โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับการปรับแท็กติกที่อาจพาไปสู่การทำลายสถิติแอสซิสต์

SIAMSPORT

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
มีหลักการหนึ่งในทางปรัชญาที่เรียกว่า

หลังจากที่ รูเบน อโมริม เฮดโค้ชชาวโปรตุกีสโดนสั่งเด้งฟ้าผ่า พร้อมกับนำระบบ 3-4-3 อันเป็นเอกลักษณ์ติดตัวออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไปด้วย โดย คาร์ริค ที่ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมจนจบซีซั่นนี้ปรับทัพ "ปีศาจแดง" ด้วยการใช้ระบบ 4-2-3-1 ซึ่งสานต่อจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ที่คุมทีมชั่วคราวสองเกมก่อนหน้านั้น

ระบบนี้ทำให้ จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ถูกขยับกลับมายืนตำแหน่งหมายเลข 10 อีกครั้ง และมันกลายเป็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่นักเตะก็ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ

เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ

สถิติไม่แพ้ใคร 6 นัดในลีก (ชนะ 4 เสมอ 2) หลังยุคอโมริม มีรากฐานสำคัญจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ กัปตันบรูโน่ โดยในเกมเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สถิติทำประตูหรือแอสซิสต์ติดต่อกันทุกนัดของเขาหยุดไว้ที่ 6 เกม ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 (มีส่วนร่วมกับ 9 ประตูจาก 5 นัด)

แมตช์บุกเสมอ 1-1 ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม นั้น แฟร์นันด์ส สร้างโอกาสได้ถึง 4 ครั้ง หนึ่งในนั้นคือเตะมุมที่จ่ายเรียดไปหน้าเขตโทษให้ ลุค ชอว์ ยิง แต่ถูก แอรอน วาน-บิสซาก้า อดีตกองหลัง แมนฯ ยูฯ สกัดบนเส้นประตู รวมทั้งช่วงท้ายเกมที่ โจชัว เซิร์กซี โหม่งเฉียดเสาไกลจากลูกเปิดอันแม่นยำของเขา

ก่อนเข้าสู่นัดที่ 27 ของฤดูกาล (เยือน เอฟเวอร์ตัน) แฟร์นันด์ส ทำไปแล้ว 12 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ต้องการอีก 8 ครั้งเพื่อทาบสถิติ และอีก 9 ครั้งเพื่อทำลายสถิติสูงสุด 20 แอสซิสต์ ซึ่งปัจจุบันถือครองร่วมกันได้แก่ เธียร์รี่ อองรี (อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2002/03) และ เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2019/20)

ศํกยภาพลดลงเมื่อต้องยืนลึก

กองกลางทีมชาติโปรตุเกสวัย 31 ปี ยังคงทำผลงานเชิงสถิติได้แข็งแกร่งแม้ถูกถอยลงไปเล่นลึกในบทบาทหมายเลข 6 ภายใต้ระบบมิดฟิลด์แบบบ็อกซ์ของ อโมริม แต่หลายครั้งที่สร้างสรรค์ของเขาดูเหมือนเกิดขึ้นทั้งที่ขัดกับระบบมากกว่าเล่นตามระบบของกุนซือเครางาม

นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 แฟร์นันด์ส ทำไป 10 แอสซิสต์จากลูกตั้งเตะ มากที่สุดในลีก และแทบจะเทียบเท่ากับจำนวนแอสซิสต์จากโอเพ่นเพลย์ (11 ครั้ง) จุดแข็งจากลูกตั้งเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงช่วยกลบปัญหาเกมรุกจากโอเพ่นเพลย์ โดยเฉพาะเวลาเจอกับคู่แข่งที่ศักยภาพด้อยกว่า

แหล่งข่าวรายหนึ่งใน แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งคุ้นเคยกับสถานการณ์และขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อปกป้องความสัมพันธ์ภายในองค์กร เผยถึง "ปรากฎการณ์โดมิโน่" หรือ "โดมิโน่เอฟเฟกต์" ที่เกิดขึ้นหลังการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ ด้วยการคว้าตัว ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ มาเตอุส คุนญ่า ด้วยค่าตัวรวมกันมากกว่า 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,280 ล้านบาท)

