โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด ราคาประหยัด สรรพคุณล้นตัวเหนือกว่าส้ม

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดลิสต์ผลไม้ไทยท้องถิ่นหาง่ายราคาประหยัด แต่มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้ม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงห่างไกลหวัด

เมื่อพูดถึงการเสริมวิตามินซีเพื่อป้องกันหวัดหรือบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ภาพจำแรกของใครหลายคนมักจะเป็นการวิ่งไปซื้อส้มรสเปรี้ยวหวานมารับประทาน หรือไม่ก็เลือกพึ่งพาอาหารเสริมอัดเม็ดราคาแพง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ท้องตลาดและสวนผลไม้ในประเทศไทยของเรานั้นเป็นแหล่งขุมทรัพย์ชั้นยอดที่ซ่อน "ซูเปอร์ฟู้ด" เอาไว้มากมาย แถมผลไม้ไทยท้องถิ่นเหล่านี้หลายชนิดยังมีปริมาณวิตามินซีที่พุ่งทะยานแซงหน้าส้มไปหลายเท่าตัว ในราคาที่สบายกระเป๋าเงินเป็นอย่างมาก

การหันมาบริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกาลไม่เพียงแต่ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในรูปแบบสารอินทรีย์ธรรมชาติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ร่วมด้วย ซึ่งสารตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยชั้นดีที่เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ยาวนานและเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าวิตามินสังเคราะห์อย่างเห็นได้ชัด

บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36

เจาะลึกกลไกวิทยาศาตร์ ทำไมวิตามินซีธรรมชาติถึงดีต่อร่างกาย?

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก เป็นสารอาหารที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่จำเป็น กลไกหลักของวิตามินซีในร่างกายคือการทำหน้าที่เป็นตัวร่วมในกระบวนการไฮดรอกซิเลชัน (Hydroxylation) ของกรดอะมิโนโพรลีนและไลซีน ซึ่งเป็นขั้นตอนวิกฤตในการสร้าง คอลลาเจน สารโครงสร้างหลักที่ยึดเหนี่ยวผิวพรรณ เส้นเลือด และข้อต่อต่างๆ ให้แข็งแรงยืดหยุ่น

นอกจากนี้ ในระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีจะเข้าไปสะสมอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล (Neutrophils) และลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ในปริมาณที่สูงมาก เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระในภาวะที่ร่างกายเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ การได้รับวิตามินซีธรรมชาติจากผลไม้สดจึงเป็นการเติมพลังให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่เข้าจับสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เปิดโผจัดอันดับ 10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด เหนือกว่าส้มเกือบ 10 เท่า!

เพื่อความแม่นยำทางวิชาการและประโยชน์สูงสุดของผู้อ่าน เราได้อ้างอิงข้อมูลปริมาณสารอาหารต่อผลไม้สด 100 กรัม จากรายงานของ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในคู่มือตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย มาจัดอันดับให้เห็นกันชัดๆ ดังนี้

อันดับ 1 มะขามป้อม — ราชาแห่งวิตามินซีตัวจริง

  • ปริมาณวิตามินซี: สูงถึง 276 - 470 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้มเกือบ 10 เท่า)

  • เจาะลึกสรรพคุณ: มะขามป้อมลูกเล็กๆ ที่คนโบราณนิยมใช้แก้ไอ มีสารแทนนิน (Tannins) ชนิดพิเศษที่ช่วยปกป้องไม่ให้วิตามินซีถูกทำลายด้วยความร้อนหรือออกซิเจน ทำให้มันคงสภาพอยู่ได้นาน รสฝาดเปรี้ยวช่วยขับน้ำลาย แก้เจ็บคอ และต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจได้อย่างยอดเยี่ยม

อันดับ 2 ฝรั่ง — ขุมทรัพย์ผิวใสราคาประหยัด

  • ปริมาณวิตามินซี: 160 - 187 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 3-4 เท่า)

