โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตผู้ก่อตั้ง “ลาซาด้า” ผุดธุรกิจใหม่ “เครีย” ช่วยแบรนด์ Go online

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2562 เวลา 07.42 น.

อดีตผู้ก่อตั้งลาซาด้า ผุดธุรกิจใหม่ เครีย (CREA) ที่ปรึกษาแบรนด์บุก เน้นอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพเป็นหลัก ตั้งเป้า 12-24 เดือนขยายระดับภูมิภาค

นายไอโมเน ริพา ดิมีอานา ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เครีย (CREA) อดีตผู้ก่อตั้งลาซาด้า กล่าวว่า เครีย เป็นองค์กอิสระบริษัทให้บริการดิจิทัลคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจของแบรนด์ในการทำตลาดออนไลน์ โดยบริษัทจะเน้นที่ประเทศไทยเป็นหลัก เพราะตลาดออนไลน์ของไทยใหญ่ยังเป็นช่วงเริ่มต้นและใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย แม้ประชากรไทยมี 60 ล้านคน ขณะที่อินโดนีเซียมี 200 ล้านคน แต่ในด้านการใช้จ่ายถือว่าสูงพอ ๆ กัน และคนไทยมีแนวโน้มใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้น มีการใช้งานโซเชียลมีเดียรวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 50 ล้านคน และมากกว่าครึ่งของคนไทยทั้งหมดเคยซื้อของผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้เทรนด์เริ่มเปลี่ยนจากการขายแบบ C2C เป็น B2C โดยผู้บริโภคเริ่มติดต่อแบรนด์โดยตรง ดังนั้นจะเห็นว่าแบรนด์เปิดเพจบนโซเชียลมากขึ้น

สำหรับตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ ออนไลน์ทราเวล ออนไลน์มีเดีย และ Ride Hailing ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าภายในปี 2025 จะมีมูลค่าถึง 2.4 แสนล้านเหรียญ คิดเป็น 8% ของ GDP ขณะที่มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซรวมกับออนไลน์มีเดียมีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านเหรียญ และสำหรับสัดส่วนตลาดออนไลน์ของไทยคิดเป็น 8% ของการใช้จ่ายออฟไลน์ ขณะที่ประเทศจีนคิดเป็น 25% ดังนั้นยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และใน 8% นี้ ยอดขายผ่านโซเชียลมีเดียคิดเป็น 30-35% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด โดยประเทศไทยเป็นที่ 1 ในการใช้จ่ายผ่านโซเชียลมีเดียในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ย้อนไป 7-8 ปีที่แล้ว การทำอีคอมเมิร์ซในไทยคิดเพียงแค่ 3 สิ่งหลัก ๆ 1.ทำยังไงให้ของขึ้นหน้าเว็บ 2.ทำยังไงให้ของถึงลูกค้า 3.เก็บเงินลูกค้ายังไง แต่ตอนนี้ทั้งร้านค้าและผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก ดังนั้นอีคอมเมิร์ซก็ต้องเปลี่ยน เช่น มีแชท, ไลฟ์สตรีมมิ่งขายของ นอกจากนี้มีเทรนด์ใหม่ ๆ เช่น โซเชียลคอมเมิร์ซ ดังนั้นนี่เป็นหนึ่งโซลูชั่นที่เข้ามา”

บื้องต้น บริษัทจะเน้นที่อุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางเป็นหลัก เนื่องจากมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมความงามมีมูลค่าถึง 5.5 พันล้านเหรียญ มีการเติบโต 7-8% ต่อปี และสินค้ากลุ่มนี้ยังมียอดขายผ่านโซเชียลมากกว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และคนไทยใช้จ่ายกับสินค้าด้านความงามถึง 1.2% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด และสูงเป็น 2 เท่าของประเทศเกาหลี โดยบิซซิเนสโมเดลของบริษัทใช้รูปแบบเรเวอร์นิวแชร์ริ่ง โดยเก็บคอมมิชชั่นจากการเติบโตของแบรนด์ เพราะอยากให้ทุกแบรนด์เข้าหาได้ง่าย
สำหรับบริการมี 6 บริการ ได้แก่ 1.การสร้างแบรนด์ออนไลน์ 2.ให้ความรู้เชิงลึกและการทำงานในระบบต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ 3.โซเชียลคอมเมิร์ซ 4.แบรนด์ดิ้งครีเอทีฟ โดยการสร้างคอนเทนท์ที่น่าสนใจบนออนไลน์ 5.ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสถิติของทุกชาแนล แบรนด์ และคู่แข่ง เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ทำการตลาดออนไลน์ และ 6.คำนวณความคุ้มค่าเงินที่ใช้ในการตลาดแต่ละช่วงทางว่าควรได้ ROI เท่าไหร่

“สาเหตุที่ซื้อของออนไลน์ เพราะราคาถูก มีส่วนลด และสินค้าน่าสนใจ แต่ในมุมอื่น ๆ ที่เลือก เพราะมีความมั่นใจว่าเป็นของแท้ถ้าซื้อจากแบรนด์ ต่อมาคือ คอนเทนท์ ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ามีความเชื่อมต่อกับสินค้าและแบรนด์ ซึ่งส่วนนี้แบรนด์เข้าใจว่ายังมีช่องว่างอยู่ แม้จะเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่การจะทำให้เกิดขึ้นได้ยังไม่รู้จะทำยังไงเพราะเป็นสิ่งใหม่ ดังนั้นจึงทำเครียเพื่อเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค”

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ใช่มีเดียเอเจนซี่ โดยสิ่งที่แตกต่างคือ ไม่ได้แค่ซื้อมีเดีย แต่จะดูแบรนด์ในภาพรวมทั้งหมด ว่าแบรนด์จะโตในส่วนแพลตฟอร์มอย่างไร เจาะตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซได้อย่างไร เป็นเหมือนบริษัทที่ปรึกษามากกว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลออนไลน์มากกว่าที่อื่น รวมทั้งประสบการณ์ที่เหนือกว่า เพราะเป็นผู้บุกเบิกในอีคอมเมิร์ซ

ในส่วนของลูกค้า บริษัทสามารถเปิดเผยได้ว่ามีแบรนด์ไหนใช้บริการบ้าง รวมทั้งเงินลงทุนที่ได้รับก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่บริษัทได้รับเงินลงทุนจาก 4 อินเวสเตอร์จากอเมริกาและยุโรป เช่น Angel Capital Management, Picus Capital และ Founders Fund Pathfinder ทำให้เครียมีเน็ตเวิร์กการเข้าถึงแบรนด์ที่มีและยังไม่มีในไทยและเข้าถึงบุคคลากรที่มีคุณภาพ โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ลงที่เทคโนโลยีและคน ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 15 คน สำหรับเป้าหมายของบริษัท ต้องการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคภายใน 12-24 เดือนจากนี้

“เรามีประสบการณ์การทำอีคอมเมิร์ซมา 7 ปี เราเป็นผู้บุกเบิกตลาดในไทย ดังนั้นเราเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะคนมิลเลนเนียลและเจน Z ที่มีพฤติกรรมการใช้โซเชียลและการช้อปปิ้งออนไลน์ที่แตกต่างจากคนวัยอื่น ๆ ซึ่งแบรนด์ก็เห็น แต่ไม่รู้จะทำยังไง เราก็จะเข้ามาช่วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...