โดมิโน่ เอฟเฟกต์ จากการมาของ คุนญ่า-เอ็มเบอโม่

ทั้งสองคนเป็นนักเตะในสไตล์หมายเลข 10 เหมือนกัน แม้ คุนญ่า จะเป็นพวกที่รับบอลกับเท้าและเน้นจบสกอร์มากกว่า ส่วน เอ็มเบอโม่ ทำผลงานได้ดีที่สุดกับ เบรนท์ฟอร์ด ในบทบาทเล่นรอบกองหน้าตัวเป้าและวิ่งหาพื้นที่ว่าง

ในระบบของ อโมริม การใช้กองหลังสามคนต้องแลกกับการลดผู้เล่นเกมรุกลงหนึ่งตำแหน่ง นั่นทำให้ แฟร์นันด์ส ซึ่งมีคุณภาพการจ่ายบอลยอดเยี่ยม ถูกถอยลงไปเล่นลึกมากขึ้น โดยเป็นแนวทางที่พบได้บ่อยกับเจ้าตัว เพื่อเปิดทางให้สองแข้งใหม่ได้ลงสนาม

สิ่งนี้อธิบายได้บางส่วนถึงตัวเลขเกมรับที่ย่ำแย่ของ แมนฯ ยูฯ แม้เวลาตั้งรับจะขยับเป็นระบบ 5-4-1 ก็ตาม พวกเขาเสียไปแล้ว 37 ประตู มากเป็นอันดับสองของทีมครึ่งบนตารางในฤดูกาล 2025/26 (รองจาก บอร์นมัธ ที่เสีย 45 ประตู) และยังเป็นทีมที่เสียประตูจากเกมโต้กลับเร็วมากเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024

การมีผู้เล่นสไตล์เพลย์เมกเกอร์อย่าง แฟร์นันด์ส ลงเล่นใกล้กรอบเขตโทษตัวเองมากเกินไป หมายความว่า หากจังหวะจ่ายทะลุไลน์ของเขาไม่สำเร็จ การเสียบอลจะเกิดขึ้นในพื้นที่อันตราย และทำให้ แมนฯ ยูฯ รับมือได้ยากกว่าเดิม

เพลย์เมกเกอร์เหนือจินตนาการ

ในยุคที่นิยมสร้างเกมจากแนวรับที่ต้องอาศัยความละเอียดและรอบคอบ แฟร์นันด์ส เป็นพวกเพลย์เมกเกอร์สาย " มาเวอริค" หรือพวกที่เล่นเหนือจินตนาการ สร้างความแตกต่างได้ตลอดเวลา

แฟร์นันด์ส เล่นด้วยจังหวะชิ่งหนึ่ง-สอง การจ่ายบอลจังหวะแรกด้วยสองเท้า ลูกสะบัดต่อมุมแคบ การสลับแกนยาวข้ามฝั่ง และแทงทะลุช่องแบบร้อยเข็ม การเล่นลักษณะนี้ต้องการอิสระในการเคลื่อนที่ หาพื้นที่ สร้างความได้เปรียบเชิงจำนวน และจำเป็นต้องมีโครงสร้างเกมรับที่แข็งแรงอยู่ด้านหลังเพื่อรับมือเกมโต้กลับ

แม้จะอายุครบ 32 ปีในช่วงต้นฤดูกาลหน้า แต่ แฟร์นันด์ส ก็ยังคุ้มค่ามากพอที่ทีมจะสร้างระบบรอบตัวเขา ยกตัวอย่างสามจังหวะในครึ่งแรกของเกมเสมอ 2-2 กับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อเดือนมกราคม นัดแรกหลังยุคอโมริม ที่เขาปล่อยบอลให้ปีกซ้ายอย่าง แพทริค ดอร์กู หลุดไปเล่นซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 4 ของเกม

เขาขยับสร้างรูปแบบการเล่นสไตล์ไดมอนด์โดยประสานงานร่วมกับ ลุค ชอว์ (แบ็กซ้าย), ดอร์กู (ปีกซ้าย) และ มานูเอล อูการ์เต้ (กองกลาง) แฟร์นันด์ส เล่นได้อย่างผ่อนคลายกับการรับบอลในช่องว่างระหว่างคู่แข่ง รอจังหวะเสี้ยววินาทีให้ ดอร์กู วิ่งทำทางจากด้านหลังแนวรับ ก่อนจ่ายบอลให้สตาร์ชาวเดนมาร์กเล่น

