เปิด 5 เคสตัวอย่าง “หลอกลวงออนไลน์” มูลค่า “หลอกลงทุน” สูงสุด อายัดบัญชีแล้ว 4.55 พันลบ.
AOC 1441 เผย 5 เคสตัวอย่าง "หลอกลวงออนไลน์" เสียหายกว่า 2.5 ลบ. หลอกลงทุนยังคงมูลค่าความเสียหายสูงสุด เผยยอดอายัดบัญชีแล้วกว่า 4,550 ลบ.
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 6 - 10 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย
คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 9,500 บาท ผู้เสียหายสนใจตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) จึงทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook และได้ทำการตกลงซื้อขายราคาสินค้าพร้อมค่าขนส่ง โดยโอนเงินชำระเต็มราคา เมื่อถึงกำหนดวันรับสินค้ากลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อเพจร้านค้าได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก
คดีที่ 2 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 381,049 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง แจ้งว่ามีเงินข้าราชการบำนาญที่จะได้รับให้ทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line แล้วให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน Digital Pension เพื่อยืนยันข้อมูลตัวตนจากลิงก์ที่ส่งมาให้ และให้ทำตามขั้นตอน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงติดตั้งแอปพลิเคชันและทำตามขั้นตอน ภายหลังได้เช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก
คดีที่ 3 หลอกให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 93,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram จนสนิทใจ มิจฉาชีพอ้างว่า เป็นนายแพทย์ประจำอยู่ที่สหประชาชาติ (UN) ต้องการเดินทางกลับเมืองไทย แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างคนอื่นมาทำงานแทนตน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปช่วยเหลือ ภายหลังจากโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก
คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 345,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook จึงติดต่อพูดคุย แล้วเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นลักษณะงานกดถูกใจเพจสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยให้ผู้เสียหายสมัครและโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบเพื่อเข้าร่วมภารกิจ ในระยะแรกการลงทุนเงินไม่มากได้ผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นและอ้างว่าทำภารกิจไม่สำเร็จจึงไม่ได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก
และ คดีที่ 5 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,524,475 บาท โดยผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ได้ชักชวนให้ลงทุนอ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มและดึงเข้ากลุ่ม Line โดยมีการสอนแนะนำให้โอนเงิน ลงทุนเข้าไปในระบบ ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังมีการให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายต้องการถอนเงินคืนแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่า ทำผิดเงื่อนไขต้องชำระค่าปรับและชำระภาษีผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก
สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 2,353,024 บาท
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้
1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 629,596 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,279 สาย
2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 144,351 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 962 บัญชี
3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่
- หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 44,537 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.85
- หลอกลวงหารายได้พิเศษ 31,421 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 21.77
- หลอกลวงลงทุน 25,576 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.71
- หลอกลวงให้กู้เงิน 11,744 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.14
- หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 9,596 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.65 (และคดีอื่นๆ 21,477 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.88)
4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 - 10 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด 9,090.2 ลบ. (2) ยอดอายัดได้ 4,558.1 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ 50.14
“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายมักได้รับการติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียคือ Facebook, Instagram และ Line ซึ่งทาง ดีอี ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการมาโดยตลอด ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบบัญชีทางโซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ”
“อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยทำให้เกิดเป็นผลงานเด่นชัดเพิ่มเติมอีก 30 วัน และวางมาตการรเร่งด่วนในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว
ทั้งนี้หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441