ปิดฉาก “เอกราช ช่างเหลา” ศาลฎีกา สั่งฟันพ้น สส.-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี เซ่นปมโกงยักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่นเฉียด 400 ล้าน
ปิดฉาก “เอกราช ช่างเหลา” ศาลฎีกา สั่งฟันพ้น สส.-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี เซ่นปมโกงยักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่นเฉียด 400 ล้าน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (26 พ.ค.) ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ ๑/๒๕๖๘ หมายเลขแดงที่ ๒/๒๕๖๙ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง กับนายเอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ และปกปิดอำพรางการกระทำของตนโดยร่วมกันปลอมสมุดบัญชี เงินฝากประจำของสหกรณ์ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อให้หลงเชื่อว่าสหกรณ์มียอดเงินคงเหลือ ตามที่ระบุในสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวถือได้ว่า เป็นความผิดทั้งทางอาญาและจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านซึ่งดำรงตำแหน่งและเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม และได้ดำรงตำแหน่งมาจนถึงวันยื่นคำร้อง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้ถอนเงินของสหกรณ์ ๓๙๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วโอนเงินเข้าบัญชีผู้คัดค้าน จากนั้นเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ ผู้คัดค้านกับพวกนำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๘๐๐, ๑๘๐๑, ๘๐๑๐, ๘๘๓๓ และ ๑๐๖๓๐ รวมเนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน ๓๔.๙ ตารางวา ในราคา ๑๐๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ผู้คัดค้านใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง ๕ แปลงดังกล่าว แล้วนำที่ดิน ๓ แปลง มาจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์ เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดขวัญฤดีซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยทุจริต ทั้งยังปรากฏว่ายังคงมีเงินที่เป็นส่วนต่างของการซื้อที่ดินอีกเป็นเงิน ๒๙๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท การกระทำของผู้คัดค้านกับพวกในส่วนนี้จึงเป็นการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหายและเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านกับพวกได้รับประโยชน์ในทางทรัพย์สินโดยตรง จากนั้นตั้งแต่วันที่ พ.ศ. ๒๕๕๔ จนถึงปี ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านกับพวกแก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์โดยตั้งแต่วันที่ พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๒ ให้สมาชิกสหกรณ์เข้าใจว่ามีเงินคงเหลือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือประมาณ ๗๐,๐๐บาท จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยมีการกระทำครั้งสุดท้ายด้วยการแก้ไขให้ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีคงเหลือ ณ วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ จำนวน ๔๓๑,๙๔๑,๙๘๔.๕๙ บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือ ๗๙,๗๑๔.๑๖ บาท ต่อมาผู้คัดค้านจึงส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากคืนให้สหกรณ์ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ ภายหลังที่มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ ใช้บังคับแล้ว ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนจึงฟังได้แล้วว่า ผู้คัดค้านร่วมกับพวกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหายักยอก ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงถือว่าผู้คัดค้านไม่ยึดมั่นหลักนิติธรรม และไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเจตนาและมีความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๗ วรรคสอง แห่งมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว
พิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๕ วรรคหนึ่ง (๑) วรรคสามและวรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๗ และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๗ วรรคสอง ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงผู้คัดค้านไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๕ วรรคสี่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนดเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา
#เอกราชช่างเหลา #สหกรณ์ครูขอนแก่น #ยักยอกเงินสหกรณ์ #ศาลฎีกา #ตัดสิทธิทางการเมือง #ทุจริต #ข่าวการเมือง #ขอนแก่น #พรรคกล้าธรรม #พรรคภูมิใจไทย #พรรคพลังประชารัฐ #ปปช #ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง #ข่าววันนี้ #BreakingNewsTH #ข่าวทุจริต #คดีเอกราช