เข้าใจพื้นที่ในสนามทะลุปรุโปร่ง

พื้นที่บริเวณนอกกรอบเขตโทษ ในแวดวงโค้ชและนักวิเคราะห์เรียกว่า "โซน 14" ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณแดนกลางหน้าเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม เป็นโซนที่ได้รับการพิสูจน์ทางสถิติว่าเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสทำประตูและส่งบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุด

นับตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2020/21 แฟร์นันด์ส คือผู้เล่นที่สร้างโอกาสจาก "โซน 14" ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก (206 ครั้ง) และทำแอสซิสต์ได้มากที่สุด (25 ครั้ง) เขารั้งอันดับสองในเรื่องการแทงทะลุช่องจากพื้นที่นี้ รองจาก มาร์ติน โอเดอการ์ด ของ อาร์เซน่อล และมีเพียง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จากลิเวอร์พูล เท่านั้นที่สร้าง "โอกาสทอง" ได้มากกว่า

แฟร์นันด์ส มีความเข้าใจเรื่องพื้นที่ในสนามอย่างยอดเยี่ยม เขาคอยสแกนรอบตัวตลอดเวลา อัปเดตภาพในหัวอยู่เสมอ และเชี่ยวชาญในการรู้ว่าควรยืนนิ่งเมื่อใดเพื่อปล่อยให้พื้นที่รอบตัวเปิดออกเอง

มีตัวอย่างจากเกมเดือนมกราคมกับ อาร์เซน่อล และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สองทีมที่เพรสซิ่งจัดจ้านที่สุดในลีก ที่แสดงให้เห็นว่า แฟร์นันด์ส หาพื้นที่ว่างได้อย่างไร

อีกจังหวะหนึ่งในเกมเปิดบ้านชนะ สเปอร์ส 2-0 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ตำแหน่งยืนของเขาทำให้ เดสตินี่ อูโดกี้ แบ็กซ้าย สับสน ก่อนที่บอลแทงเข้าด้านในอย่างชาญฉลาดให้ กาเซมีโร่ ก่อนจะนำ เอ็มเบอโม่ หลุดไปอยู่ในตำแหน่งอันตราย

แม้จังหวะนั้นจะจบลงเพราะ เอ็มเบอโม่ เลือกจ่ายคืนให้ กาเซมีโร่ แทนการยิงเอง แต่ แฟร์นันด์ส ตอบสนองเร็วที่สุด เขาเก็บบอลที่กระดอนออกมาได้ ก่อนเปิดด้วยจังหวะแรกไปเสาไกลให้ ชอว์ พักบอลต่อไปถึง อาหมัด ดิยัลโล่ ทว่าปีกไอวอรี่โคสต์อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและประตูถูกริบ

เล่นอย่างอิสระเพื่อสร้างสรรค์เกม

แฟร์นันด์ส ยิ่งโดดเด่นในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ กลางเดือนมกราคม เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาเล่นได้อย่างอิสระเมื่อมีพื้นที่โล่ง และมีตัววิ่งให้แทงบอลทะลุช่องอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามในจังหวะสวนกลับสี่ต่อสองของประตูแรก คือช่วงที่ แฟร์นันด์ส ลากบอลจากครึ่งสนามขึ้นมาเอง ก่อนจะจ่ายให้ เอ็มเบอโม่ ด้วยน้ำหนักที่พอดีอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ ดาวเตะชาวแคเมอรูน สามารถจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดได้อย่างเฉียบคม

เพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีส สะท้อนให้เห็นภาพว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มักทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อเล่นเกมโต้กลับใส่ทีมใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการพัฒนาไปสู่ทีมที่ครองเกมและคุมจังหวะได้เอง

ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา "ผีแดง" ทำประตูในลีกจากจังหวะต่อบอล 10 ครั้งขึ้นไปได้เพียง 4 ครั้ง และในจำนวนนั้น 2 ประตูเกิดขึ้นในเกมพบ เบิร์นลี่ย์ เท่านั้น เมื่อเทียบกับทีมอื่นจะเห็นความแตกต่างชัดเจน เช่น แมนฯ ซิตี้ ทำได้ 19 ประตู, ลิเวอร์พูล 13 ประตู และ สเปอร์ส 11 ประตู จากรูปแบบการบุกลักษณะเดียวกัน

