กองทัพบก แจงชัด พิจารณา “พ.ส.ร.” ใช้ระบบคอมพิวเตอร์คัดกรองขั้นต้น ย้ำเป็นธรรม โปร่งใส เร่งทำความเข้าใจหน่วยต้นสังกัด
โฆษกกองทัพบกแจงกรณีการพิจารณาเงินเพิ่มพิเศษสู้รบ (พ.ส.ร.) ยืนยันใช้ระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ขั้นต้น ด้วยมีกำลังพลเข้าข่ายได้รับสิทธิ์จำนวนมาก ก่อนเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการตามระเบียบราชการอย่างเป็นธรรม พร้อมเร่งประชุมทำความเข้าใจกับหน่วยต้นสังกัด
ตามที่ปรากฏกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ผ่านการโพสต์ ข้อความในเพจเฟซบุ๊กของผู้สื่อข่าว มีลักษณะเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง โดยได้กล่าวถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยระบุว่ามีการใช้ระบบ AI ประเมินผลงาน และให้น้ำหนักกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าแต่ปลอดภัย จนเกิดความเข้าใจข้อมูลไม่ครบถ้วนในหมู่กำลังพลนั้น
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับทราบความห่วงใยดังกล่าว และขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยยืนยันว่า เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ หรือ พ.ส.ร. นั้น ถือเป็นบำเหน็จความชอบพิเศษที่กระทรวงกลาโหมจะพิจารณามอบให้แก่กำลังพลที่มีพฤติกการณ์การสู้รบ หรือได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งการพิจารณาทั้งหมดมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน
สำหรับประเด็นที่มีการระบุถึงการใช้ระบบ AI นั้น โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า ปัจจุบันกรมกำลังพลทหารบกอยู่ในระหว่างขั้นตอนรวบรวมข้อมูลจากหน่วยระดับกองพันหรือเทียบเท่า โดยในลำดับแรกให้ความเร่งด่วนในส่วนของกำลังที่ได้รับบาดเจ็บก่อน หลังจากนั้นจะมีการรวบรวมข้อมูลกำลังพลในส่วนที่สู้รบแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ กรมกำลังพลทหารบกได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์พฤติกรรมและเหตุการณ์เท่านั้น ไม่ใช่การปล่อยให้ระบบ AI เป็นผู้ตัดสินใจทดแทนมนุษย์แต่อย่างใด
โดยระบบดังกล่าวจะทำการประเมินจากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หน่วยเสนอมา ซึ่งไม่ได้ดูเพียงแค่ระดับการบาดเจ็บตามที่มีกระแสข่าว แต่ต้องพิจารณาประกอบกับหลักฐานสำคัญอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ รายงานเหตุการณ์พร้อมแผนภาพสถานที่จำลองสถานการณ์ รวมถึงหลักฐานทางการแพทย์ที่ระบุอาการและระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ และที่สำคัญที่สุดคือ ผลการวิเคราะห์จากระบบและเอกสารทั้งหมดจะต้องถูกนำเข้าสู่การพิจารณาตรวจสอบอย่างละเอียดโดยคณะกรรมการระดับกองทัพบกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อระบุจำนวนขั้นบำเหน็จที่กำลังพลจะได้รับอย่างเป็นธรรม ตรงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เน้นย้ำให้ความสำคัญกับทหารร่วมรบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่บาดเจ็บหรือผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บก็ตาม
อย่างไรก็ดี โฆษกกองทัพบกได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความเข้าใจข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจมีสาเหตุมาจากหน่วยต้นสังกัดยังไม่เข้าใจกระบวนการพิจารณา พ.ส.ร. ภายใต้เงื่อนไขของทางราชการอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้ทางกรมกำลังพลทหารบก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวม เตรียมที่จะเชิญผู้แทนจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจง และทำความเข้าใจร่วมกันอีกครั้ง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ขอให้มั่นใจว่ากำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ จะได้รับการพิจารณาบำเหน็จความชอบ ด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม ตามระเบียบของทางราชการ