10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด ราคาประหยัด สรรพคุณล้นตัวเหนือกว่าส้ม
เมื่อพูดถึงการเสริมวิตามินซีเพื่อป้องกันหวัดหรือบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ภาพจำแรกของใครหลายคนมักจะเป็นการวิ่งไปซื้อส้มรสเปรี้ยวหวานมารับประทาน หรือไม่ก็เลือกพึ่งพาอาหารเสริมอัดเม็ดราคาแพง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ท้องตลาดและสวนผลไม้ในประเทศไทยของเรานั้นเป็นแหล่งขุมทรัพย์ชั้นยอดที่ซ่อน "ซูเปอร์ฟู้ด" เอาไว้มากมาย แถมผลไม้ไทยท้องถิ่นเหล่านี้หลายชนิดยังมีปริมาณวิตามินซีที่พุ่งทะยานแซงหน้าส้มไปหลายเท่าตัว ในราคาที่สบายกระเป๋าเงินเป็นอย่างมาก
การหันมาบริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกาลไม่เพียงแต่ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในรูปแบบสารอินทรีย์ธรรมชาติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ร่วมด้วย ซึ่งสารตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยชั้นดีที่เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ยาวนานและเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าวิตามินสังเคราะห์อย่างเห็นได้ชัด
บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36
วิตามินซี ควรกินตอนไหน ให้ประโยชน์และผลดีต่อร่างกายมากที่สุด
อาหารช่วยลดอาการไอ มีเสมหะ เพิ่มวิตามินซีเสริมภูมิต้านทาน จมูกโล่งขึ้น
เปิด 10 อาหารโปรไบโอติกส์สูง ปรับสมดุลลำไส้ ช่วยระบบขับถ่ายและลดไขมัน
เจาะลึกกลไกวิทยาศาตร์ ทำไมวิตามินซีธรรมชาติถึงดีต่อร่างกาย?
วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก เป็นสารอาหารที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่จำเป็น กลไกหลักของวิตามินซีในร่างกายคือการทำหน้าที่เป็นตัวร่วมในกระบวนการไฮดรอกซิเลชัน (Hydroxylation) ของกรดอะมิโนโพรลีนและไลซีน ซึ่งเป็นขั้นตอนวิกฤตในการสร้าง คอลลาเจน สารโครงสร้างหลักที่ยึดเหนี่ยวผิวพรรณ เส้นเลือด และข้อต่อต่างๆ ให้แข็งแรงยืดหยุ่น
นอกจากนี้ ในระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีจะเข้าไปสะสมอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล (Neutrophils) และลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ในปริมาณที่สูงมาก เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระในภาวะที่ร่างกายเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ การได้รับวิตามินซีธรรมชาติจากผลไม้สดจึงเป็นการเติมพลังให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่เข้าจับสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิดโผจัดอันดับ 10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด เหนือกว่าส้มเกือบ 10 เท่า!
เพื่อความแม่นยำทางวิชาการและประโยชน์สูงสุดของผู้อ่าน เราได้อ้างอิงข้อมูลปริมาณสารอาหารต่อผลไม้สด 100 กรัม จากรายงานของ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในคู่มือตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย มาจัดอันดับให้เห็นกันชัดๆ ดังนี้
อันดับ 1 มะขามป้อม — ราชาแห่งวิตามินซีตัวจริง
ปริมาณวิตามินซี: สูงถึง 276 - 470 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้มเกือบ 10 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: มะขามป้อมลูกเล็กๆ ที่คนโบราณนิยมใช้แก้ไอ มีสารแทนนิน (Tannins) ชนิดพิเศษที่ช่วยปกป้องไม่ให้วิตามินซีถูกทำลายด้วยความร้อนหรือออกซิเจน ทำให้มันคงสภาพอยู่ได้นาน รสฝาดเปรี้ยวช่วยขับน้ำลาย แก้เจ็บคอ และต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจได้อย่างยอดเยี่ยม
อันดับ 2 ฝรั่ง — ขุมทรัพย์ผิวใสราคาประหยัด
ปริมาณวิตามินซี: 160 - 187 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 3-4 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: ฝรั่งไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์กิมจูหรือแป้นสีทอง ถือเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีต่อราคาคุ้มค่าที่สุด การรับประทานฝรั่งเพียงครึ่งลูกต่อวัน ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการขั้นต่ำแล้ว นอกจากนี้ฝรั่งยังมีใยอาหารสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อฝรั่งยังช่วยชะลอวัยของเซลล์ผิวได้ดีเยี่ยม แต่มีข้อแนะนำว่าห้ามปอกเปลือกทิ้ง เพราะบริเวณเปลือกสีเขียวอ่อนคือจุดที่มีวิตามินซีหนาแน่นที่สุด
