โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9ปท.ทั่วโลกลุยเพิ่มงบคลังแสงนิวเคลียร์ นักวิจัยหวั่นAIทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะมีการใช้‘นุก’

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ทั่วโลกทุ่มงบประมาณใช้จ่ายด้านอาวุธนิวเคลียร์พุ่งสูงลิ่วเป็นประวัติการณ์ในรอบปีที่แล้ว ขณะเดียวกับที่พวกประเทศซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง มีการโยกย้ายหัวรบ “นุก” จากคลังเก็บเข้ามาประจำการอยู่ที่ระบบยิงอาวุธ กันเพิ่มมากขึ้น พวกผู้เชี่ยวชาญระบุในวันอังคาร (9 มิ.ย.)

พวกรัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในปัจจุบันทั้ง 9 รัฐ ใช้จ่ายในเรื่องคลังแสงนุกของพวกเขา รวมกันเป็นจำนวนเกือบๆ 119,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 สูงขึ้น 19% จากปี 2024 ตามรายงานของกลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons หรือ ICAN) พร้อมกับเตือนด้วยว่า “การแข่งขันกันในด้านอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

ทั้งรายงานของ ICAN และผลการศึกษาแยกต่างหากอีกฉบับหนึ่งของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสต็อกโฮล์ม (Stockholm International Peace Research Institute หรือ SIPRI) ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันจันทร์ (8) ต่างแสดงความกังวลกับความเสี่ยงจากนิวเคลียร์

ที่เพิ่มขึ้นขณะที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดมากขึ้น

ผลการศึกษาทั้ง 2 ฉบับนี้ต่างแสดงว่า การใช้จ่ายในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่พุ่งพรวดขึ้นเช่นนี้ เกิดขึ้นขณะที่ประเทศต่างๆ พากันเร่งรัดปรับปรุงคลังแสงของพวกตนให้ทันสมัย รวมทั้งนำอาวุธที่สะสมไว้ออกมาประจำการกันเพิ่มขึ้น

ซูซี สไนเดอร์ ผู้อำนวยการของหลายโครงการของ ICAN รวมทั้งเป็นผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับล่าสุดนี้ ระบุว่า การเพิ่มการใช้จ่ายด้านนุก เมื่อรวมเข้ากับความหวาดเกรงที่ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ต้องถือว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวลใจยิ่ง

ความเสี่ยงกำลังเพิ่มมากขึ้น

รายงานของ SIPRI นั้น เน้นย้ำว่า จำนวนรวมของหัวรบนิวเคลียร์ในทั่วโลก ซึ่งได้รับการประเมินว่ากำลังลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษแล้วนั้น กำลังหล่นลงจนเหลือ 12,187 หัวรบเมื่อตอนเริ่มต้นปี 2026 แต่จำนวนที่พร้อมใช้งานกลับเพิ่มขึ้นเป็น 9,745 หัวรบ ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ยังคงกำลังสูงขึ้น คาริม แฮกแก็ก ผู้อำนวยการ SIPRI บอก

แฮกแก็กยังชี้ถึงสัญญาณที่น่ากังวลอย่างอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการพังครืนของข้อตกลงควบคุมอาวุธทางยุทธศาสตร์และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจใหญ่ที่มีอาวุธนิวเคลียร์

SIPRI คาดหมายด้วยว่า สต็อกอาวุธนิวเคลียร์โดยรวมมีแนวโน้มเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้งในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ขณะที่การรื้อถอนหัวรบชะลอลง สวนทางกับการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่เร่งตัวขึ้น

รายงานของ SIPRI ระบุว่า อเมริกากับรัสเซียรวมกันมีสต็อกอาวุธนิวเคลียร์คิดเป็นประมาณ83% ของทั่วโลก โดยที่แต่ละประเทศมีหัวรบกว่า 5,000 หัวรบ ส่วนจีนนั้นกำลังขยายคลังแสงนิวเคลียร์รวดเร็วกว่าชาติอื่นๆ โดยคาดว่าปักกิ่งมีหัวรบราว 620 หัวรบในขณะนี้

แฮกแก็กเสริมว่า การแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นเป็นแรงกระตุ้นอันชัดเจนในการทำให้จีนต้องเพิ่มการพึ่งพิงอาวุธนิวเคลียร์

ขณะเดียวกัน รายงานของ ICAN ชี้ว่า ทั้ง 9 ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในเวลานี้ ซึ่งนอกจากสหรัฐฯ, รัสเซีย, และจีน แล้ว ยังได้แก่ สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, อินเดีย, อิสราเอล, เกาหลีเหนือ, และปากีสถาน ต่างเพิ่มการลงทุนในคลังแสงนุกของพวกตน โดยทั้ง 9 ประเทศใช้จ่ายกับอาวุธอานุภาพทำลายล้างประเภทนี้สูงรวมกันในปี 2025 ที่ผ่านมา มากกว่าปี 2024 ถึงเกือบ 17,000 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ในปี 2025 อเมริกาใช้งบเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ 69,200 ล้านดอลลาร์ มากกว่าทุกประเทศที่เหลือรวมกัน และเพิ่มขึ้น 12,400 ล้านดอลลาร์จากปีก่อนหน้า รองลงมาคือจีน 13,500 ล้านดอลลาร์ สหราชอาณาจักร 12,600 ล้านดอลลาร์ และรัสเซีย 9,500 ล้านดอลลาร์

ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 9 ประเทศเหล่านี้ทุ่มทุนกับคลังแสงนุกเป็นจำนวนกว่า 470,000 ล้านดอลลาร์ และคาดหมายว่าการลงทุนนี้เช่นยังจะเพิ่มขึ้นต่อไปอีก

เมื่อพิจารณาถึงการคาดการณ์ในระยะยาวไกลออกไปอีก ICAN เน้นย้ำว่า สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, และอเมริกา ต่างมีแผนใช้งบประมาณหลายพันหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ในการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบอาวุธนิวเคลียร์ไปจนถึงศตวรรษหน้า ขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็เตรียมติดตั้งระบบอาวุธใหม่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานเช่นเดียวกัน

รายงานของ ICAN ชี้ว่า ขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีป “เซนทินัล” รุ่นใหม่ที่อเมริกาวางแผนไว้ มีแนวโน้มใช้งานได้จนถึงปี 2100 ขณะที่การเพิ่มการผลิตพลูโตเนียมพิตซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของอาวุธนิวเคลียร์บ่งชี้ว่า หัวรบของอเมริกาจะสามารถใช้งานได้ยาวถึงปี 2120 ทำให้คาดได้ว่า ระหว่างปี 2025-2034 อเมริกาจะต้องลงทุนในส่วนนี้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์

พวกนักวิจัยชี้ว่า การทุ่มทุนมหาศาลเหล่านี้เกิดขึ้นขณะที่หน่วยงานด้านมนุษยธรรมทั่วโลกกำลังถูกลดเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่ใช้จ่ายกับอาวุธนิวเคลียร์ในปีที่แล้วเพียงวันเดียวสามารถจัดหาอาหารให้ประชากรได้กว่า 2 ล้านคน

สไนเดอร์ สำทับว่า แทนที่จะนำเงินไปอัดฉีดระบบสุขอนามัยหรือให้ความช่วยเหลือประชาชน ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์กลับลงทุนในคลังแสงที่ต่างรู้ดีว่า ไม่สามารถนำอาวุธเหล่านั้นออกมาใช้ได้โดยไม่ถูกกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงคราม

(ที่มา: เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...