โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก 5 ศิลปิน AI ผู้ใช้ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ สำรวจความเป็น ‘มนุษย์’ ผ่านงานศิลปะ

GroundControl

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2566 เวลา 04.30 น. • กฤษฏิญา ไชยศรี

ย้อนกลับไปในปี 2018 เมื่อออคชั่นเฮ้าส์ระดับโลกอย่าง Chrisite ประกาศขายงานศิลปะที่สร้างมาจาก AI (Artificial Intelligence) หรือ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ เป็นครั้งแรก มันก็สร้างความตกตะลึงและข้อถกเถียงในแวดวงศิลปะอย่างหนัก โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่า ผลงานที่เกิดจากการใช้เครื่องมืออย่างโค้ดและอัลกอริทึมนั้นสามารถเรียกว่า ‘ศิลปะ’ ได้เต็มปาก หรือมีคุณค่าเท่ากับงานศิลปะจากสองมือและหนึ่งสมองของศิลปินหรือไม่?

เวลาผ่านไปแค่ 5 ปี ที่ทางของปัญญาประดิษฐ์ในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นใหม่ก็ดูมีที่หยัดยืนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่โลกศิลปะได้ต้อนรับการมาถึงของ DALL•E เครื่องมือเจเนอเรตภาพสุดล้ำที่กำลังกลายเป็นที่พูดถึงในแง่ของความฉลาด เพียงแค่ป้อนประโยคหรือคำลงไป เจ้าปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้ก็จะสร้างภาพหรือผลงานศิลปะชิ้นใหม่ที่ไม่เคยมีบนโลกขึ้นมา!

นอกจากเครื่องมือล้ำ ๆ แล้ว ในปัจจุบันยังมีศิลปินอีกมากมายที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทดลองและสำรวจความเป็นไปได้ทางศิลปะใหม่ ๆ ซึ่งแม้ว่าการนำเทคโนโลยีก้าวหน้ามาใช้ในงานศิลปะจะทำให้ดูเหมือนว่าเรากำลังตีตัวออกห่างจากจินตนาการและความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในความจริงแล้ว การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้กลับเป็นอีกหนึ่งหนทางในการสำรวจความเป็นตัวเราในแง่มุมใหม่ ๆ ดังที่ แอนนา ริดเลอร์ ศิลปินชาวอังกฤษผู้ทำงานกับ AI ได้เคยอธิบายไว้ว่า “การมองเข้าไปในงานที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วย AI ให้ความรู้สึกเหมือนกับการมองเงาของตัวเองในกระจก คุณรู้ว่าเงานั้นคือตัวคุณ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่ตัวตนของคุณ”

เพื่อให้ทันเทรนด์ศิลปะที่กำลังมาแรงอยู่ ณ ตอนนี้ GroundControl จึงขอชวนทุกคนไปสำรวจศิลปะแห่งปัญญาประดิษฐ์ผ่าน 5 ศิลปินผู้ใช้ AI ในการสร้างผลงานศิลปะ

Mario Klingemann

มาริโอ คลินเจอมัน คือศิลปินชาวเยอรมันที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้วางรากฐานของงานศิลปะ AI โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมด้วยตัวเองในยุค 80s และปัจจุบันเขายังเป็นศิลปินในพำนักของ Google Arts and Culture โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังฟีเจอร์สุดไวรัลของ Google Arts and Culture ที่แมตช์ใบหน้าของผู้ใช้กับใบหน้าที่ดูเหมือนกันในงานศิลปะนั่นเอง

จุดมุ่งหมายของคลินเจอมันในการใช้ AI ทำงานศิลปะก็คือการสำรวจความหมายเรื่องสุนทรียะความงดงามตั้งแต่ช่วงเวลาในอดีต และคาดคะเนถึงอนาคต หนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญของเขาก็คือ Memories of Passersby I ที่เขาเขียนโปรแกรมให้สร้างภาพพอร์เทรตของทั้งชายและหญิงขึ้นมาแบบไม่รู้จบ โดยที่มันไม่ได้ใช้ฐานข้อมูลหรือรูปภาพที่เคยมีอยู่แต่อย่างใด แต่คลินเจอมันเขียนโปรแกรมให้ AI ของเขาเรียนรู้ศิลปะการวาดภาพบุคคลในยุคศตวรรษที่ 17-19 ด้วยตัวเอง จนสุดท้ายแล้ว การเรียนรู้สุนทรียะภาพวาดบุคคลและการจดจำใบหน้าของผู้คน ก็ทำให้ AI ของคลินเจอมันสร้างภาพบุคคลขึ้นมาได้เอง ราวกับว่ามันมีสมองและกระบวนการทำงานเหมือนคนคนหนึ่ง

และเมื่อผู้ชมมองภาพใบหน้าของคนที่กำลังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนกับว่าพวกเขากำลังจ้องมองเข้าไปในความทรงจำหรือห้วงความคิดของศิลปิน

