โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีลเลอร์ NETA ยื่นร้องขอรัฐช่วย หลังบริษัทแม่ค้างจ่ายเงินอุดหนุน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 13 มิ.ย. – กลุ่มตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA จากหลายจังหวัดทั่วประเทศรวมตัวกันยื่นหนังสือต่อกรมสรรพสามิต ขอให้ช่วยตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหากรณีบริษัท เนต้า ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ค้างชำระเงินสนับสนุนและค่าชดเชยตามข้อตกลงในโครงการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

นายฉัตรดนัย คมฤทัย ตัวแทนผู้จำหน่าย กล่าวว่า ตัวแทนจำหน่ายหลายรายได้รับผลกระทบสะสมจากการที่บริษัทแม่ไม่จ่ายเงินอุดหนุนตามที่ระบุในสัญญา แม้จะทวงถามต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2567 ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน โดยบางรายมีความเสียหายรวมเกือบ 200 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการรับประกันสินค้า เช่น แบตเตอรี่และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริโภคในอนาคต หากไม่มีความชัดเจนในเรื่องการเคลมและการดูแลหลังการขาย

ผู้แทนจำหน่ายยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท การแต่งตั้งกรรมการใหม่ และการจัดหาอะไหล่ผ่านบุคคลภายนอกโดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับเงินชดเชย ซึ่งส่งผลให้ผู้จำหน่ายต้องรับภาระต้นทุนเองโดยไม่ได้รับการเยียวยา

ตัวแทนกลุ่มดีลเลอร์จึงร้องขอให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกรมสรรพสามิต พิจารณาว่า เงินอุดหนุนที่ยังค้างอยู่ตามมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งยังไม่จ่ายให้แก่บริษัทเนต้า อาจสามารถกันไว้เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการค้างชำระของบริษัทแม่ได้หรือไม่

ด้านนายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งเดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง ระบุว่า เงินสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในเชิงภาษี โดยยืนยันว่า บริษัทเนต้าได้รับเงินอุดหนุนไปแล้วบางส่วน แต่อีกบางรายการยังต้องชะลอจ่ายไว้ เนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไข เช่น การวางหลักประกันธนาคาร (แบงก์การันตี) และข้อกำหนดด้านการผลิตในประเทศได้ครบถ้วน

รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ชี้แจงว่า ข้อเสนอให้กรมนำเงินอุดหนุนไปช่วยเหลือดีลเลอร์นั้น อาจอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของกรมฯ เนื่องจากเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน ซึ่งต้องใช้กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี กรมฯ จะรับหนังสือไว้พิจารณาเพื่อดูว่ามีประเด็นใดที่สามารถดำเนินการหรือประสานงานเพิ่มเติมได้ในกรอบของกฎหมาย.-512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...