โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช.แจงย้ายบิ๊กล็อต ยึดหลักหมุนเวียนตำแหน่งทุก 4 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 08.14 น.
ป.ป.ช.ชี้แจงแนวทางโยกย้ายบุคลากรครั้งใหญ่ ย้ำยึดหลักโปร่งใส ป้องกันอิทธิพลครอบงำ และลดการใช้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลในเชิงลบ พร้อมเร่งปิดคดีค้างภายในกรอบเวลาใหม่

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ออกมาชี้แจงกรณีกระแสข่าวการปรับโครงสร้างภายในและโยกย้ายบุคลากรจำนวนมาก โดยยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบใหม่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล รวมถึงป้องกันปัญหาการใช้อิทธิพลในพื้นที่ปฏิบัติงาน

รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้มีการเผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฉบับใหม่ ซึ่งลงนามโดยประธานกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เพื่อปรับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรในปัจจุบัน

สาระสำคัญของระเบียบดังกล่าว กำหนดให้ข้าราชการระดับผู้อำนวยการที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมครบ 3 ปี และผู้อำนวยการกลุ่มหรือผู้อำนวยการศูนย์ที่ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ต้องได้รับการโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่น โดยเลขาธิการ ป.ป.ช. มีอำนาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องชะลอการโยกย้าย และต้องรายงานให้คณะกรรมการรับทราบ

ป.ป.ช. ระบุเหตุผลสำคัญ 3 ประเด็นของการกำหนดแนวทางหมุนเวียนตำแหน่ง ได้แก่

  • ป้องกันบุคลากรและครอบครัวจากการถูกอิทธิพลหรือแรงกดดันในพื้นที่ที่ทำงานด้านปราบปรามทุจริต
  • ลดความเสี่ยงการใช้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลในเชิงลบต่อการปฏิบัติหน้าที่
  • ปรับระบบบริหารบุคลากรให้เหมาะสมกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังอธิบายถึงที่มาของการปรับระบบว่า เดิมองค์กรมีรากฐานมาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ “สำนักงาน ปปป.” ก่อนแยกตัวเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และต่อเนื่องถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้บุคลากรบางส่วนปฏิบัติงานอยู่ในภารกิจหรือพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน แม้จะมีการเลื่อนตำแหน่งภายในสำนักเดิมก็ตาม จึงเห็นว่าควรปรับระบบหมุนเวียนให้ชัดเจนมากขึ้น

แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. ยังเปิดเผยว่า ในอดีตสำนักงานมีสำนวนคดีคงค้างมากกว่า 3,000 คดี และบางคดีขาดอายุความ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันได้เร่งรัดการทำงานจนจำนวนคดีคงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยคดี พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติใหม่ให้สำนวนคดีต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ปี และสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 1 ปี

ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. มีบุคลากรกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มกำลังคนอีกประมาณ 1,500 คนภายใน 2 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการทำงานเชิงรุกด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ทั้งนี้ ป.ป.ช. ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของไทยในปี 2568 ซึ่งได้ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน ทำให้อันดับของไทยอยู่ที่ 116 ของโลก และอันดับ 7 ในอาเซียน โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่ต้องเร่งยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรตรวจสอบ

แหล่งข่าวยืนยันว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ดำเนินการผ่านคณะกรรมการหลายฝ่ายภายในสำนักงาน ป.ป.ช. และยึดหลักความโปร่งใส แต่ยอมรับว่าอาจมีบุคลากรบางส่วนไม่เห็นด้วยและใช้สิทธิตามกฎหมาย พร้อมระบุว่า หากมีการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน สำนักงานกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...