  • เจาะลึกสรรพคุณ: ฝรั่งไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์กิมจูหรือแป้นสีทอง ถือเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีต่อราคาคุ้มค่าที่สุด การรับประทานฝรั่งเพียงครึ่งลูกต่อวัน ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการขั้นต่ำแล้ว นอกจากนี้ฝรั่งยังมีใยอาหารสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อฝรั่งยังช่วยชะลอวัยของเซลล์ผิวได้ดีเยี่ยม แต่มีข้อแนะนำว่าห้ามปอกเปลือกทิ้ง เพราะบริเวณเปลือกสีเขียวอ่อนคือจุดที่มีวิตามินซีหนาแน่นที่สุด

อันดับ 3 พุทราไทย — ลูกจิ๋วแต่พลังทำลายล้างอนุมูลอิสระสูง

  • ปริมาณวิตามินซี: 70 - 100 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 2 เท่า)

  • เจาะลึกสรรพคุณ: พุทราไทยพื้นบ้านผลเล็กๆ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซีสูงกว่าพุทราจีนหลายเท่า สรรพคุณเด่นคือช่วยบำรุงประสาท แก้อาการนอนไม่หลับ และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด เป็นผลไม้เคี้ยวเพลินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างดี

อันดับ 4 มะละกอสุก — ตัวช่วยย่อยเนื้อนุ่ม สบายท้อง

  • ปริมาณวิตามินซี: 62 - 73 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: หลายคนคิดว่ามะละกอมีดีแค่ช่วยระบาย แต่ความจริงแล้วเนื้อสีส้มของมันอุดมไปด้วยวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ยิ่งไปกว่านั้น มะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้เบาลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ

อันดับ 5 ส้มโอ — ส้มยักษ์ไทย ดับกระหาย คลายร้อน

  • ปริมาณวิตามินซี: 61 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นตระกูลส้มเหมือนกัน แต่ส้มโอเนื้อแน่นๆ ของไทยเรามีวิตามินซีที่เสถียรและปริมาณสูงกว่าส้มสายน้ำผึ้งทั่วไป ส้มโอมีฤทธิ์เย็น ช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหาย และมีสารนารินจินที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ

บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36

อันดับ 6 มะปรางหวาน / มะยงชิด — ผลไม้หน้าร้อน สวยฉ่ำระดับพรีเมียม

  • ปริมาณวิตามินซี: 50 - 65 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: สีเหลืองทองของมะยงชิดบ่งบอกถึงปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เข้มข้น เมื่อผสานพลังกับวิตามินซีสูง จึงช่วยกู้ผิวที่คล้ำเสียจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี รสชาติที่เปรี้ยวหวานลงตัวยังช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว

อันดับ 7 ลิ้นจี่ — หอมหวาน ชื่นใจ บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต

  • ปริมาณวิตามินซี: 45 - 71 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: เนื้อลิ้นจี่ขาวฉ่ำน้ำมีวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง และยังมีสารโอลิโกนอล (Oligonol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระโมเลกุลเล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงหลอดเลือด และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

อันดับ 8 สับปะรด — เอนไซม์เด่น วิตามินดี ต้านการอักเสบ

  • ปริมาณวิตามินซี: 48 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: สับปะรดภูแลหรือปัตตาเวียรสหวานฉ่ำ มีวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เอนไซม์ โบรมีเลน (Bromelain) ที่ช่วยต้านการอักเสบของข้อต่อ ลดการบวมช้ำของร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัด คัดจมูก โดยการช่วยละลายเสมหะในลำคอ

อันดับ 9 เงาะ — ผลไม้บ้านๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นทันตาเห็น

  • ปริมาณวิตามินซี: 40 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม

  • เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นผลไม้รสหวานนำ แต่เงาะโรงเรียนสดๆ มีปริมาณวิตามินซีที่เทียบเท่ากับส้มสด วิตามินซีในเงาะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดฝอย ควบคุมการดูดซึมเหล็ก และปริมาณน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อเงาะยังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายที่อ่อนล้าได้อย่างรวดเร็ว

อันดับ 10 มะม่วงดิบ — เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ กระตุ้นการเผาผลาญ

  • ปริมาณวิตามินซี: 35 - 50 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของสายพันธุ์)

