด ย้ำจุดยืนไม่ย้ายพรรค

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

ธนเดช ยัน โหวตไม่เห็นด้วย พ.ร.บ.งบ 70 ตามมติพรรค ชี้ ระบบผิดพลาด

Khaosod

"ดร.สุรเกียรติ์" นายกสภาจุฬาฯ เยี่ยมชมคณะวิทยาศาสตร์ ชมความก้าวหน้างานวิจัย แหล่งเรียนรู้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...