ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน
ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) 32,47/48 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 32.33/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์แข็งค่าหลังจากได้รับแรงหนุนจาก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (01/11) ทำเนียบขาวได้เผยแพร่เอกสารเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ที่เมืองปูชาน ประเทศเกาหลีใต้
โดยจีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากเพิ่มเติม และจะยุติการสอบสวนบริษัทสัญชาติสหรัฐ ในชัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ด้วย ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า จีนจะออกใบอนุญาตทั่วไปสำหรับการส่งออกแร่หายาก รวมถึงแกลเลียม เจอร์เมเนียม พลวง และกราไฟต์ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยกเลิกมาตรการควบคุมที่จีนประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายน 2568
ทางด้านสหรัฐและจีนเคยระบุว่า จีนจะระงับมาตรการควบคุมที่เข้มงวดกว่าซึ่งประกาศในเดือนตุลาคม 2568 เป็นเวลาหนึ่งปีด้วยเช่นกัน ส่วนสหรัฐจะระงับภาษีตอบโต้บางส่วนต่อจีนออกไปอีกหนึ่งปี และระงับแผนการที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% ตามเคยขู่ไว้
นอกจากนี้ จะขยายเวลาการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 บางรายการที่จะหมดอายุในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 (ภาษีตามมาตรา 301 นี้ครอบคลุม ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกาณ์ทางการแพทย์ และแร่สำคัญบางชนิด) นอกจากนี้ในวันเดียวกันรัฐบาลสหรัฐ เริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% สำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงชิ้นส่วนของรถเหล่านี้ ส่งผลให้ภาษีรวมของยานพาหนะประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 50%
โดยทำเนียบขาวระบุว่ามาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อ “สนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศและปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ” โดยใช้บังคับกับรถบรรทุกบางรุ่นที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งอาจกระทบต่อบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แถลงสรุปผลภารกิจจากการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 มีใจความว่า ในทางพาณิชย์ ประเทศไทยเน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับของภูมิภาค ได้แก่ เรื่องความมั่นคงทางอาหาร การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว
สำหรับการเจรจาแบบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศ นายอนุทินชี้แจงว่าได้มีข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญเกิดขึ้นในหลายด้าน เช่น ไทย-สิงคโปร์จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ไทย-มาเลเซียตกลงที่จะใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก และประเทศไทยจะร่วมผลักดันให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.38-32.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) ที่ระดับ 1.1525/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 1.1576/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ขณะที่ในยุโรป นายโยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Deulsche Bundesbank) และสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในวันนี้ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่เบี่ยงเบนจากการคาดการณ์ของธนาคารกลาง แต่ยังคงเปิดทางเลือกทั้งหมดไว้สำหรับการประชุมครั้งถัดไป
นอกจากนี้ดัชนี PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีโดย HCOB ปรับตัวสูงขึ้นที่ 49.6 (เดือนกันยายน : 49.5) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน แต่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 52.4 (เดือนกันยายน : 53.0) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1509 – 1.1541 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1512/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลือนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/11) ที่ระดับ 154.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/10) ที่ระดับ 154.14/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวไม่มากนักในช่วงการซื้อขายของเอเชีย เนื่องจากวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นวันหยุดธนาคารในญี่ปุ่นทำให้ความผันผวนลดลง
นอกจากนี้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ชานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ตกลงกันว่า จะเสริมสร้างความร่วมมีอทวิภาคีในหลายด้าน รวมทั้งด้านความมั่นคงและพลังงานในการพบปะกันครั้งแรกนอกรอบการประชุมสุดยอดเอเปคที่เกาหลีใต้ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองยังยืนยันนโยบายในการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาในภูมิภาค
เช่น การพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ รวมถึงกรณีการลักพาตัวคนญี่ปุ่นเมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทาคาอิจิและคาร์นีย์ยังเห็นพ้องกันว่าประเทศของตนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.97 – 154.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.15/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ดัชนี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) ของสหรัฐ (03/11), ดัชนีราคาภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม ของสหรัฐ (03/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางออสเตรเลีย (04/11), การเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานของสเปน (04/11), ตัวเลขดุลการค้า ของสหรัฐ (04/11),
ตำแหน่งการจ้างงานงานเปิดใหม่จากการสำรวจตำแหน่งงานว่างและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ของสหรัฐ (04/11), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน Caixin ของจีน (05/11), ดัชนี PMI รวมจาก S&P Global ของสหภาพยุโรป (05/11), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมจากเอดีพี ของสหรัฐ (05/11), ดัชนี PMI ภาคบริการจากสถาบันไอเอสเอ็มของสหรัฐ (05/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางอังกฤษ (06/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (06/11),
ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (PCE) ของสหรัฐ (07/11), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ (07/11), ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐ (07/11), รายได้เฉลี่ยรายชั่วโมงของสหรัฐ (07/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (07/11) ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของรัฐบาล อาจถูกเลื่อน ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกได้
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.4/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -6.1/-3.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์แข็งค่า ตอบรับผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net