พระบุญสิน โชติปัญโญ
ขออนุโมทนาบุญครับ…
เห็นภาพ แม่ทัพกุ้ง พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อุปสมบทแล้ว รู้สึกอิ่มใจ ก็คงรู้สึกเหมือนคนไทยหลายล้านคนที่ได้เห็น แม่ทัพกุ้ง ในผ้าเหลือง
ท่านบวชที่ วัดป่าศรีคุณาราม จังหวัดอุดรธานี
มีฉายาทางธรรมว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ”
ท่านบอกว่า การอุปสมบทครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติธรรม และอุทิศบุญกุศลตลอดระยะเวลา ๑ พรรษา แด่ทหารไทยและประชาชนที่เสียชีวิตจากการปกป้องอธิปไตยของชาติ จากความขัดแย้งไทย-เขมรในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกผู้ทุกนาม
ภาพแม่ทัพกุ้งที่ชายแดนไทย-เขมร ยังติดตาอยู่เลยครับ เหมือนเหตุการณ์เพิ่งจะผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง
สงครามมีความสูญเสียเป็นธรรมดา การเลี่ยงสงครามจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่บางทีก็ใช่ว่าจะเลี่ยงสงครามได้ อย่างที่เกิดขึ้นที่ชายแดนไทย-เขมร
เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องทำให้มันจบ
ก็ไม่ได้มีอะไรง่ายครับ เพราะความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมรมันฝังรากลึก จนถึงขั้นไม่เผาผีกันแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องทำให้สงครามยุติลง แม้จะยังไม่จบ แต่ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้สูญเสียเพิ่ม
มันก็ฮึ่มๆ อยู่ครับ ที่ชายแดนใช่ว่าจะสงบไปเสียทีเดียว การท้าทายยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถ้าจะเอาตามเสียงเชียร์ ป่านนี้คงได้ยิงกันอุตลุด
อย่าๆ ไปคิดว่าสงครามมันง่ายครับ
ลองลูกหลานของใครต้องไปสละชีพเพื่อชาติดูสิครับ ก็น่าจะได้คำตอบว่า ที่โลกนี้ไม่ต้องการสงครามนั้น ถือว่าคิดได้ถูกต้องแล้ว
ลำพังไทยรบกับเขมรยังไม่เท่าไหร่
ดูเหมือนจีนจะเข้ามาเพิ่มเงื่อนไขให้โอกาสการสู้รบรอบใหม่ได้เกิดขึ้น
ข่าวจาก “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร บอกว่า มีข้อมูลยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลจริง ว่ามีรถถังรุ่นใหม่ที่จีนผลิต รุ่น T-59D กว่า ๔๐ คัน ส่งมาถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ของกัมพูชา เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมา
มีการนำขึ้นรถขนไปเตรียมประจำการกับหน่วย BHQ
แต่ยังไม่มีรายงานว่าขนไปไว้ที่หน่วยใกล้ชายแดนหรือไม่
จากฐานข้อมูลของหน่วยข่าวพบว่ารถถังรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่จีนพัฒนาใหม่
มีอำนาจการยิงรุนแรงกว่า
เกราะหนากว่า
ระบบการยิงเลเซอร์ มีความแม่นยำ ระบบการยิงทันสมัย และอาจจะทันสมัยกว่ารถถังที่ไทยมีด้วยซ้ำ
ดังนั้นหากวิเคราะห์ว่ารถถังจำนวนนี้มาจากการซื้อ ก็แสดงว่ากัมพูชายังรวยอยู่ เงินเขายังเยอะอยู่ เงินสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ยังมีอยู่ หรือกาสิโนก็ยังมีรายได้อยู่ แม้หลายจุดเราจะทำลายไปแล้วแต่ก็แค่เพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
และหากเป็นการซื้อจริง จีนเขาก็ต้องขาย แม้ก่อนหน้านี้จีนจะเคยบอกว่าไม่ขายอาวุธให้กัมพูชาแล้ว แต่ที่ส่งให้เป็นดีลเก่าที่ส่งตามสัญญาเท่านั้น
