หมอม็อดแนะพ่อแม่เข้าใจ “พื้นอารมณ์เด็ก” หยุดเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่น
นายแพทย์ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊กหมอม็อด หมอเด็กขอเล่า เผยเหตุผล ทำไมคำแนะนำเลี้ยงลูกที่ได้ผลกับบ้านอื่น อาจไม่ได้ผลกับลูกของเรา? เข้าใจ "พื้นอารมณ์เด็ก"
- ลูกฉันนอนยาวตั้งแต่ 3 เดือน
- ลูกฉันกินง่าย เพราะฝึกด้วยวิธีนี้
- ลูกฉันนิสัยดีขึ้น เพราะใช้ Time Out หรือ Time In
เมื่อได้ฟังคำแนะนำจากคนรอบตัว หรือเห็นประสบการณ์ของพ่อแม่คนอื่นในโลกออนไลน์ หลายคนอาจอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า"แล้วทำไมลูกของเราทำไม่ได้สักที?" ความจริงแล้ว คำแนะนำเหล่านั้นอาจไม่ได้ผิด เพราะอาจได้ผลกับลูกของผู้พูดจริง ๆ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันตั้งแต่กำเนิด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วิธีการเดียวกันจะให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันในเด็กแต่ละคน
รู้จัก "พื้นอารมณ์" (Temperament) ธรรมชาติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
หมอม็อด อธิบายว่า ในทางจิตวิทยาพัฒนาการ มีแนวคิดเรื่อง "พื้นอารมณ์" หรือ Temperament ซึ่งหมายถึงรูปแบบการตอบสนองทางอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของเด็กแต่ละคน พื้นอารมณ์ไม่ใช่นิสัยเสีย ไม่ใช่ผลจากการเลี้ยงดู และไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ แต่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่เด็กติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทำให้เด็กแต่ละคนตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน
เด็กแต่ละคนมีพื้นอารมณ์แตกต่างกัน
- เด็กเลี้ยงง่าย (Easy Child) เด็กกลุ่มนี้มักมีรูปแบบการกินและการนอนค่อนข้างเป็นเวลา ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้ดี เข้ากับคนง่าย และมักมีอารมณ์ค่อนข้างคงที่ พบได้ประมาณ 40% ของเด็กทั้งหมด
- เด็กเลี้ยงยาก (Difficult Child) เด็กกลุ่มนี้มักมีอารมณ์เข้มข้นกว่าเด็กทั่วไป ไวต่อการเปลี่ยนแปลง กินนอนไม่ค่อยเป็นเวลา และอาจต้องใช้เวลามากกว่าในการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ พบได้ประมาณ 10%
- เด็กค่อยเป็นค่อยไป (Slow-to-Warm-Up Child) เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้เลี้ยงยาก แต่ต้องการเวลาในการปรับตัว มักไม่ค่อยกล้าเมื่อเจอคนหรือสถานที่ใหม่ ชอบสังเกตการณ์ก่อน และไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน พบได้ประมาณ 15%
นอกจากนี้ เด็กอีกประมาณ 35% มักมีลักษณะผสมผสาน ไม่ได้เข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน บางเรื่องปรับตัวง่าย บางเรื่องต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในเด็กส่วนใหญ่
ทำไมวิธีเดียวกันจึงไม่ได้ผลกับเด็กทุกคน?
ลองนึกภาพว่าเด็กคนหนึ่งมีพื้นอารมณ์แบบ Easy Child อยู่แล้ว เขาอาจนอนง่าย กินง่าย และปรับตัวเก่งตามธรรมชาติ เมื่อพ่อแม่ใช้เทคนิคฝึกลูกนอนหรือวิธีการเลี้ยงดูบางอย่าง จึงอาจรู้สึกว่าวิธีนั้นได้ผลอย่างยอดเยี่ยม แต่หากนำวิธีเดียวกันไปใช้กับเด็กอีกคนที่มีพื้นอารมณ์ต่างออกไป ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนกันเลย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงลูกจำนวนมาก แม้จะไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน แม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน เด็กฝาแฝดที่เติบโตในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ยังอาจมีบุคลิกและพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะพื้นอารมณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
อย่ารีบด่วนสรุปว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ไม่เก่ง
เมื่อมีใครบอกว่า "ลูกต้องทำแบบนี้" "บ้านฉันทำแบบนี้แล้วได้ผล" พ่อแม่สามารถรับฟังไว้เป็นข้อมูลได้ แต่ไม่จำเป็นต้องนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองจนเกิดความกดดัน หากลูกของเราไม่ตอบสนองเหมือนลูกคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราเลี้ยงลูกผิดพลาดเสมอไป หลายครั้งความแตกต่างไม่ได้เกิดจากฝีมือของพ่อแม่ แต่อาจเกิดจากธรรมชาติและพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน
หมอม็อด ระบุต่อว่า การเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แม้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หนังสือ หรือประสบการณ์จากพ่อแม่คนอื่นจะมีประโยชน์ แต่คนที่รู้จักลูกดีที่สุดคือพ่อแม่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับลูกทุกวัน ไม่มีพื้นอารมณ์แบบใดดีกว่ากัน เด็กเลี้ยงง่ายไม่ได้ดีกว่าเด็กเลี้ยงยาก เด็กกล้าแสดงออกไม่ได้ดีกว่าเด็กขี้อาย และเด็กที่ปรับตัวเร็วก็ไม่ได้เหนือกว่าเด็กที่ต้องใช้เวลา
สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามเปลี่ยนลูกให้เป็นแบบที่เราต้องการ แต่คือการทำความเข้าใจธรรมชาติของลูก และปรับวิธีการเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับตัวตนของเขาเมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสมกับพื้นอารมณ์ของเด็ก เด็กก็จะเติบโตอย่างมีความสุข มีความมั่นใจในตัวเอง และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมอม็อดเผยเคสช็อก! แม่ฉีดอินซูลินลูกวัยทารก จนชักเข้า ICU ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หมอเด็กย้ำ “นมแม่ดีที่สุด” แต่หากต้องเสริมนมผง ก็ไม่ใช่ความผิดของแม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอม็อดแนะพ่อแม่เข้าใจ “พื้นอารมณ์เด็ก” หยุดเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com