ชีวิตที่ไกลเกินฝัน : “ซี” เนติรัฐ มีพร้อม
เส้นทางของนักกีฬาทีมชาติ ไม่ได้เริ่มต้นจากความฝันอันยิ่งใหญ่เสมอไป
สำหรับ “ซี” เนติรัฐ มีพร้อม นักกีฬาว่ายน้ำพาราทีมชาติไทย ทุกอย่างเริ่มจากเหตุผลง่าย ๆ ในวัยเด็ก—แค่อยากลดความอ้วน
จากสระเรียนว่ายน้ำ สู่ความรักที่ไม่รู้ตัว
ซีเริ่มเรียนว่ายน้ำตอนอายุประมาณ 10–11 ขวบ ในช่วงประถมศึกษา เขาไม่ได้คิดถึงคำว่า “ทีมชาติ” หรือ “เหรียญรางวัล” แต่อย่างใด สิ่งที่คิดมีเพียงการได้เล่นน้ำ ว่ายน้ำให้เป็น และดูแลสุขภาพของตัวเอง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ความรู้สึกก็เปลี่ยนจาก “เรียน” เป็น “หลงรัก” โดยไม่รู้ตัว จนตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางนักกีฬาอย่างจริงจัง
ก้าวแรกของการแข่งขัน ที่เปลี่ยนชีวิต
ช่วงแรก ซีไม่อยากลงแข่ง เพราะการแข่งขันหมายถึงความเหนื่อยและความกดดัน แต่เมื่อโค้ชชวนให้ลอง เขาตัดสินใจเปิดใจ และการลงแข่งครั้งแรกก็กลายเป็นจุดเปลี่ยน
รายการแรกในชีวิตคือการแข่งขันสระ 25 เมตร ที่นครสวรรค์ และผลงานที่ได้—3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน—ทำให้เด็กคนหนึ่งเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองเป็นครั้งแรก
ครอบครัว แรงหนุนที่ไม่เคยหายไป
เบื้องหลังความสำเร็จของซี คือครอบครัวที่ไม่เคยตั้งคำถามกับเส้นทางนี้ แม่สนับสนุนเต็มที่ เพราะเห็นว่าการว่ายน้ำดีกว่านั่งเล่นเกมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน
แม้ซีจะเคยเป็นเด็กติดเกม นอนดึกเกือบเที่ยงคืนทุกวัน แต่เมื่อกลายเป็นนักกีฬา เขาเรียนรู้ที่จะปรับตัว ลดเวลาการเล่น เพื่อแลกกับการซ้อมและการพักผ่อนที่มีวินัยมากขึ้น
วันที่ท้อ…และเหตุผลที่ยังไม่เลิก
เส้นทางนักกีฬาไม่ได้ราบรื่น ซีเคยท้อ เคยคิดอยากเลิกว่ายน้ำ แต่ทุกครั้งที่ถอย ครอบครัวคือคนที่ดึงเขากลับมา
อีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญ คือถ้วยรางวัลที่วางอยู่หน้าทีวี ภาพเหล่านั้นย้ำเตือนว่า สิ่งที่เขาทำไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน และเขา “ทำได้จริง”
จากเด็กธรรมดา สู่คำว่า “ทีมชาติ”
โอกาสครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อซีคว้าเหรียญจากการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย จนเข้าตาผู้ฝึกสอนพาราทีมชาติ และได้รับการชักชวนให้คัดตัว
วันที่รู้ว่าติดทีมชาติ ความรู้สึกของเขาคือ “เหมือนฝัน” จากเด็กที่แค่เรียนว่ายน้ำ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้สวมชื่อทีมชาติไทยบนอกเสื้อ
เส้นทางจากวันแรกที่ลงสระ จนถึงวันติดทีมชาติ ใช้เวลากว่า 8–9 ปี และเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติมาได้เกือบหนึ่งปีแล้ว
เวิลด์ซีรี่ส์ครั้งแรก บนเวทีที่ใหญ่เกินจินตนาการ
การแข่งขันนานาชาติรายการแรกในนามทีมชาติ คือ เวิลด์ซีรี่ส์ ที่อิตาลี
ทุกอย่างใหม่หมด—สนาม นักกีฬา ภาษา และบรรยากาศระดับโลก ซีตื่นเต้น กดดัน และยังไม่เชื่อว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้จริง ๆ
แต่ผลลัพธ์กลับเกินฝัน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง โดยเหรียญทองแรกในชีวิตทีมชาติ คือฟรีสไตล์ 200 เมตร
จากนั้น เขาไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะรู้ดีว่า “เหรียญทองไม่ได้แปลว่าเพียงพอ”
เวิลด์ซีรี่ส์ที่ฝรั่งเศส ผลงานดีขึ้นอีก 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน
และเวิลด์ซีรี่ส์ที่เม็กซิโก แม้ต้องเจอเหตุการณ์ติดตม. ต้องนอนสนามบินจากไฟลต์ดีเลย์ แต่ยังคว้า 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และผ่านเกณฑ์ไปชิงแชมป์โลกได้สำเร็จ
เวทีโลก ที่ยืนยันว่าความฝันนี้มีอยู่จริง
การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สิงคโปร์ คือเวทีที่ทำให้ซีรู้สึกว่า “นี่เรามาถึงระดับโลกแล้วจริง ๆ”
จากเด็กตัวเล็ก ๆ สู่การแข่งขันที่ทุกอย่างเป็นมืออาชีพ เป้าหมายของเขาคือติดท็อป 8 ก็ภูมิใจแล้ว
แต่ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่คิด กรรเชียง 100 เมตร อันดับ 8 ของโลก และคว้าเหรียญทองแดงจากรายการผลัดถึง 2 รายการ
เป้าหมายต่อไป : พาราลิมปิก 2028
ความฝันสูงสุดของซี คือการได้ไปพาราลิมปิกสักครั้งในชีวิต และอยากให้เป็น “แอลเอ 2028”
เขารู้ดีว่าต้องซ้อมหนักกว่าเดิม พัฒนาเวลาให้ผ่านเกณฑ์เอ ซึ่งตอนนี้สถิติของเขาใกล้มาก เหลือเพียง “เสี้ยววินาที”
เป้าหมายไม่ใช่แค่ไปให้ถึง แต่คือการเข้ารอบลึก ๆ และพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองในเวทีที่ใหญ่ที่สุด
เวทีอาเซียนพาราเกมส์ กับความภูมิใจในฐานะเจ้าภาพ
อาเซียนพาราเกมส์ จะเป็นครั้งแรกที่ซีได้ลงแข่งในรายการนี้ เขามองว่านี่คือเวทีที่มอบโอกาสให้คนพิการได้แสดงฝีมือ และยิ่งพิเศษเมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
เป้าหมายส่วนตัวคือ 3 เหรียญทอง จากประเภทบุคคลและผลัด พร้อมคำสัญญาว่าจะทำเต็มที่ เพื่อให้คนไทยรู้สึกภูมิใจ
คติประจำใจ ที่พาเขามาไกลกว่าที่คิด
“ถ้าไม่ทำวันนี้ แล้วจะทำวันไหน”
ประโยคสั้น ๆ ที่สะท้อนชีวิตของ “ซี” เนติรัฐ มีพร้อม ได้ดีที่สุด
จากเด็กที่อยากลดน้ำหนักในสระว่ายน้ำ สู่การยืนบนเวทีโลกในนามทีมชาติไทย
ชีวิตที่ครั้งหนึ่งดูไกลเกินฝัน วันนี้ เขาว่ายน้ำเข้าใกล้มันมากขึ้น…ด้วยสองมือของตัวเอง