อันดับ 3 พุทราไทย — ลูกจิ๋วแต่พลังทำลายล้างอนุมูลอิสระสูง
ปริมาณวิตามินซี: 70 - 100 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 2 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: พุทราไทยพื้นบ้านผลเล็กๆ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซีสูงกว่าพุทราจีนหลายเท่า สรรพคุณเด่นคือช่วยบำรุงประสาท แก้อาการนอนไม่หลับ และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด เป็นผลไม้เคี้ยวเพลินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างดี
อันดับ 4 มะละกอสุก — ตัวช่วยย่อยเนื้อนุ่ม สบายท้อง
ปริมาณวิตามินซี: 62 - 73 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: หลายคนคิดว่ามะละกอมีดีแค่ช่วยระบาย แต่ความจริงแล้วเนื้อสีส้มของมันอุดมไปด้วยวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ยิ่งไปกว่านั้น มะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้เบาลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ
อันดับ 5 ส้มโอ — ส้มยักษ์ไทย ดับกระหาย คลายร้อน
ปริมาณวิตามินซี: 61 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นตระกูลส้มเหมือนกัน แต่ส้มโอเนื้อแน่นๆ ของไทยเรามีวิตามินซีที่เสถียรและปริมาณสูงกว่าส้มสายน้ำผึ้งทั่วไป ส้มโอมีฤทธิ์เย็น ช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหาย และมีสารนารินจินที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี พลังต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
“หาวบ่อย” อาจไม่ใช่แค่การพักผ่อนไม่พอ แต่มีโรคแฝง เช็กอาการรีบพบแพทย์
ภาวะพึงพอใจในตนเองต่ำ จากความเครียดและกดดัน แนะวิธีฮีลใจยอมรับในตัวเอง
อันดับ 6 มะปรางหวาน / มะยงชิด — ผลไม้หน้าร้อน สวยฉ่ำระดับพรีเมียม
ปริมาณวิตามินซี: 50 - 65 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: สีเหลืองทองของมะยงชิดบ่งบอกถึงปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เข้มข้น เมื่อผสานพลังกับวิตามินซีสูง จึงช่วยกู้ผิวที่คล้ำเสียจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี รสชาติที่เปรี้ยวหวานลงตัวยังช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 7 ลิ้นจี่ — หอมหวาน ชื่นใจ บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต
ปริมาณวิตามินซี: 45 - 71 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: เนื้อลิ้นจี่ขาวฉ่ำน้ำมีวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง และยังมีสารโอลิโกนอล (Oligonol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระโมเลกุลเล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงหลอดเลือด และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
อันดับ 8 สับปะรด — เอนไซม์เด่น วิตามินดี ต้านการอักเสบ
ปริมาณวิตามินซี: 48 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: สับปะรดภูแลหรือปัตตาเวียรสหวานฉ่ำ มีวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เอนไซม์ โบรมีเลน (Bromelain) ที่ช่วยต้านการอักเสบของข้อต่อ ลดการบวมช้ำของร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัด คัดจมูก โดยการช่วยละลายเสมหะในลำคอ
อันดับ 9 เงาะ — ผลไม้บ้านๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นทันตาเห็น
ปริมาณวิตามินซี: 40 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นผลไม้รสหวานนำ แต่เงาะโรงเรียนสดๆ มีปริมาณวิตามินซีที่เทียบเท่ากับส้มสด วิตามินซีในเงาะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดฝอย ควบคุมการดูดซึมเหล็ก และปริมาณน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อเงาะยังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายที่อ่อนล้าได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 10 มะม่วงดิบ — เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ กระตุ้นการเผาผลาญ
ปริมาณวิตามินซี: 35 - 50 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของสายพันธุ์)
