โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวขับชนเสาไฟฟ้าล้ม 9 ต้น ดับมืดกว่าครึ่งเมือง รถชาวบ้านพังหลายคันสุดระทึก

Khaosod

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 01.41 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 01.35 น.

สาวขับกระบะชนเสาไฟฟ้าล้ม 9 ต้น หม้อแปลงพัง ไฟดับกว่าครึ่งเมืองเสียหายหนัก รถชาวบ้านก็พังหลายคัน สุดระทึก ตร.เร่งหาสาเหตุ คาดมูลค่าความเสียหาย

อุบัติเหตุเกิดช่วงกลางดึก สาวขับรถกลับจากงานเรือพระเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าโค่นเรียงเป็นแนวยาว เสาไฟหัก 9 ต้น หม้อแปลงพัง ไฟดับเป็นวงกว้างกว่าครึ่งเมือง ชาวบ้านระทึก รถจอด-รถผ่านทางเสียหายรวม 3 คัน โชคดีบาดเจ็บเล็กน้อย ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกาย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 10 ต.ค.68 ร.ต.อ.นรชัย แก้วหนู รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งรถกระบะชนเสาไฟฟ้าเสียหายหลายต้น บริเวณถนนห้วยยอด ฝั่งขาออกมุ่งหน้า ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมทางหลวงตรัง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง และประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตรัง

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนหน้าอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งต่ำกว่าระดับถนน พบรถกระบะสีขาวรุ่นไฮลักซ์ สีขาว ทะเบียน 3 ฒศ5929 กรุงเทพมหานคร สภาพกันชนหน้ารถแตก มีรอยชนจนยุบด้านซ้ายฝั่งประตูคนขับ ภายในรถมีผู้โดยสารเป็นหญิงรวมคนขับทั้งหมด 3 คน เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อคนขับต่อมา น.ส.ณัฐชยา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เป็นคนขับ

ห่างไปเล็กน้อยพบเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายหักครึ่งท่อนทำให้ดึงเสาไฟล้มลงกีดขวางทางจราจร เสียหายรวมทั้งหมด 9 ต้น นอกจากนี้มีหม้อแปลงไฟฟ้า รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน ขฉ 9595 สงขลา ที่จอดหน้าบ้านได้รับความเสียหายถูกเสาไฟล้มใส่หน้ารถและรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน กบ 3238 ตรัง ที่ขับมาตามเส้นทางได้รับความเสียหายเล็กน้อย

สอบถาม นายวิศนุ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เจ้าของรถเก๋ง เล่าว่า ตนกำลังขับรถออกมาจากซอยห้วยยอด 19 เพื่อกลับบ้านที่ ต.ลำภูรา เมื่อขับพ้นซอยมาเห็นสายไฟกำลังล้มเอนมาทีละต้นและมีแสงไฟวูบวาบ ตนจึงขับเปลี่ยนมาเลนขวาสุดเพื่อหลบเสาไฟแต่ไม่พ้นเสาไฟล้มพาดหน้ารถได้รับความเสียหายกระจกข้างคนขับหัก และมีรอยยุบที่หน้ารถ ตนตกใจมากในรถมีภรรยาและลูกชายจึงรีบพาลงจากรถพาข้ามถนนให้พ้นจากสายไฟ

ด้านนางพิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี เจ้าของรถที่ได้รับความเสียหายอีกคัน กล่าวว่า ตอนนั้นกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน จู่ๆมีเสียงดังสนั่น และมีแสงประกายไฟวูบวาบอยู่นอกบ้านจนไฟฟ้าได้ดับลง ตอนนั้นตกใจมากตัวสั่นไปหมด จึงได้เดินออกมาหน้าบ้านก็พบว่าไฟดับไปทั้งแถบ และเห็นเสาไฟล้มทับรถยนต์ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบถามคนขับรถกระบะเบื้องต้นทราบว่า กำลังเดินทางกลับจากงานเรือพระ ที่จัดบริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง 2 ทุ่งแจ้ง เพื่อกลับบ้านพักใน อ.ห้วยยอด เมื่อขับมาถึงก่อนจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งเล็กน้อยและถนนเปียกเนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนัก โดยขับมาไม่เร็ว ระหว่างเข้าโค้ง จู่ๆรถเสียหลักไปฟาดเสาไฟหักดังกล่าว เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว ไม่พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดในภายหลังได้เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้งโดยให้ผู้บาดเจ็บทั้งหมดรักษาตัวก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดอุบัติเหตุเกิดไฟดับเป็นวงกว้างตลอดแนวถนนห้วยยอด การแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าเก็บกู้ซากเสาไฟที่โค่นล้ม เพื่อคืนผิวจราจรก่อนเป็นอันดับแรก คาดว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า จากนั้นจะเดินหน้าซ่อมระบบไฟฟ้าให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ หากชนเสาไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์อื่นๆ ติดตั้งอยู่ จนทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย เช่น สายไฟขาด หม้อแปลงไฟฟ้าเสียหาย หากต้องถึงมือช่างผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซม หรือถ้ามีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ค่าเสียหายอาจจะสูงขึ้นซึ่งยังไม่รวมค่ารื้อถอน ค่าอุปกรณ์ ค่าดำเนินการต่างๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวขับชนเสาไฟฟ้าล้ม 9 ต้น ดับมืดกว่าครึ่งเมือง รถชาวบ้านพังหลายคันสุดระทึก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...