  • เจาะลึกสรรพคุณ: มะม่วงดิบสายพันธุ์ที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น มะม่วงแก้วขมิ้นหรือมะม่วงเบา ยิ่งเปรี้ยวมากเท่าไหร่ ปริมาณกรดอินทรีย์และวิตามินซีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น วิตามินซีจากมะม่วงดิบช่วยขับน้ำลาย เจริญอาหาร และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตารางเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการและราคา (ต่อน้ำหนัก 100 กรัม)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกซื้อเพื่อความคุ้มค่า นี่คือตารางสรุปข้อมูลเชิงเปรียบเทียบระหว่างปริมาณวิตามินซีเฉลี่ย และระดับราคาในท้องตลาดประเทศไทย

อันดับผลไม้ไทย ปริมาณวิตามินซีเฉลี่ย (mg / 100g) ระดับราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัม (บาท) ช่วงฤดูกาลที่ออกสู่ตลาดมากที่สุด 1. มะขามป้อม 276 - 470 40 - 60 กันยายน - กุมภาพันธ์ 2. ฝรั่ง 160 - 187 30 - 50 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 3. พุทราไทย 70 - 100 40 - 60 ธันวาคม - กุมภาพันธ์ 4. มะละกอสุก 62 - 73 35 - 50 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 5. ส้มโอ 61 50 - 80 สิงหาคม - พฤศจิกายน 6. มะยงชิด / มะปราง 50 - 65 80 - 150 กุมภาพันธ์ - เมษายน 7. ลิ้นจี่ 45 - 71 60 - 120 เมษายน - มิถุนายน 8. สับปะรด 48 20 - 40 ออกผลผลิตตลอดทั้งปี 9. เงาะ 40 35 - 60 พฤษภาคม - สิงหาคม 10. มะม่วงดิบ 35 - 50 25 - 45 มีนาคม - พฤษภาคม

เทคนิคลับกินผลไม้สดให้ได้วิตามินซีเต็ม 100% ไม่โดนทำลาย

การเลือกซื้อผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาปอกใส่จานเพียงอย่างเดียว อาจไม่การันตีว่าร่างกายของคุณจะได้รับวิตามินครบถ้วนตามตัวเลขสถิติ เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติที่อ่อนแอและถูกทำลายได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิตามินทั้งหมด ต่อไปนี้คือข้อพากลทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

  • ห้ามหั่นทิ้งไว้ล่วงหน้านานเกินไป เมื่อเนื้อผลไม้สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ วิตามินซีจะเริ่มสลายตัวทันที ดังนั้นควรปอกและหั่นแล้วรับประทานทันที หากจำเป็นต้องเก็บ ควรใส่กล่องสุญญากาศและแช่ตู้เย็นไว้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง

  • ทานสดดีที่สุด หลีกเลี่ยงการผ่านความร้อน วิตามินซีจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความร้อนที่อุณหภูมิตั้งแต่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป การนำฝรั่งหรือสับปะรดไปกวน อบแห้ง หรือผ่านกรรมวิธีแปรรูปแทบจะไม่หลงเหลือวิตามินซีอยู่เลย

  • กินพร้อมเปลือกในผลไม้ที่ทำได้ สำหรับฝรั่ง หรือพุทรา วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระจะสะสมอยู่บริเวณเนื้อเยื่อชั้นนอกและเปลือกมากที่สุด การปอกเปลือกสีเขียวออกจนเกลี้ยงเท่ากับการทิ้งสารอาหารหลักไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: การกินผลไม้สดเพื่อให้ได้วิตามินซีสูงสุด ควรเลือกรับประทานในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหลังมื้ออาหารหลัก โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะสารอาหารจากมื้อหลักจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้การดูดซึมวิตามินซีร่วมกับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ธาตุเหล็ก เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

การหันมารับประทานผลไม้ไทยท้องถิ่นตามฤดูกาล จึงไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกายในการเติมเกราะป้องกันระบบภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูผิวพรรณให้กระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกระเป๋าเงิน และเป็นการช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทยในท้องถิ่นให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืนอีกด้วย เริ่มต้นเปลี่ยนส้มนำเข้าราคาแพงในมื้อถัดไปของคุณ แล้วหันมาหยิบฝรั่งหรือมะขามป้อมทานดูสักนิด แล้วคุณจะรู้ว่าขุมทรัพย์สุขภาพดีที่แท้จริงอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด ราคาประหยัด สรรพคุณล้นตัวเหนือกว่าส้ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...