โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลย้ำสต็อกปุ๋ยเคมีเพียงพอ “ยูเรีย” ใช้ได้ถึง ส.ค. 69

The Better

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.13 น. • THE BETTER
รัฐบาลติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบการค้าโลก ยืนยันปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอ โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียมีใช้ถึงเดือนสิงหาคม 69 เตือนผู้ค้าห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกษตรกรมีความกังวลนั้น รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีและธุรกิจการเกษตรอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือนมกราคม 2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเดือนละ 0.8 ล้านตัน

สำหรับปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด ปัจจุบันมีปริมาณสต็อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือประมาณ 6.5 ล้านกระสอบ เพียงพอสำหรับการใช้งานมากกว่า 2 เดือน นอกจากนี้ ยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบียอีกประมาณ 100,000 ตัน หรือราว 2 ล้านกระสอบ ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีปุ๋ยยูเรียรวมประมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานได้ถึงเดือนสิงหาคม 2569

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีช่องทางนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ตามปกติ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อยู่ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสำคัญหลายชนิด เช่น ข้าวนาปรัง และผลไม้ ขณะที่ข้าวนาปียังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก

ส่วนสถานการณ์ราคาปุ๋ยในประเทศ โดยเฉพาะปุ๋ยสูตรที่มีส่วนผสมของยูเรีย ยังคงเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว จึงทำให้ราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อและส่งผลให้ต้นทุนปุ๋ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด และให้การปรับราคาสอดคล้องกับต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกรให้น้อยที่สุด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนก และไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก พร้อมย้ำเตือนร้านค้าปุ๋ย หากพบการจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร หรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...