โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อสังหาไทย ยังน่าลงทุนอยู่ไหม?

TERRABKK

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TERRABKK
อสังหาไทย ยังน่าลงทุนอยู่ไหม?

เป็นที่รู้กันว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2026 ผ่านพ้นช่วงหวือหวา และเข้าสู่โหมดการปรับฐาน (Market Correction) อย่างเต็มรูปแบบ ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มชะลอการตัดสินใจ

ทว่าในโลกแห่งการลงทุนอาชีพ วิกฤตการณ์ หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายถึงทางตัน แต่เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองการลงทุนตามธรรมชาติ

เพราะทุกๆ สภาวะตลาดที่ซบเซามักมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่เสมอ สำหรับนักลงทุนที่มีสายตาเฉียบคม มีสายป่านที่ยาวพอ และมีความเข้าใจในกลไกเชิงลึก ตลาดในปัจจุบันได้แปรสภาพกลายเป็นตลาดของผู้ซื้อ หรือ Buyer's Market อย่างสมบูรณ์แบบ

นี่คือช่วงเวลาที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงของดีในราคาที่สมเหตุสมผล หรือบางกรณีอาจเรียกว่าราคาถูกที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งโอกาสในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากตลาดอยู่ในภาวะเฟื่องฟูจนเกินมูลค่าที่แท้จริง

การประเมินความคุ้มค่าในยุคนี้ไม่อาจมองแค่ทำเล ความสวยงามของโครงการ หรือการคาดเดากำไรระยะสั้น หากต้องวิเคราะห์ ผ่าน 3 องค์ประกอบ คือ ผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) ส่วนต่างกำไร (Capital Gain) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) อย่างตรงไปตรงมา เพื่อพิสูจน์ว่าอสังหาฯ ไทยในปัจจุบันคือ “วิกฤต” หรือ “โอกาสทอง” ครั้งใหม่สำหรับผู้ที่มองเห็นภาพรวมก่อนคนอื่น

ความท้าทายบนพื้นฐานความเป็นจริง สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้

ปัจจัยท้าทายสำคัญ คือ ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ซื้อระดับล่างถึงกลาง (ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท) ทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อนโยบายป้องกันหนี้เสีย (NPL) ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) พุ่งสูงขึ้น

สอดคล้องกับรายงานของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ระบุว่า กำลังซื้อหลักของกลุ่มเรียลดีมานด์ในประเทศถดถอยลง ส่งผลให้ Supply ในกลุ่มนี้กระจุกตัวและใช้เวลานานขึ้นในการระบายสินค้า

นอกจากนี้ นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยมุ่งเน้นเสถียรภาพมากกว่าการกระตุ้นระยะสั้น ประกอบกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปสู่การเช่าเพื่ออยู่อาศัย (Generation Rent) ทำให้การลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นในคอนโดมิเนียมทั่วไปไม่สามารถสร้าง Yield และ Capital Gain ได้ตามเป้าหมายเดิม การลงทุนแบบขาดการวิเคราะห์เชิงลึกจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเงินจม

เหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่อสังหาฯ ไทยยังคงน่าสนใจ

ท่ามกลางความท้าทาย ตลาดอสังหาฯ ไทยสำหรับนักธุรกิจในประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านสู่กลุ่ม Wellness & Silver Economy (ที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพสำหรับวัยเกษียณระดับบน) โครงการประเภทนี้ผสานนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ระดับสากล เพื่อรองรับกลุ่มประชากรที่มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals) ทั้งในไทยและภูมิภาคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้สินทรัพย์เซกเมนต์นี้สร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคงเหนือกว่าโครงการทั่วไป

ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ (Infrastructure Drive) ทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ได้สร้างทำเลทองแห่งใหม่ (New CBD) ที่เชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมและการอยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เป็นโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าจับจองที่ดินเพื่อสร้าง Capital Gain ในอนาคต

นอกจากนี้ สภาวะตลาดชะลอตัวยังส่งผลให้เกิดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของธนาคารในราคาต่ำกว่าตลาด นักลงทุนสามารถช้อนซื้อเพื่อนำมาปรับปรุงและรีโนเวท (Renovation) เกิดเป็นตลาดอสังหามือสองที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สร้างกระแสเงินสดได้อย่างรวดเร็วจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการพัฒนาโครงการใหม่

ปัจจัยดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

เมื่อหันมามองในมุมนักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งความเป็นศูนย์กลางและจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหลากหลายปัจจัยหลัก อาทิ

  • ในฐานะ Safe Haven & Lifestyle Destination ด้วยค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล ระบบสาธารณสุขที่มีมาตรฐานระดับสากล และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ปัจจัยเหล่านี้ดึงดูดกลุ่มผู้เกษียณอายุและกลุ่ม Digital Nomads ชาวต่างชาติให้เข้ามาพำนักระยะยาว ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดระดับบนมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
  • ข้อได้เปรียบด้านความคุ้มค่าเงิน (Value for Money)เมื่อเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตรของคอนโดมิเนียมระดับหรูใจกลางกรุงเทพฯ หรือพูลวิลล่าตากอากาศ กับเมืองศูนย์กลางทางการเงินอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ หรือเซี่ยงไฮ้ อสังหาฯ ไทยมีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าในมาตรฐานการก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทัดเทียมกัน รวมถึงมีค่าครองชีพที่ชาวต่างชาติเข้าถึงได้
  • ด้านผลตอบแทนการเช่าระยะยาว (Long-term Yield)สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน (CBD) และหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา ไทยยังคงสร้างรายได้มั่นคงจากดีมานด์ชาวต่างชาติ สอดคล้องกับที่ซีบีอาร์อี ประเทศไทยระบุว่า อสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะเจาะจง ยังคงได้รับความสนใจจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพูลวิลล่าระดับหรูในภูเก็ตที่เติบโตอย่างร้อนแรงและสร้าง Gross Rental Yield ในระดับสูง

หมดยุคเก็งระยะสั้น สู่ Selective Investment

ดังนั้นอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงน่าลงทุน แต่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Selective Investment (การเลือกสรรอย่างชาญฉลาด) หมดยุคการเก็งกำไรระยะสั้น ตลาดปัจจุบันจะมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ที่ตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงสถิติและเลือกสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างประชากรยุคใหม่เท่านั้น

ความเสี่ยงในยุคนี้ไม่ได้เกิดจากสภาวะตลาด แต่เกิดจากการขาดความเข้าใจในกลไก Supply และ Demand ที่เปลี่ยนไป สภาวะตลาดชะลอตัวคือโอกาสดีที่สุดในการเข้าครอบครองสินทรัพย์ศักยภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อรับผลตอบแทนทั้ง Yield และ Capital Gain เมื่อวัฏจักรเศรษฐกิจหมุนกลับเป็นขาขึ้น การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและเลือกโครงการจากผู้พัฒนาที่มีความน่าเชื่อถือ และฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง จึงเป็นปราการสำคัญในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิงต้นทาง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...