เจาะลึกสรรพคุณ: มะม่วงดิบสายพันธุ์ที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น มะม่วงแก้วขมิ้นหรือมะม่วงเบา ยิ่งเปรี้ยวมากเท่าไหร่ ปริมาณกรดอินทรีย์และวิตามินซีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น วิตามินซีจากมะม่วงดิบช่วยขับน้ำลาย เจริญอาหาร และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตารางเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการและราคา (ต่อน้ำหนัก 100 กรัม)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกซื้อเพื่อความคุ้มค่า นี่คือตารางสรุปข้อมูลเชิงเปรียบเทียบระหว่างปริมาณวิตามินซีเฉลี่ย และระดับราคาในท้องตลาดประเทศไทย
อันดับผลไม้ไทย ปริมาณวิตามินซีเฉลี่ย (mg / 100g) ระดับราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัม (บาท) ช่วงฤดูกาลที่ออกสู่ตลาดมากที่สุด 1. มะขามป้อม 276 - 470 40 - 60 กันยายน - กุมภาพันธ์ 2. ฝรั่ง 160 - 187 30 - 50 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 3. พุทราไทย 70 - 100 40 - 60 ธันวาคม - กุมภาพันธ์ 4. มะละกอสุก 62 - 73 35 - 50 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 5. ส้มโอ 61 50 - 80 สิงหาคม - พฤศจิกายน 6. มะยงชิด / มะปราง 50 - 65 80 - 150 กุมภาพันธ์ - เมษายน 7. ลิ้นจี่ 45 - 71 60 - 120 เมษายน - มิถุนายน 8. สับปะรด 48 20 - 40 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 9. เงาะ 40 35 - 60 พฤษภาคม - สิงหาคม 10. มะม่วงดิบ 35 - 50 25 - 45 มีนาคม - พฤษภาคม
เทคนิคลับกินผลไม้สดให้ได้วิตามินซีเต็ม 100% ไม่โดนทำลาย
การเลือกซื้อผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาปอกใส่จานเพียงอย่างเดียว อาจไม่การันตีว่าร่างกายของคุณจะได้รับวิตามินครบถ้วนตามตัวเลขสถิติ เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติที่อ่อนแอและถูกทำลายได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิตามินทั้งหมด ต่อไปนี้คือข้อพากลทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ห้ามหั่นทิ้งไว้ล่วงหน้านานเกินไป เมื่อเนื้อผลไม้สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ วิตามินซีจะเริ่มสลายตัวทันที ดังนั้นควรปอกและหั่นแล้วรับประทานทันที หากจำเป็นต้องเก็บ ควรใส่กล่องสุญญากาศและแช่ตู้เย็นไว้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง
ทานสดดีที่สุด หลีกเลี่ยงการผ่านความร้อน วิตามินซีจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความร้อนที่อุณหภูมิตั้งแต่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป การนำฝรั่งหรือสับปะรดไปกวน อบแห้ง หรือผ่านกรรมวิธีแปรรูปแทบจะไม่หลงเหลือวิตามินซีอยู่เลย
กินพร้อมเปลือกในผลไม้ที่ทำได้ สำหรับฝรั่ง หรือพุทรา วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระจะสะสมอยู่บริเวณเนื้อเยื่อชั้นนอกและเปลือกมากที่สุด การปอกเปลือกสีเขียวออกจนเกลี้ยงเท่ากับการทิ้งสารอาหารหลักไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: การกินผลไม้สดเพื่อให้ได้วิตามินซีสูงสุด ควรเลือกรับประทานในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหลังมื้ออาหารหลัก โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะสารอาหารจากมื้อหลักจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้การดูดซึมวิตามินซีร่วมกับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ธาตุเหล็ก เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
การหันมารับประทานผลไม้ไทยท้องถิ่นตามฤดูกาล จึงไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกายในการเติมเกราะป้องกันระบบภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูผิวพรรณให้กระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกระเป๋าเงิน และเป็นการช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทยในท้องถิ่นให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืนอีกด้วย เริ่มต้นเปลี่ยนส้มนำเข้าราคาแพงในมื้อถัดไปของคุณ แล้วหันมาหยิบฝรั่งหรือมะขามป้อมทานดูสักนิด แล้วคุณจะรู้ว่าขุมทรัพย์สุขภาพดีที่แท้จริงอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด ราคาประหยัด สรรพคุณล้นตัวเหนือกว่าส้ม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com