โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม่ผัวใส่ชุดขาวแย่งซีนในงานแต่ง แถมไล่เจ้าสาวออกจากรูปหมู่ บอก ‘เผื่อชีวิตคู่ไม่รอด’

WeR NEWS

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 10.15 น.

หญิงสาวรายหนึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์สุดเจ็บช้ำจากวันแต่งงาน หลังแม่สามีทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง ทั้งใส่ชุดสีขาวซึ่งควรสงวนไว้ให้เจ้าสาวเพียงคนเดียว และถึงขั้นไล่เธอออกจากรูปถ่ายครอบครัวด้วยเหตุผลว่า “เผื่ออนาคตชีวิตรักล่ม”

เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Reddit โดยเจ้าสาวได้โพสต์ภาพถ่ายจากวันงาน ซึ่งเธอเบลอใบหน้าทุกคนไว้ โดยในภาพแรกเป็นช่วงที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนถ่ายรูปร่วมกับพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย

แม่ของเธอแต่งกายเรียบร้อยในชุดสีชมพูดำ แต่แม่ของเจ้าบ่าวกลับเลือกใส่เดรสสีขาว ความยาวระดับเข่า กระโปรงบาน พร้อมดอกไม้สีชมพูตรงคอเสื้อ ซึ่งดูคล้ายกับโบว์ผ้าซาตินของเจ้าสาวอย่างจงใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าชุด คือพฤติกรรมของแม่สามีที่ตามมาในระหว่างการถ่ายภาพหมู่ เจ้าสาวเล่าว่า “แม่สามีใส่เดรสขาวในงาน แล้วบอกให้ฉันหลบออกจากเฟรมตอนถ่ายรูปที่สอง”

ภาพถัดมาแสดงให้เห็นแม่สามีโอบลูกชายแน่นเหมือนคู่รัก โดยเจ้าสาวกล่าวว่า “เธออยากอยู่ข้างลูกชายตลอด จนต้องทิ้งสามีตัวเองไปยืนกับแม่ฉันแทนตอนเปลี่ยนฝั่ง”

นอกจากนี้ แม่เจ้าบ่าวยังบอกช่างภาพว่า “อย่าถ่ายฉันติดเข้าไปด้วย เผื่อวันหลังชีวิตคู่มันพัง” และยังแย่งช่างภาพไปถ่ายภาพเฉพาะครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวอยู่นานกว่า 10 นาที

“มันน่าอายจนเจ็บลึกถึงวิญญาณ” เจ้าสาวกล่าว พร้อมระบุว่า แม้เวลาจะผ่านไปถึง 15 ปี แต่แม่สามีก็ยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิม

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากต่างวิจารณ์แม่เจ้าบ่าวอย่างรุนแรง หลายคนรู้สึกไม่ต่างจากเจ้าสาว บ้างระบุว่า “แม่คนนี้ดูเหมือนอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง” บ้างก็ว่า “ไร้มารยาทขั้นสุด แต่งตัวเหมือนไปงานพรอมมากกว่างานแต่งลูก”

โชคยังดีที่คู่รักคู่นี้ตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตร่วมกันในต่างทวีปเพียง 4 เดือนหลังแต่งงาน ห่างไกลจากแม่สามีจอมป่วนคนนี้ในที่สุด

ที่มาเดอะซัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...