และหากวิเคราะห์อีกแบบหนึ่ง อันนี้อาจจะเป็น “ดีลพิเศษ”
มีข่าวในหน่วยข่าวประเมินว่า ก่อนหน้านี้การสร้างฐานทัพเรือเรียมที่จีนให้การสนับสนุนและขอเช่าพื้นที่ ๙๙ ปีนั้น น่าจะจ่ายด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือสิ่งจำเป็นที่จะนำมาเสริมด้านความมั่นคงให้กองทัพกัมพูชา
ดังนั้นจึงมีการสันนิษฐานว่ารถถัง T-59D ที่ได้มาใหม่ อยู่ในดีลที่จีนส่งให้เพื่อเป็นค่าเช่าฐานทัพเรือเรียมหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้มีตัวเลขชัดเจนว่า
ค่าเช่าตรงนี้ต้องจ่ายเป็นรถถังจำนวนเท่าไหร่ รวมเครื่องบินรบด้วยหรือไม่
ครับ…จีนก็แสบเหมือนกัน
แต่จะไปว่าใครเขาคงไม่ได้ เพราะโลกนี้มีการค้าขายอาวุธยุทโธปกรณ์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และถูกกฎหมาย
ไทยเองก็ซื้อรถถังจากจีน
ซื้อเครื่องบินรบ JAS 39 Gripen จากสวีเดน
ซื้ออาวุธหลากชนิดจำนวนมากจากสหรัฐฯ
ทุกประเทศมีแนวคิดเหมือนกันคือ ซื้อมาเพื่อป้องกันตัวเอง
ชาติอาเซียนต่างก็แข่งสะสมอาวุธเพราะโลกวันข้างหน้าไม่มีอะไรแน่นอน
ฉะนั้นไม่ต้องไปขอความเห็นใจจากใคร และไม่ต้องไปคิดว่ายามคับขันจะมีใครมาช่วย
อัตตา หิ อัตตโน นาโถครับ ต้องพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
สงครามรอบ ๓ ระหว่างไทยกับเขมร จะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่มีใครทราบได้ แต่ในโซเชียลถล่มกันรายวัน
มีกระแสดรามาหลังสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข่าว "ฮุน มาเนต" จับมือกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก่อนที่ทั้งคู่ จะเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ ๓ ที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพ
โฆษกรัฐบาลไทย “รัชดา ธนาดิเรก” ชี้แจงว่า…
“…ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม
นายกฯ อนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม
ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท
ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช…”
ก็ตามนั้นครับ
ไม่มีการประชุมร่วม
ไม่มีการไปเจรจาตกลงอะไรทั้งนั้น
แต่จับมือทักทายตามมารยาท
แต่…นายกฯ อนุทิน ยิ้มเยอะไปหน่อย ในโซเชียลจึงเกิดประเด็นดรามาว่า ให้เคารพทหาร ประชาชน ที่เสียชีวิตจากสงครามด้วย
ก็ว่ากันไปครับ เรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ ฉะนั้นในประเด็นละเอียดอ่อนนายกฯ อนุทินต้องคิดให้เยอะ เพราะทุกสายตาจับจ้องอยู่
จับมือกับ “ฮุน มาเนต” ต่อไปห้ามยิ้มเด็ดขาด
ต้องขึงขังเข้าไว้
มันเป็นเรื่องจิตวิทยาที่ต้องแสดงออกอย่างมีแบบแผน
นักการทูตรู้เรื่องพวกนี้ดี
ฟังดูเป็นเรื่องน่ารำคาญ คิดเล็กคิดน้อยกันเกินไป มันก็ใช่ครับ แต่อย่าลืมว่าอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนนั้น มันไม่ได้ถูกลบให้หายไปง่ายๆ
การญาติดีกับ ฮุน เซน, ฮุน มาเนต ในยามที่ยังไม่อาจไว้วางใจได้ว่าเมื่อไหร่เขมรจะลอบกัดอีกนั้น เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้
นายกฯ อนุทินรู้ดีครับว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
เรื่องนี้ยังอีกยาว
ที่แน่ๆ ฮุน เซน ยังกุมอำนาจในเขมรอยู่
ส่วนไทยไม่รู้เปลี่ยนไปอีกกี่รัฐบาลปัญหาชายแดนถึงจะจบลงได้.