ชิ่งหนึ่ง-สองพิฆาตคู่แข่ง

เวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจาะแนวรับคู่แข่งได้ มักมาจากการเล่นชิ่งหนึ่ง-สอง ดังเช่นจังหวะที่ แฟร์นันด์ส ประสานงานกับ ดอร์กู ต่อบอลทะลุแผงมิดฟิลด์ของ อาร์เซน่อล จนได้ประตูที่สองในเกมเยือนเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อเดือนที่ผ่านมา

นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2019 เป็นต้นมา มีเพียง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ของ ลิเวอร์พูล และ แบร์นาร์โด้ ซิลลา จาก แมนฯ ซิตี้ เท่านั้น ที่มีส่วนร่วมกับเล่นจังหวะชิ่งหนึ่ง-สองในพรีเมียร์ลีก มากกว่ากัปตันบรูโน่

ก่อนหน้านี้ สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ประสานงานจังหวะชิ่งได้อย่างลงตัวกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และปัจจุบันก็เล่นเข้าขากับฟูลแบ็กที่เติมเกมสูงอย่าง ชอว์ และ ดีโอโก้ ดาโลต์

ยกตัวอย่างในช่วงทดเจ็บนาที 90+4 เกมกับ สเปอร์ส มีจังหวะชิ่งหนึ่ง-สองในแดนของ แมนฯ ยูฯ เอง ระหว่า งแฟร์นันด์ส กับ เซิร์กซี ต่อด้วย แฟร์นันด์ส กับ ดิยัลโล่ จะเห็นได้ว่า กัปตันทีม "ปีศาจแดง" เล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาจริงๆ

อิทธิพลตอนที่ไม่มีบอล

อีกหนึ่งแง่มุมสำคัญของ แฟร์นันด์ส ในบทบาทเพลย์เมกเกอร์ หรือผู้เล่นหมายเลข 10 คืออิทธิพลของเขาในยามไม่มีบอล

กัปตันบรูโน่ มีพละกำลังเหลือล้น และมีประโยชน์ในพื้นที่สุดท้ายของสนามมากกว่าการต้องลงไปปะทะแย่งบอลในแดนกลาง โดย คาร์ริค ติดตั้งระบบเพรสซิ่ง 4-4-2 ที่เรียบง่ายแต่ได้ผลอย่างรวดเร็ว และมี เอ็มเบอโม่ กับ แฟร์นันด์ส ยืนเป็นแดนหน้าในการไล่กดดัน

พวกเขาบีบให้ อาร์เซน่อล เล่นพลาดจนเสียประตูตีเสมอจากการขึ้นไปแย่งบอลสูง และยังบังคับให้ แมนฯ ซิตี้ ผิดพลาดหลายครั้งเช่นกัน ช่วงต้นเกมดาร์บี้แมตช์ จะเห็นได้ว่า แฟร์นันด์ส เกือบแอสซิสต์ให้ เอ็มเบอโม่ จากจังหวะแย่งบอลได้ในพื้นที่สุดท้าย

ฤดูกาลนี้ แฟร์นันด์ส ทำแอสซิสต์จากจังหวะได้ประตูชัยในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 4 ครั้ง รวมเป็น 18 ครั้งตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพียง เดอ บรอยน์ (22 ครั้ง) และ โม ซาลาห์ (21 ครั้ง) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าในช่วง 6 ปีที่เขาค้าแข้งในอังกฤษ

แก้ปัญหาง่ายๆ ทำให้ แฟร์นันด์ กลายเป็นจอมทัพที่สมบูรณ์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างปัญหาให้กับตัวเองตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา จากการทุ่มเงินเกินจริง และดึงมิดฟิลด์ที่ไม่ตรงปกเข้ามาร่วมทัพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งทำให้ทีมไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

กระนั้น คาร์ริค เลือกใช้วิธีสูงสุดสู่สามัญ โดยแก้ปัญหาง่าย นั่นก็คือการใช้งาน ค็อบบี้ เมนู ซึ่งเป็นนักเตะที่ อโมริม มองข้าม นี่คือผู้เล่นที่ช่วยสร้างสมดุลแดนกลางเมื่อจับคู่กับ กาเซมีโร่ ทำให้ แฟร์นันด์ส ได้อิสระมากขึ้นในพื้นที่เกมรุก และยังทำให้แนวคิดฟอลส์ไนน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วย

บางครั้งทางออกที่เรียบง่ายที่สุดก็คือทางออกที่ดีที่สุด และ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังค้นพบสิ่งนั้นอีกครั้ง เมื่อวาง แฟร์นันด์ส ไว้ในบทบาทหมายเลข 10 !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...