ตำรวจเกาะพะงัน เฉลยความจริง "ฝรั่งสั่งหยุดงานบวช" งานนี้พลิกแรง
จากกรณีที่มีสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเผยแพร่เรื่องราวว่า “ชาวบ้านจัดงานบวชบนเกาะพะงัน ถูกชาวต่างชาติสั่งให้หยุดงานและโทรแจ้งตำรวจ” จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างนั้น ล่าสุด สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ระบุว่า
กรณี มีสื่อออนไลน์ นำเสนอเรื่อง ชาวบ้านจัดงานบวชบนเกาะพะงัน ฝรั่งสั่งหยุด โทรแจ้งตำรวจ
สภ.เกาะพะงัน ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยสอบสวนปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ความดังนี้
เมื่อคืนวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ได้มีการจัดงานบวชที่วัดมะเดื่อหวาน หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการแสดงดนตรีและเลี้ยงอาหารให้กับแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเขตชุมชนมีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียงจำนวนหลายหลัง กระทั่งเวลาประมาณ 22.15 น.ขณะที่กำลังแสดงดนตรีอยู่นั้น ได้มีชาวต่างชาติ สัญชาติยูเครน (ขอปกปิดนาม) ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าใกล้บริเวณจัดงาน โดยพักอาศัยอยู่ร่วมกับภรรยา และบุตรอีก 2 คน อายุ 7 ปี และ 9 ปี ชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้เข้าไปพูดคุยกับชาวไทยที่ดูแลคุมเครื่องเสียง เพื่อสอบถามเวลาที่ดนตรีแสดงเสร็จและขอให้ช่วยเบาเสียง
ในระหว่างนั้นได้สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้มาสอบถามและร้องขอให้ช่วยลดเสียงด้วยความสุภาพมิได้มีพฤติกรรมในการสั่งหรือข่มขู่ใดๆ โดยที่ปรากฏว่าการเจรจาอาจจะไม่เข้าใจกัน ชาวต่างชาติคนดังกล่าวจึงได้เดินทางมายัง สภ.เกาะพะงัน เพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเจรจาให้การแสดงดนตรีเบาเสียงลง
ร.ต.อ.ศุภกิจ จันทร์เมือง รอง สว.(สอบสวน) ฯ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งแล้วสอบถามเชื่อว่าอาจจะสื่อสารภาษาอังกฤษกันไม่เข้าใจ จึงได้แจ้งอธิบายให้ทราบว่ากรณีการจัดงานแสดงดนตรีของงานบวช เป็นงานประเพณีของคนไทยและจัดแค่คืนเดียว ซึ่งเมื่อได้รับการชี้แจงชาวต่างชาติคนดังกล่าวเกิดความเข้าใจและไม่ประสงค์ขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยเจรจาให้ลดเสียงลงอีก หลังจากนั้นชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้กลับไปที่บริเวณวัดมะเดื่อหวานนั่งดูการแสดงดนตรี จนกระทั่งเวลา 23.55 น. การแสดงดนตรีเลิกจึงกลับเข้าบ้านพักและพักผ่อน
โดยที่ปรากฏว่าในช่วงเวลาประมาณ 22.15 น.ที่ชาวต่างชาติเข้าไปในบริเวณการจัดงานนั้น ชายไทยซึ่งคุมเครื่องเสียงการแสดงดนตรีดังกล่าว ได้ถ่ายภาพชาวต่างชาติไว้ และได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว ซึ่งเปิดสาธารณะไว้ ว่า “ คนไทยจัดงานฝรั่งมาสั่งเบาเสียงเกือบทุกงานโทรแจ้งตำรวจบ้าง ต่อไปเราต้องคุยกับฝรั่งหรือมีประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติเข้าใจเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยไม่งั้นต่อไปคงจะหายไปหมดงานรื่นเริงแบบคนไทย” #งานบวช# ปล.ฝรั่งคนนี้มาขอร้องให้เบาเสียงลงให้หน่อยลูกเขาไม่ยอมนอนซึ่งผมคิดว่าต่อไปเราคนไทยต้องอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้ครับ ซึ่งจากการสอบถามชายไทยที่ลงโพสต์ดังกล่าวยืนยันว่าชาวต่างชาติได้เข้ามาพูดให้ช่วยลดเสียงดนตรีโดยไม่ได้มีลักษณะในการสั่งหรือข่มขู่โวยวายแต่อย่างใด สาเหตุที่ตนโพสต์ว่าฝรั่งมาสั่งเบาเสียงนั้นเกิดจนตนใช้คำผิด ซึ่งสอดคล้องกับที่เขียนโพสต์ ปล.ช่วงท้ายว่าฝรั่งคนนี้มาขอร้องให้เบาเสียงลง
และปรากฏว่าในช่วงเช้าของวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ชายไทยคนที่โพสต์ดังกล่าวได้ตรวจสอบเฟสบุ๊พบว่าถูกแชร์ออกไปจำนวนมาก ซึ่งคำอาจจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และยังตรวจสอบพบว่ามีการนำภาพที่ตนถ่ายชาวต่างชาติไว้ไปเพิ่มเติมแก้ไขด้วย AI แต่งเติมให้เห็นเป็นชาวต่างชาติยืนชี้หน้าไปหากับกลุ่มคนไทย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับความจริง
สำหรับชาวต่างชาติได้ตรวจสอบทราบว่าได้รับวีซ่าแบบ DTV (ทำงานออนไลน์) ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจหรือตั้งบริษัทใดๆ
สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จึงขอประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบ กรณีนี้การลงข้อความในสื่อโซเชียล รวมถึงการแชร์ข้อความโดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ข้อความดังกล่าวอาจเป็นข้อความเท็จ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหาย และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายในส่วนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้