Refik Anadol

เรฟิก อานาดอล เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินที่ใช้เวทมนตร์แห่ง AI ในการเปลี่ยนพื้นที่ของสถาปัตยกรรมหรือฟาซาดให้กลายเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ โดยที่ผลงานที่ถูกระบายลงบนผ้าใบนั้นก็คือการเต้นรำของแสง สี และวิชวลภาพเคลื่อนไหวอันงดงามตระการตา

นอกจากการสร้างความตื่นตะลึงทางสายตาให้กับผู้ชม ผลงานของอานาดอลยังเปรียบเสมือนงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ที่เชิญชวนผู้ชมให้ก้าวเข้ามาซึมซับและรับประสบการณ์ต่อพื้นที่และเวลาที่ต่างไปจากความเคยคุ้น และเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมได้จินตนาการถึงชีวิตในอนาคตที่มนุษย์กับเทคโนโลยีต้องดำรงอยู่ร่วมกันแบบแทบแยกกันไม่ออก

หนึ่งในผลงานของอานาดอลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Quantum Memories ที่เจ้าตัวเรียกว่า ‘Data Sculpture’ หรือประติมากรรมแห่งข้อมูล ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นจากการที่อานาดอลไปรวบรวมภาพถ่ายธรรมชาติทั้งสายน้ำ ภูเขา และก้อนเมฆ มาจากอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงภาพถ่ายโลกจากอวกาศ จากนั้นเขาจึงใช้อัลกอริทึมของ AI และควันตัมคอมพิวเตอร์ในการนำภาพเหล่านั้นมาประมวลผล จนเกิดเป็นวิชวลใหม่ทั้งสี เท็กซ์เจอร์ การเคลื่อนไหว ที่เป็นลูกผสมระหว่างเทคโนโลยีกับธรรมชาติ

Sougwen Chung

ซุกเหวิงชุงเป็นศิลปินที่มีกระบวนการในการทำงานอยู่ระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็เป็นความตั้งในของเธอที่จะหาหนทางในการสร้างสุนทรียะและความงดงามขึ้นมาจากสองสิ่งที่ดูเหมือนเป็นขั้วตรงข้ามกัน โดยหวังว่าจะพบคำตอบเรื่องเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับจักรกล

ในขณะที่คนทั่วไปมองว่าเทคโนโลยีเป็น ‘เครื่องมือ’ อย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่ชุงกลับมองมันเป็น ‘ผู้ร่วมสร้าง’ (Collaborator) ด้วยเหตุนี้ ผลงานที่สำคัญของชุงจึงเป็นผลงานที่เกิดจากการที่เธอและ ‘โรบ็อต’ ร่วมกันสร้างขึ้นมา ซึ่งเธอก็นำเสนอกระบวนการสร้างในฐานะส่วนหนึ่งของงานด้วย งานของเธอจึงมีผลลัพธ์ออกมาเป็นสองส่วน คือ ชิ้นงาน และการแสดงสด (Performance Art)

ในปี 2015 ระหว่างที่เธอกำลังทำวิจัยอยู่ที่ MIT Media Lab ที่สหรัฐอเมริกา เธอก็ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า ‘Drawing Operations Unit: Generation 1’ ขึ้นมา โดยเรียกสั้น ๆ ว่า D.O.U.G. ซึ่งความพิเศษของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือการที่มันถูกโปรแกรมมาให้เลียนแบบลายเส้นและลวดลายต่าง ๆ ตามที่เธอกำลังวาด

การวาดรูประหว่างชุงและ D.O.U.G ได้พัฒนากลายมาเป็น Drawing Operations การแสดงสดที่ชุงชักชวนให้ผู้ชมเข้ามาชมกระบวรการสร้างงานศิลปะร่วมกันระหว่างตัวเธอกับหุ่นยนต์ โดยความน่าสนใจในผลงานของชุงชิ้นนี้ก็คือ ในขณะที่ศิลปิน AI คนอื่น ๆ สนใจผลลัพธ์ที่เกิดจากการทำงานกับเทคโนโลยี แต่ชุงถอยกลับมาให้ความสนใจปฏิกิริยาการตอบโต้กันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี

KATSU

ศิลปินชาวญี่ปุ่น-อเมริกันผู้นี้เป็นทั้งศิลปินกราฟิตี้ นิวมีเดีย แฮกเกอร์ ไปจนถึงนักเขียน แม้จะเริ่มสร้างชื่อเสียงในวงการศิลปะจากผลงานกราฟิตี้สถดบ้าคลั่งและการบอมบ์งานสุดแสบสันไปทั่วอเมริกา แต่ในเวลาต่อมา ชื่อของคัตซึก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินบ้าพลังสุดครีเอทิฟที่ไม่เคยหยุดทดลองทำอะไรใหม่ ๆ และอาวุธในการทำงานศิลปะล่าสุดของเขาก็คือเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง AI นั่นเอง

