โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” หารือ “โอมาน” ตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ลั่นต้องเปิดเสรี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"อิหร่าน" หารือ "โอมาน" ตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ลั่นต้องเปิดเสรี ขณะที่หลายชาติหวั่นเกิดบรรทัดฐานอันตรายต่อเสรีภาพการเดินเรือระหว่างประเทศ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 00.39 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าอิหร่านกำลังหารือกับโอมานเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางถาวรสำหรับเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดในการทำให้การควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกแห่งนี้เป็นทางการมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องหลังสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน

โมฮัมหมัด อามิน-เนจาด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า อิหร่านและโอมานจำเป็นต้องระดมทรัพยากรเพื่อดูแลความปลอดภัยและบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเหมาะสม พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวมีต้นทุน และประเทศหรือบริษัทที่ต้องการใช้เส้นทางเดินเรือนี้ก็ควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วย

เขากล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะมีความโปร่งใส และหากประชาคมโลกต้องการให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาคัดค้านแนวคิดดังกล่าวทันที โดยระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดเสรีและปลอดค่าผ่านทาง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศแห่งนี้

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านทางตอนเหนือและโอมานทางตอนใต้ ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เนื่องจากเป็นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของอุปทานโลก รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่น เช่น อะลูมิเนียมและปุ๋ย

ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้จำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดสงครามในภูมิภาค โดยกองทัพเรือสหรัฐยังได้ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ส่งผลให้การขนส่งทางทะเลในเส้นทางดังกล่าวแทบหยุดชะงัก

วิกฤตด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และกระตุ้นแรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่บริษัทเดินเรือจำนวนมากระบุว่า จะยังไม่กลับมาใช้เส้นทางนี้จนกว่าสงครามจะสิ้นสุด เนื่องจากกังวลความเสี่ยงจากขีปนาวุธ โดรน และทุ่นระเบิดทางทะเล

แม้อิหร่านยืนยันว่าเส้นทางไม่ได้ถูกปิดทั้งหมด และอ้างว่าในช่วงวันอังคารถึงวันพุธที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า 26 ลำเดินทางผ่านช่องแคบด้วยการดูแลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก ซึ่งปกติมีเรือผ่านเฉลี่ยราว 135 ลำต่อวัน

รายงานระบุว่า อิหร่านได้ขยายขอบเขตอำนาจการควบคุมในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมออกกฎใหม่สำหรับเรือที่ต้องการเดินทางผ่าน โดยผู้ประกอบการเดินเรือต้องติดต่อกับหน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า “Persian Gulf Strait Authority” และในบางกรณีมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้เรือสามารถผ่านเส้นทางได้อย่างปลอดภัย

อิหร่านยังอ้างว่า ประเทศอย่างจีนและเกาหลีใต้ได้ประสานงานกับกองทัพเรือ IRGC เพื่อให้เรือของตนสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ แม้ทั้งสองประเทศจะยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว และอิหร่านเองก็ไม่ได้เปิดเผยว่ามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่

ด้านประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงซาอุดีอาระเบีย และชาติยุโรป ต่างแสดงความกังวลต่อแนวทางของอิหร่าน โดยมองว่าช่องแคบฮอร์มุซควรเป็นน่านน้ำสากล ไม่ใช่พื้นที่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถควบคุมหรือใช้เป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองได้

สุลต่าน อัล จาเบอร์ ประธานบริษัทน้ำมันแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตือนว่า หากโลกยอมรับให้ประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถจับเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดของโลกเป็นตัวประกันได้ จะถือเป็นบรรทัดฐานอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือทั่วโลกในระยะยาว

แม้อิหร่านและสหรัฐจะตกลงหยุดยิงชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน และเริ่มส่งข้อความเจรจาผ่านปากีสถานเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนที่แตกต่างกันมาก และต่างส่งสัญญาณว่ายังพร้อมกลับมาปะทะกันได้ทุกเมื่อ

อามิน-เนจาด ยังกล่าวว่า สหรัฐประเมินความแข็งแกร่งของอิหร่านต่ำเกินไป โดยเชื่อว่าแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมจะทำให้อิหร่านยอมจำนนภายในไม่กี่วัน แต่ในความเป็นจริง อิหร่านยังสามารถรักษาเสถียรภาพของประเทศไว้ได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสงครามและเศรษฐกิจที่เสียหายอย่างรุนแรงก็ตาม

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...