โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ร้องมิจฉาชีพสวมรอยออกซิมใหม่ แอบรูดบัตรสูญ 7 หมื่น

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 18 ม.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18 ม.ค. 68) ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายกิตติณัฐ อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทสำรวจน้ำมันแห่งหนึ่งนำหลักฐานเอกสารต่างๆเข้าร้องเรียนกับนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ , ว่าที่ร้อยตรีรภัทรสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ , นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิ หลังถูกมิจฉาชีพใช้รูปบัตรประชาชนปลอม นำไปแจ้งศูนย์โทรศัพท์ชื่อดังเพื่อขอเปลี่ยนซิมใหม่แต่ใช้เบอร์เดิมของตน ก่อนนำรหัสบัตรเครดิตของธนาคารที่ส่งทางมือถือไปรูดเงินสูญเกือบ 70,000 บาท จึงเดินทางมาร้องมูลนิธิให้ช่วยเหลือ

นายกิตติณัฐ อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทสำรวจน้ำมันแห่งหนึ่ง กล่าวว่าเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 68เวลาประมาณ 19:30 น. ที่ผ่านมา โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของตนได้ถูกตัดสัญญาณ ใช้งานไม่ได้ ตอนนั้นคิดเพียงว่าเสาสัญญาณอาจมีปัญหาจึงไม่ได้คิดอะไร จึงได้ใช้โทรศัพท์เชื่อมต่อกับ wifi ที่บ้าน หลังจากผ่านไป 3 นาที ก็มีข้อความส่งเข้ามาแจ้งว่ามีการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านออนไลน์ 3 ครั้ง มูลค่าเกือบ 70,000 บาท ครั้งแรกในเวลา 19:33 น. จำนวน 46,964 บาท ครั้งที่ 2 และ 3 เวลา 19:41 น. และ 19:42 น. ครั้งละ 10,000 บาท

ตนจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าของเครือข่ายสัญญาณสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้รับคำตอบว่า ก่อนหน้านี้มีลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ศูนย์บริการ จ.กระบี่ แล้วทำเรื่องขอออกซิมใหม่เบอร์เดิม ตนจึงขอให้ทางเจ้าของเครือข่ายสัญญาณเก็บข้อมูลหลักฐาน และขอให้ระงับเครือข่ายไว้ก่อน ในเวลา 21:00 น. ของคืนวันนั้น จนวางใจและคิดว่าตอนเช้าวันรุ่งขึ้นจะไปเดินเรื่องให้แล้วเสร็จ

แต่ต่อมาเวลา 04:00 ในคืนเดียวกัน มีการใช้งานซิมนั้นอีกครั้ง โดยมีข้อความเตือนมาว่า สามารถเข้าระบบบัตรเครดิตอีกใบสำเร็จ ตนจึงโทรสอบถามไปยังเจ้าของเครือข่าย ได้รับคำตอบว่า มีคนมาขอให้เปิดใช้สัญญาณซิม และเจ้าหน้าที่ก็อนุญาต ตนจึงรู้สึกโมโห และโวยวายไป เพราะเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ใช้ซิมทั้งที่ยังอยู่ในขั้นตอนการร้องเรียน ตนจึงขอให้ทางเจ้าของสัญญาณระงับสัญญาณอีกครั้ง

และตอนเช้าของวันที่ 13 ม.ค. ก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางเขน และไปร้องเรียนศูนย์เครือข่ายใกล้บ้าน และขอออกซิมใหม่ให้ดึงสัญญาณกลับมาที่มือถือตน ส่วนความเสียหายที่มิจฉาชีพเอาเงินไปได้เกือบ 70,000 บาท ยังโชคดีที่วงเงินในบัตรตนเต็ม แต่ถ้ามีเยอะกว่านี้ ก็คงจะเสียมากกว่านี้

หลังจากนั้นตนได้โทรไปขอหลักฐานจากทางเจ้าของเครือข่ายจนได้หลักฐานมาว่า มีชายหญิงคู่หนึ่ง เดินทางไปยังสาขาที่ จ.กระบี่จริงโดยได้ยื่นบัตร ปชช.ให้เจ้าหน้าที่ โดยข้อมูลในบัตรเป็นข้อมูลของตนทั้งหมด ยกเว้นรูปบัตรที่เป็นรูปคนร้าย แต่พอมาจับสังเกต ชื่อที่สะกดภาษาอังกฤษ วันออกบัตร ผู้ออกบัตร ข้อมูลไม่ตรงกัน คาดว่ามิจฉาชีพปลอมบัตรประชาชน เพื่อไปขอออกซิมการ์ดใหม่

นายกิตติณัฐ กล่าวอีกว่าจากการพูดคุยกับผู้จัดการสาขากระบี่ แจ้งว่า พนักงานไม่ได้ดูบัตรตัวจริง เป็นแค่การดูภาพจากโทรศัพท์มือถือ พอเห็นว่ารูปบัตรกับคนที่มายื่นตรงกัน จึงอนุญาตเปิดซิมใหม่ให้ไป แต่ตนไม่เข้าใจว่า ซิมการ์ดมีการเปิดใช้งานล่าสุดที่เขตหลักสี่ กทม. แต่มิจฉาชีพไปขอเปิดซิมใหม่ที่ จ.กระบี่ ทำไมพนักงานถึงไม่เอะใจและสาเหตุที่ออกซิมการ์ดใหม่คือ "ซิมการ์ดสูญหาย" แต่ในความจริงซิมการ์ดไม่ได้หาย แต่ทางเครือข่ายฯมาตัดสัญญาณในโทรศัพท์ตน และออกซิมใหม่ให้ใครไม่รู้

จึงอยากฝากไปถึงเครือข่ายสัญญาณว่า อยากให้ตรวจสอบเอกสารตัวจริง และการใช้ซิมล่าสุดว่าสอดคล้องกับการขอออกซิมใหม่หรือไม่ และอยากให้ทางเครือข่ายรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ที่ฉ้อโกง ที่ทำให้ลูกค้าเสียเวลา และเสียชื่อเสียง พร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับตนที่เป็นผู้เสียหาย และอยากให้พิจารณาบทลงโทษพนักงานที่อนุญาตให้เปิดซิมใหม่ และพนักงานที่เปิดใช้งานสัญญาณในขณะที่มีการร้องเรียน เพราะอาจจะไม่ได้ทำตามระเบียบของบริษัท หรืออาจจะที่บกพร่องต่อหน้าที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...