หนึ่งในผลงานของคัตสึที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดก็คือผลงานกราฟิตี้ที่เขาใช้ ‘โดรน’ เป็นเครื่องมือในการพ่นสีสเปรย์ โดยเจ้าตัวเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Autonomous Art’ หรือศิลปะที่ทำงานอย่างอิสระ ซึ่งอิสระในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการที่โดรนถูกโปรแกรมให้ทำงานด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีความหมายถึงอิสระจากกฎเกณฑ์ไปจนถึงข้อกฎหมาย เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าการทำงานกราฟิตี้เป็นงานที่หมิ่นเหม่ข้อกฎหมายเกี่ยยวกับการบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน ผลงานกราฟิตี้ที่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นผลงานคนทำกับโดรนทำ จึงเป็นการชักชวนให้ผู้คนกลับมาตั้งคำถามต่อกฏหมายที่ปิดกั้นอิสระทางความสร้างสรรค์ พร้อมกับสำรวจความหมายที่อยู่ระหว่างเส้นแบ่งของคนกับเครื่องจักรไปพร้อ ๆ กัน

Anna Ridler

แม้จะสำเร็จการศึกษาจากสถาบันศิลปะตามขนบ แต่ในปัจจุบัน แอนนา ริดเลอร์ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศิลปิน AI ที่ใช้โปรแกรมและอัลกอริทึมในการสร้างงานศิลปะที่ทั้งล้ำยุคและสำรวจพรมแดนที่อยู่ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีได้อย่างลึกซึ้ง

ในการทำงานแต่ละครั้ง ริดเลอร์ใช้เวลาไปกับการพัฒนาโค้ดและอัลกอริทึมมากถึง 60-70 เปอร์เซนต์ของเวลาการทำงานทั้งหมด โปรเจกต์ที่สร้างชื่อเสียงให้เธอมากที่สุดก็คือ Mosiac Virus ที่เธอใช้อัลกอริทึมทำงานกับภาพดอกทิวลิป 10,000 ภาพที่เธอเก็บบันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงที่มันเพิ่งแตกหน่อจนถึงช่วงเบ่งบานเต็มที่ เพื่อสร้างคลิปวิดีโอที่แสดงการเติบโตของดอกทิวลิป

ฟังดูแล้วก็เหมือนไม่ได้เป็นงานที่ใหม่เท่าไหร่นัก แต่ที่จริงแล้ว ความพิเศษของดอกทิวทิปของริดเลอร์ก็คือ การที่ความเจริญงอกงามของมันกลับผันแปรไปตามค่าเงินคริปโตในตลาดคริปโตโลก! โดยริดเลอร์ได้ไอเดียในการสร้างงานชิ้นนี้มาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่า ‘Tulip Mania’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16 ที่อยู่ ๆ เหล่าผู้ดีทั่วยุโรปก็เกิดแตกตื่นไปกับความงามของดอกทิวลิป ซึ่งในเวลานั้นยังต้องนำเข้าจากประเทศตุรกีเท่านั้น ความคลั่งดอกทิวลิปที่แพร่สะพัดไปทั่วยุโรปทำให้ดอกทิวลิปกลายเป็นสินค้าหายาก จนทำให้ราคาของมันพุ่งทะลุเพดาน ถึงขนาดที่ว่าดอกทิวลิปที่มีสีสันหรือลวดลายที่หาได้ยาก จะมีมูลค่าเทียบเท่าบ้าน 1 หลังเลยทีเดียว!

ด้วยเหตุนี้ ริดเลอร์จึงหยิบเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเทียบเคียงกับสถานการณ์ตื่นเหรียญคริปโตที่กำลังเกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ยิ่งค่าเงินคริปโตพุ่งสูง ดอกทิวลิปของริดเลอร์ก็จะยิ่งเบ่งบานงดงามและดูแพงขึ้น จนถึงขั้นเกิดลายบนกลีบที่เป็นลายหายาก ด้วยเหตุนี้เอง ผลงาน Virus Mosaic ของริกเลอร์จึงได้รับการยกย่องในแง่ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างมีมิติ

อ้างอิง:

  • Sotheby's. Artificial Intelligence and the Art of Mario Klingemann. Sothebys.com. Published February 8, 2019. Accessed June 23, 2022.
  • world S. Refik Anadol tests new possibilities for experiencing digital space. Stirworld.com. Published 2022. Accessed June 23, 2022.
  • WePresent | Refik Anadol shows life through the eyes of a machine. Wetransfer.com. Published September 28, 2021. Accessed June 23, 2022.
  • Verisart. Sougwen Chung Archives - SuperRare Magazine. SuperRare Magazine. Published 2022. Accessed June 23, 2022.
  • KATSU turns drone graffiti and machine learning paintings into works of crypto art | Somewhere - Documenting Culture. Somewhere-magazine.com. Published March 10, 2021. Accessed June 23, 2022.
  • Rea N. Has Artificial Intelligence Brought Us the Next Great Art Movement? Here Are 9 Pioneering Artists Who Are Exploring AI’s Creative Potential. Artnet News. Published November 6, 2018. Accessed June 23, 2022.
  • world S. Anna Ridler talks about blind spots in information and her data driven projects. Stirworld.com. Published 2020. Accessed June 23, 2022.
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...