โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เข้าสู่ฤดูรับลมหนาวมาเยือนแล้วชัยภูมิเตรียมรับมือภัยแล้งต่อหลังถูกน้ำท่วมหนักสูญกว่า7.4หมื่นไร่!

77kaoded

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • 77Kaoded

ชัยภูมิ – เกิดความเสียหายหนักรวม 10 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ หลังช่วงฤดูฝนตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.ที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และในส่วนจังหวัดชัยภูมิ เจออิทธิพลพายุถึง 2 ลูก จากพายุรากาซา-บัวลอย ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่มาติดต่อกัน ก่อนที่จะเข้าถึงฤดูหนาวในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้แล้ว ล่าสุด ปภ.สรุปผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมามีพื้นที่นาข้าวการเกษตรได้รับความเสียหายแล้วไม่น้อยกว่า 74,991 ไร่ ในปีนี้ จากพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมดรวมกว่า 113,592 ไร่ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 47 ตำบล 409 หมู่บ้าน เบื้องต้นความเสียหายไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาท!

( 22 ตุลาคม 2568 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว รับลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้วปีนี้ หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลังเจออิทธิพลจากทั้งพายุรากาซา และบัวลอย มีรายงานจาก กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิ ล่าสุดได้สรุปผลกระทบจากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มาตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค.2568 ปีนี้ หลังเป็นช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาและไดรับผลกระทบจากอิทธิพลพายุถึง 2 ลูก ติดต่อกันทั้งพายุรากาซาและพายุบัวลอย ได้อ่อนกำลังลงหมดแล้ว จนปัจจุบันทำให้ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีฝนตกน้อยลงและเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวเต็มตัวแล้วในขณะนี้

โดยภาพรวม จ.ชัยภูมิ มีพื้นที่ประสบภัยถูกน้ำท่วมหนักมาตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมกว่า 10 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บำเหน็จณรงค์,จัตุรัส(ยังมีน้ำท่วมขังมีเส้นทางผ่านหมู่บ้านโนนจาน-หนองบัวบาน ยังไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ ),บ้านเขว้า,เมืองชัยภูมิ,เนินสง่า,คอนสวรรค์,ภูเขียว,คอนสาร,เทพสถิต และ อ.ซับใหญ่ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนถูกน้ำท่วมใน 47 ตำบล(จากทั้งหมด 124 ตำบล/เทศบาล) 409 หมู่บ้าน(จากทั้งหมด 1,620 หมู่บ้าน) รวมมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวมกว่า 74,991 ไร่ จากที่มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมดรวมกว่า 113,592 ไร่ มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ในปีนี้

ซึ่ง จ.ชัยภูมิ ยังต้องเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ในภาวะโลกร้อน(เดือด)ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงด้านสภาวะอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็วมากขึ้นในปัจจุบันตามมาอีกจำนวนมาก และในปีนี้อีกต่อเนื่อง ที่ในภาพรวมมีปริมาณน้ำในแหล่งเก็บน้ำของจังหวัดชัยภูมิ มีจำนวน 14 อ่าง รวม 97.55% ของความจุเก็บกักในปัจจุบันทั้งหมด แยกเป็น 1. แหล่งเก็บน้ำในปัจจุบันที่มีตั้งแต่ 80% ขึ้นไป มีจำนวน 11 อ่าง ประกอบด้วย 1.1 ลำคันฉู 115.25% อ.บำเหน็จฯ ,1.2 น้ำพรม 102.21% อ.เกษตรสมบูรณ์,1.3 ห้วยทราย 101.70% อ.ซับใหญ่,1.4 ห้วยส้มป่อย 96.39% อ.ซับใหญ่,1.5 ช่อระกา 98.25% อ.เมืองชัยภูมิ,1.6 บ้านเพชร 101.48% อ.ภูเขียว,1.7 โปร่งขุนเพชร 87.23% อ.หนองบัวระเหว,1.8 เขื่อนจุฬาภรณ์ 97.98% อ.คอนสาร,1.9 เขื่อนห้วยกุ่ม 84.78% อ.เกษตรสมบูรณ์,1.10 ลำปะทาวบน 91.97% อ.แก้งคร้อ และ 1.11 ลำประทาวล่าง 102.12% อ.เมืองชัยภูมิ

และ 2. อ่างที่ยังมีน้ำไม่ถึง 50% จำนวน 3 อ่าง ประกอบด้วย 2.1 ห้วยทองหลาง 47.07% อ.จัตุรัส,2.2 บาซ่าน 43.50% อ.บ้านเขว้า,2.3 หินลับมีด 46.36% อ.เมืองชัยภูมิ

