โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์ชาติสิงคโปร์คุมเข้มนโยบายการเงิน รับแรงกดดันสงครามอิหร่าน ดันเงินเฟ้อสิงคโปร์เสี่ยงพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 06.23 น.

ธนาคารกลางสิงคโปร์ ปรับขึ้นความชันกรอบค่าเงิน S$NEER ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย หวังสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 สะท้อนความเสี่ยงยังไม่คลี่คลาย

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ประกาศใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินในการประชุมวันนี้ (14 เม.ย.) เนื่องจากกังวลว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

MAS ซึ่งใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือนโยบายหลักแทนอัตราดอกเบี้ย เปิดเผยว่า คณะกรรมการ MAS ได้ปรับเพิ่มความชัน (slope) ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด (Policy Band) หรือที่เรียกว่า Nominal Effective Exchange Rate (NEER) ขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงความกว้าง (width) และระดับกึ่งกลาง (mid-point)ของกรอบนโยบายการเงินไว้ที่ระดับเดิม

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินแตกต่างจากหลายประเทศ โดยไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือหลัก แต่เลือกควบคุมค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ให้เคลื่อนไหวภายในกรอบที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับตะกร้าสกุลเงินของประเทศคู่ค้า ซึ่งเรียกว่าดัชนีอัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ S$NEER โดยคณะกรรมการ MAS ใช้ 3 กลไกในการปรับนโยบาย ได้แก่ ความชัน ระดับกึ่งกลาง และความกว้างของกรอบดังกล่าว

นอกจากนี้ MAS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อทั่วไปสำหรับปี 2569 เป็น 1.5% - 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.0% - 2.0%

ส่วนในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสิงคโปร์อยู่ที่ระดับ 1.4% สำหรับตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนมี.ค.นั้น มีกำหนดจะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...