โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูเยี่ยมบ้านเด็ก ป.1 เผยเคยใส่ชุดอนุบาลมาเรียน ก่อนรู้ความจริงถึงกับสะเทือนใจ

มุมข่าว

เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 04.27 น. • neen
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ครูโรงเรียนบ้านรางม่วง หมู่ 8 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เปิดเผยหลังลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รายหนึ่ง และพบว่าครอบครัวมีฐานะยากจนอย่างมาก หลังบิดาเพิ่งเสียชีวิต เด็กชายต้องอาศัยอยู่กับมารดาเพียงสองคน โดยมารดามีความบกพร่องทางการได้ยินและรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ขณะที่เบี้ยผู้พิการที่ได้รับก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้เพียงเล็กน้อย

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ครูโรงเรียนบ้านรางม่วง หมู่ 8 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เปิดเผยหลังลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รายหนึ่ง และพบว่าครอบครัวมีฐานะยากจนอย่างมาก หลังบิดาเพิ่งเสียชีวิต เด็กชายต้องอาศัยอยู่กับมารดาเพียงสองคน โดยมารดามีความบกพร่องทางการได้ยินและรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ขณะที่เบี้ยผู้พิการที่ได้รับก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้เพียงเล็กน้อย

นายศราวุธ ด้วงทวี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านรางม่วง พร้อมด้วยครูรุจิสา น้อยสนธิ ได้ไปยังบ้านพักของ น.ส.เรณู อายุ 46 ปี ในหมู่ 8 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกชาย ด.ช.พันแสง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

สภาพบ้านเป็นบ้านชั้นเดียว ประตูทำจากไม้เก่าและแผ่นสังกะสีที่ผุเป็นรู เมื่อฝนตกน้ำจะสาดเข้ามาภายในบ้าน รอบตัวบ้านไม่มีหน้าต่าง ใช้เพียงแผ่นสังกะสีเก่าตีปิดไว้ ส่วนห้องน้ำและห้องสุขาอยู่ด้านหลังบ้านโดยไม่มีหลังคาคลุม

ครูรุจิสา เล่าว่า ในวันเปิดภาคเรียนวันแรก น้องได้ขึ้นชั้น ป.1 แล้ว แต่คุณแม่ยังพาลูกมาส่งด้วยชุดนักเรียนอนุบาล เพราะไม่ทราบว่าลูกเลื่อนชั้นแล้ว เนื่องจากไม่รู้หนังสือ เมื่อครูสอบถามว่าทราบหรือไม่ว่าลูกขึ้น ป.1 แล้ว คุณแม่ตอบว่าไม่รู้ และเมื่อถามว่าได้ซื้อชุดนักเรียนใหม่หรือยัง คุณแม่บอกว่ายังไม่มีเงินซื้อ ก่อนจะร้องไห้และขอให้ครูช่วยเหลือ

เบื้องต้น ครูได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อชุดนักเรียนให้น้อง เพื่อให้มีชุดใส่มาเรียนเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ พร้อมบอกกับแม่ว่าจะพยายามหาทางช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์การเรียนให้มากที่สุด โดยเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งมาจากน้องชายของครู รวมถึงเพื่อน ๆ ที่ร่วมกันบริจาค แม้จะยังไม่มากนัก แต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้ในระดับหนึ่ง

ครูรุจิสา ระบุว่า หลังจากสามีเสียชีวิต มารดาต้องรับภาระเพียงลำพัง แต่ด้วยความพิการทางการได้ยินทำให้หางานทำได้ยาก อีกทั้งยังมีภาระหนี้สินจากการนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในช่วงที่สามีป่วย และยังต้องผ่อนชำระค่างวดเดือนละ 510 บาท

ในส่วนของการช่วยเหลือ ครูได้หารือกับเพื่อนครูเพื่อเปิดรับบริจาคชุดนักเรียน รองเท้า และกระเป๋า รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาบางส่วน นอกจากนี้กลุ่มครูยังร่วมกันจัดซื้อข้าวสาร พร้อมมอบเงินสดจำนวน 800 บาทให้ครอบครัวใช้จ่ายในเบื้องต้น ขณะที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ก็ให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ครูรุจิสา กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้านการเรียนของน้องไม่มีปัญหา เป็นเด็กที่มีความตั้งใจและพยายามเรียนรู้เป็นอย่างดี แต่เป็นเด็กที่ขาดโอกาส และครอบครัวกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...