ซึ่งมีรายงานว่า หากประเมินสถานการณ์ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ในพื้นที่ยังเกิดปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ซ้ำซากมาต่อเนื่องตลอดนานหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่ภาพรวมแหล่งเก็บน้ำที่มีทั้งหมดในพื้นที่ 14 แห่ง มีปริมาณน้ำที่มีทั้งหมดรวมเพียงไม่เกิน 400 ล้าน ลบ.ม. หากแทบกับพื้นที่การเกษตรนาข้าวที่มีทั้งหมดในพื้นที่ยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้น้ำในเพื่อทำการเกษตรในทุกปีมากกว่า 900 ล้านบาท ลบ.ม.ขึ้นไป ซึ่งเมื่อเทียบแล้วในช่วงหน้าแล้งในทุกปีในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดแม่น้ำชี(ซี) ที่ยังขาดแนวทางเป็นนโยบายหลักที่ชัดเจนได้ ในการจัดการบริหารน้ำในการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ในช่วงน้ำหลากท่วมที่พอมีปริมาณน้ำหลากมาจำนวนมากที่มีฝนตกต่อปีสูงกว่า 1,600 – 2,200 ล้าน ลบ.ม.ขึ้นไป แต่ปัญหาก็มีแต่การใช้การจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการเร่งระบายผลักดันน้ำลงลำแม่น้ำชีที่ จ.ชัยภูมิ เป็นจังหวัดของจุดต้นกำเนิดแม่น้ำชี(ซี)เป็นสายน้ำที่ยาวที่สุดของประเทศไทยกว่า 800 กิโลเมตร ที่ไหลผ่านไปเกือบทั่วภาคอีสาน ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชาวอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาช้านาน แต่เมื่อพอหมดช่วงหน้าฝนน้ำหลาก ในพื้นที่ก็ถูกน้ำท่วม และสามารถเก็บกักน้ำบางส่วนไว้ใช้ใน 14 แหล่งเก็บน้ำหลักไว้ได้ต่อปีก็เหลือไม่เกิน 400 ล้าน ลบ.ม.ในปัจจุบัน และพอเข้าสู่หน้าหนาวหรือหน้าแล้ง ปริมาณน้ำด้านการเกษตรในพื้นที่ยังมีไม่เพียงพอเกิดปัญหาซ้ำซากตามมาอีกทุกปีเป็นจำนวนมาก

ซึ่งประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้ขอฝากเรียกร้องผ่านไปถึงรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำตัวแทนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่อยากให้มีนโยบายและแนวทางบริหารจัดการน้ำเมืองชัยภูมิ ที่เป็นจังหวัดที่เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชียังเกิดปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ซ้ำซาก ไม่หยุดและทางรัฐบาลควรจริงจังที่จะมีนโยบายเร่งด่วนในการมาช่วยเกษตรกร ชาวนา ที่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่จากประชากรทั้งหมดเกือบ 1.2 ล้านคน ของจังหวัดชัยภูมิ

ที่ต่อปีมีการเพาะปลูกทำการเกษตรต่างๆและนาข้าวไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านไร่ แต่มีพื้นที่ในตามแนวเขตโครงการชลประทานตามแห่งเก็บน้ำ เขื่อน อ่างเก็บน้ำฝายต่างๆที่มีในพื้นที่จังหวัดทั้งหมด เพียงกว่า 14 แห่งเป็นหลัก ซึ่งในทั่วทั้งจังหวัด มีพื้นที่การเกษตรอยู่ในเขตชลประทานเพียง 20 % แต่อีกกว่า 80 % เกษตรกร ชาวนาส่วนใหญ่ มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่นอกเขตชลประทานทั้งหมด ทำให้ประสบปัญหาเกิดภัยแล้ง และน้ำท่วม ควบคู่กัน ยังเกิดปัญหานี้ซ้ำซากมาตลอดทุกปี

ซึ่ง จ.ชัยภูมิ ที่ยังต้องประสบปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม อยู่ทุกปีในการยังไม่มีแผนนโยบายในการมาช่วยบริหารจัดหาแหล่งน้ำ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ให้มีแหล่งเก็บกักน้ำในแต่ละตำบล หมู่บ้าน เพิ่มมากขึ้นให้ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันให้มีการขยายเขตระบบชลประทานมาช่วยพื้นที่การเกษตรนาข้าวนอกเขตชลประทานในปัจจุบันที่มีอีกกว่า 80 % ของทุกพื้นที่ เพื่อให้มีแหล่งน้ำ และมีการขุดลอกแก้มลิง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและทั่วถึงในทุกพื้นที่การเกษตร และนาข้าว ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จากทุกปีที่ผ่านมาโดยเร็วจากนี้ต่อไปได้ เสียงสะท้อนชาวบ้านเกษตรกรในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ก็ยังได้แต่รอความหวังว่าจากนี้ไป เกษตรกร ชาวนาไทย ในพื้นที่จะพอได้ลืมตาอ้าปากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้บ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...