โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 10.38 น.

ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) 32,47/48 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 32.33/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์แข็งค่าหลังจากได้รับแรงหนุนจาก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (01/11) ทำเนียบขาวได้เผยแพร่เอกสารเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ที่เมืองปูชาน ประเทศเกาหลีใต้

โดยจีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากเพิ่มเติม และจะยุติการสอบสวนบริษัทสัญชาติสหรัฐ ในชัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ด้วย ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า จีนจะออกใบอนุญาตทั่วไปสำหรับการส่งออกแร่หายาก รวมถึงแกลเลียม เจอร์เมเนียม พลวง และกราไฟต์ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยกเลิกมาตรการควบคุมที่จีนประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายน 2568

ทางด้านสหรัฐและจีนเคยระบุว่า จีนจะระงับมาตรการควบคุมที่เข้มงวดกว่าซึ่งประกาศในเดือนตุลาคม 2568 เป็นเวลาหนึ่งปีด้วยเช่นกัน ส่วนสหรัฐจะระงับภาษีตอบโต้บางส่วนต่อจีนออกไปอีกหนึ่งปี และระงับแผนการที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% ตามเคยขู่ไว้

นอกจากนี้ จะขยายเวลาการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 บางรายการที่จะหมดอายุในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 (ภาษีตามมาตรา 301 นี้ครอบคลุม ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกาณ์ทางการแพทย์ และแร่สำคัญบางชนิด) นอกจากนี้ในวันเดียวกันรัฐบาลสหรัฐ เริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% สำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงชิ้นส่วนของรถเหล่านี้ ส่งผลให้ภาษีรวมของยานพาหนะประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 50%

โดยทำเนียบขาวระบุว่ามาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อ “สนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศและปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ” โดยใช้บังคับกับรถบรรทุกบางรุ่นที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งอาจกระทบต่อบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แถลงสรุปผลภารกิจจากการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 มีใจความว่า ในทางพาณิชย์ ประเทศไทยเน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับของภูมิภาค ได้แก่ เรื่องความมั่นคงทางอาหาร การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว

สำหรับการเจรจาแบบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศ นายอนุทินชี้แจงว่าได้มีข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญเกิดขึ้นในหลายด้าน เช่น ไทย-สิงคโปร์จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ไทย-มาเลเซียตกลงที่จะใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก และประเทศไทยจะร่วมผลักดันให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.38-32.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) ที่ระดับ 1.1525/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 1.1576/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ขณะที่ในยุโรป นายโยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Deulsche Bundesbank) และสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในวันนี้ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่เบี่ยงเบนจากการคาดการณ์ของธนาคารกลาง แต่ยังคงเปิดทางเลือกทั้งหมดไว้สำหรับการประชุมครั้งถัดไป

นอกจากนี้ดัชนี PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีโดย HCOB ปรับตัวสูงขึ้นที่ 49.6 (เดือนกันยายน : 49.5) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน แต่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 52.4 (เดือนกันยายน : 53.0) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1509 – 1.1541 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1512/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลือนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) ที่ระดับ 154.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 154.14/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวไม่มากนักในช่วงการซื้อขายของเอเชีย เนื่องจากวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นวันหยุดธนาคารในญี่ปุ่นทำให้ความผันผวนลดลง

นอกจากนี้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ชานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ตกลงกันว่า จะเสริมสร้างความร่วมมีอทวิภาคีในหลายด้าน รวมทั้งด้านความมั่นคงและพลังงานในการพบปะกันครั้งแรกนอกรอบการประชุมสุดยอดเอเปคที่เกาหลีใต้ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองยังยืนยันนโยบายในการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาในภูมิภาค

เช่น การพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ รวมถึงกรณีการลักพาตัวคนญี่ปุ่นเมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทาคาอิจิและคาร์นีย์ยังเห็นพ้องกันว่าประเทศของตนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.97 – 154.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.15/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ดัชนี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) ของสหรัฐ (03/11), ดัชนีราคาภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม ของสหรัฐ (03/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางออสเตรเลีย (04/11), การเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานของสเปน (04/11), ตัวเลขดุลการค้า ของสหรัฐ (04/11),

ตำแหน่งการจ้างงานงานเปิดใหม่จากการสำรวจตำแหน่งงานว่างและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ของสหรัฐ (04/11), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน Caixin ของจีน (05/11), ดัชนี PMI รวมจาก S&P Global ของสหภาพยุโรป (05/11), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมจากเอดีพี ของสหรัฐ (05/11), ดัชนี PMI ภาคบริการจากสถาบันไอเอสเอ็มของสหรัฐ (05/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางอังกฤษ (06/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (06/11),

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (PCE) ของสหรัฐ (07/11), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ (07/11), ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐ (07/11), รายได้เฉลี่ยรายชั่วโมงของสหรัฐ (07/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (07/11) ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของรัฐบาล อาจถูกเลื่อน ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกได้

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.4/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -6.1/-3.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...