โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คุณอาจไม่จำเป็นต้องพักผ่อน 8 ชั่วโมงเสมอไป นี่คือวิธีค้นหาระยะเวลาการนอนที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อย่ายึดติดว่าต้อง 8 ชั่วโมงเสมอไป แต่ให้ดูว่าร่างกายตื่นเอง สดชื่น และทำงานได้ดีแค่ไหน ถ้าคุณเริ่ม ตื่นเวลาใกล้เคียงกันเอง 3–4 วันติด โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก นั่นอาจเป็นจำนวนชั่วโมงนอนที่เหมาะกับร่างกายคุณ

หลายคนเติบโตมากับความเชื่อว่า “การนอนวันละ 8 ชั่วโมง” คือสูตรสำเร็จของสุขภาพที่ดี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับชี้ว่า ความจริงอาจไม่ได้ตายตัวแบบนั้น เพราะความต้องการการนอนของแต่ละคนแตกต่างกัน และสิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “จำนวนชั่วโมง” แต่รวมถึง “คุณภาพการนอน” ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี แม้ว่าความต้องการการนอนจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุก็ตาม ขณะเดียวกัน งานวิจัยหลายชิ้นเตือนว่า การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงผลเสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะอดนอน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ชี้ว่าการนอนเพียง 5 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า อาจเพิ่มโอกาสการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาวได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ดร. โทนี คันนิงแฮม นักจิตวิทยาคลินิกและผู้อำนวยการศูนย์การนอนและการรับรู้ในบอสตัน มองว่าเรื่องการนอนไม่ได้มีคำตอบง่าย ๆ ว่าแค่ทำให้ถึง “ตัวเลขที่ถูกต้อง” ก็เพียงพอ

คุณภาพการนอน สำคัญไม่แพ้จำนวนชั่วโมง

หลายคนให้ความสำคัญกับการนับชั่วโมงการนอน แต่กลับมองข้ามคุณภาพของการพักผ่อน ทั้งที่ในหลายกรณี คุณภาพการนอนอาจส่งผลมากกว่าจำนวนชั่วโมงเสียอีก

คันนิงแฮมอธิบายว่า ร่างกายมีปัจจัยสำคัญ 2 อย่างที่ควบคุมทั้งรูปแบบและคุณภาพการนอน ได้แก่ แรงกดดันการนอน (Sleep Pressure) และ จังหวะนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm)

แรงกดดันการนอน คือความต้องการนอนที่สะสมมากขึ้นตามระยะเวลาที่เราตื่น ยิ่งตื่นนาน ร่างกายก็ยิ่งอยากพักผ่อน

เขาเปรียบเทียบเรื่องนี้ไว้อย่างเข้าใจง่ายว่า

“มันเหมือนกับความหิว ยิ่งคุณไม่ได้กินอะไรมานานเท่าไร คุณก็ยิ่งหิวมากขึ้น”

ดังนั้น หากต้องการนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ การเข้านอนในช่วงที่ร่างกายสะสมความง่วงมากพอจึงเป็นเรื่องสำคัญ

อีกปัจจัยหนึ่งคือ นาฬิกาชีวภาพของร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่เหมือนนาฬิกาภายใน แม้ปัจจัยภายนอกอย่างแสงจะส่งผลต่อมัน แต่กลไกหลักยังถูกควบคุมโดยสมอง

นาฬิกาชีวภาพสามารถส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้สึกง่วงหรือตื่นตัวในแต่ละช่วงเวลาได้ เช่น หลายคนที่เคยอดนอนทั้งคืน อาจเคยมีช่วงที่จู่ ๆ กลับรู้สึกตาสว่างขึ้นมากลางดึก ซึ่งเป็นผลจากการทำงานของวงจรนี้

ตารางเวลานอนที่ไม่แน่นอน อาจทำให้นอนแย่ลง

เพื่อให้การนอนมีคุณภาพ แรงกดดันการนอนและนาฬิกาชีวภาพควรทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนเวลานอนบ่อย ๆ หรือมีตารางชีวิตไม่สม่ำเสมอ อาจรบกวนระบบการนอนและส่งผลต่อคุณภาพการพักผ่อน

หนึ่งในคำแนะนำที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าช่วยได้ คือการ ตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน

เพราะการรักษาเวลา “ตื่น” ให้คงที่ อาจส่งผลต่อร่างกายมากกว่าการบังคับตัวเองให้เข้านอนเวลาเดิม ทั้งนี้เพราะการเข้านอนทั้งที่ยังไม่ง่วง อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป

เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชินกับกิจวัตรที่สม่ำเสมอ มันจะค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ช่วงเวลาการนอนที่เหมาะกับตัวเองตามธรรมชาติ

แล้วจริง ๆ คุณต้องนอนกี่ชั่วโมง?

แม้คำแนะนำทั่วไปจะอยู่ที่ 7–9 ชั่วโมง แต่คันนิงแฮมย้ำว่า นี่เป็นเพียง “ค่าเฉลี่ย” บางคนอาจต้องการเพียง 5–6 ชั่วโมง และยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่บางคนอาจต้องการมากถึง 9–11 ชั่วโมงต่อคืน ความต้องการการนอนของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

วิธีค้นหาเวลานอนที่เหมาะกับตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มจากการกำหนดเวลาเข้านอนที่สม่ำเสมอ และควรเป็นช่วงเวลาที่มั่นใจว่าสามารถหลับได้ภายในประมาณ 20–30 นาที

สิ่งสำคัญคือควรขึ้นเตียงเมื่อ “ง่วงจริง” ไม่ใช่แค่รู้สึกเหนื่อย

หากนอนแล้วไม่สามารถหลับภายในช่วงเวลาดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายยังมีแรงกดดันการนอนไม่มากพอ

ในกรณีนี้ อาจลองทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น

  • อาบน้ำอุ่น
  • นั่งสมาธิ
  • ลดแสงไฟในห้องให้สลัว
  • จนกว่าจะเริ่มรู้สึกง่วง

อีกวิธีหนึ่งคือ ลองหาช่วงเวลาที่สามารถปล่อยให้ตัวเองนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก พร้อมลดสิ่งรบกวนต่าง ๆ เช่น แสง เสียง หรือนาฬิกาในห้อง

ช่วงแรก ร่างกายอาจนอนนานกว่าปกติเพื่อชดเชยการอดนอนสะสม แต่หลังจากนั้น หากคุณเริ่มตื่นเวลาใกล้เคียงกันต่อเนื่องประมาณ 3–4 วัน โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุกหรือสิ่งกระตุ้นภายนอก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณค้นพบระยะเวลาการนอนที่เหมาะกับร่างกายตัวเองแล้ว

การนอนที่ดีจึงอาจไม่ใช่เรื่องของ “8 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน” แต่อาจเป็นการเข้าใจว่าร่างกายของคุณต้องการอะไรจริง ๆ มากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...